posttoday
ประธานไอแบงก์เดินหน้า เสริมเงินกองทุนให้แข็งแกร่ง

ประธานไอแบงก์เดินหน้า เสริมเงินกองทุนให้แข็งแกร่ง

02 มิถุนายน 2559

โดย...กนกวรรณ บุญประเสริฐ

โดย...กนกวรรณ บุญประเสริฐ

ชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ์ ประธานกรรมการธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ประกาศปรับโครงสร้างทางการเงินของธนาคารให้เรียบร้อยก่อน เพื่อให้ธนาคารไม่อยู่ในสถานะติดลบจากนั้นจึงจะเปิดสรรหาพันธมิตรร่วมทุนใหม่อีกครั้ง

ชัยวัฒน์ เปิดเผยว่า หลังจากที่ธนาคารต้องประกาศยุติการสรรหาพันธมิตรร่วมทุนไปในรอบแรก เนื่องจากการเจรจากับนักลงทุนไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่วางไว้ เนื่องด้วยนักลงทุนมีความต้องการให้เงินกองทุนของธนาคารอยู่ในสถานะไม่ติดลบเสียก่อน ทำให้ธนาคารต้องกลับมาปรับโครงสร้างทางการเงินใหม่ให้เรียบร้อย ก่อนจะเปิดสรรหาพันธมิตรใหม่อีกครั้ง

ก่อนหน้านี้ ธนาคารได้เข้ารายงานต่อคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือซูเปอร์บอร์ด ในการประชุมเมื่อวันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา โดย คนร.มีมติให้ไอแบงก์เดินหน้าการหาพันธมิตรร่วมทุนต่อไป แต่ให้ดำเนินการจัดทำแผนรองรับการดำเนินงานในอนาคต ผ่านการปรับโครงสร้างทางการเงิน ซึ่งจะต้องหารือกับกระทรวงการคลังถึงการใส่เงินเข้าไปในกองทุน เพื่อให้เงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงหรือบีไอเอสอยู่ในสถานะไม่ติดลบ

ทั้งนี้ ปัจจุบันไอแบงก์มีเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงติดลบอยู่สูงกว่า 20% โดยคาดว่าจะต้องใช้เงินราว 1.7 หมื่นล้านบาท ที่จะทำให้เงินกองทุนไม่ติดลบ แต่หากจะให้เงินกองทุนเพิ่มเป็นบวก 8.5% ตามเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะต้องใช้เงินสูงถึง 2.2 หมื่นล้านบาท ส่วนรูปแบบในการใส่เงินเข้ากองทุนจะเป็นอย่างไรนั้น ขณะนี้ยังไม่มีการสรุปใดๆ

ชัยวัฒน์ เล่าประสบการณ์สมัยที่เคยอยู่ธนาคารเล็กๆ แห่งหนึ่งแถวสีลมเมื่อปี 2540 ขณะนั้นในตลาดไม่มีเม็ดเงิน แต่ธนาคารแห่งนั้นกำลังประสบปัญหาเรื่องเงินกองทุน ซึ่งมีผู้คิดตราสารการเงิน ที่เรียกว่าสลิปหรือแคชออกมา โดยได้ออกตราสารนี้ไปวงเงิน 6,667 ล้านบาท แต่ตราสารดังกล่าวจะไม่ถูกนับเป็นเงินทุนและให้อัตราดอกเบี้ยสูงมากกว่า 10% โดยตอนนั้นมีการใส่เงื่อนไขลงไปด้วยว่าให้ธนาคารสามารถซื้อคืนตราสารดังกล่าวได้หากในกรณีที่ธนาคารหมดภาระเรื่องเงินกองทุน

นอกจากนี้ ยังมีกรณีที่เมื่อ 7 ปีที่แล้ว ธนาคารนครหลวงไทยมีเงินกองทุนไม่เพียงพอ ทำให้ต้องออกหุ้นกู้วงเงิน 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งขายหมดภายใน 7 นาที ดังนั้นจึงมีแนวทางการเพิ่มทุนหลายแนวทาง แต่จะใช้แนวทางไหนกับไอแบงก์จะต้องหารือกับกระทรวงการคลังและ ธปท.ดูก่อน

สำหรับแผนการปรับโครงสร้างทางการเงินด้านอื่นๆ นั้น ธนาคารจะร่วมมือกับธนาคารออมสิน ในฐานะผู้ถือหุ้น โดยจะขอความช่วยเหลือธนาคารออมสินในด้านเทคโนโลยีและการพัฒนาระบบคอร์แบงก์กิ้ง เพื่อลดต้นทุนด้านบริหารจัดการของไอแบงก์ลง เนื่องจากใช้ระบบเดียวกันและคาดว่าจะสามารถนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้ตอบโจทย์ได้ตรงกลุ่มลูกค้าของธนาคารได้

นอกจากนี้ คนร.ยังให้กระทรวงการคลังเร่งจัดตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์หรือเอเอ็มซี เพื่อรับโอนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือเอ็นพีเอฟ ในส่วนที่ไม่ใช่ชาวมุสลิมจำนวน 4 หมื่นล้านบาท ออกไปให้เอเอ็มซีบริหาร โดยหากสามารถจัดตั้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ธนาคารจะขอความเห็นชอบจากผู้ถือหุ้นในการประชุมวิสามัญครั้งต่อไป ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการได้ภายในสิ้นปีนี้

สำหรับผลประกอบการของธนาคาร ปัจจุบันธนาคารมีสินเชื่อปล่อยใหม่ราว 3,000 ล้านบาท เนื่องจากต้องระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ ทำให้ยอดสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 9.8 หมื่นล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นเอ็นพีเอฟกว่า 4 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็นกว่า 40% ของสินเชื่อคงค้าง ด้านยอดคงค้างเงินฝากรวมมี 1 แสนล้านบาท ในจำนวนนี้มีสัดส่วนลูกค้าเงินฝากที่เป็นมุสลิมเพิ่มขึ้นเป็น 60% ของเงินฝากทั้งหมด

สำหรับผลขาดทุนจากการดำเนินงานในปี 2558 ลดลงเหลือ 39 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิลดจาก 9,545 ล้านบาท เหลือเพียง 4,595 ล้านบาท มั่นใจในสิ้นปีนี้ผลการดำเนินงานจะดีขึ้นอย่างชัดเจน

สำหรับการสรรหาผู้จัดการคนใหม่ของธนาคาร ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดการสรรหาได้ เนื่องจากมีความต้องการปรับโครงสร้างของธนาคารก่อน โดยในขณะนี้ได้แต่งตั้ง วีณา เตชาชัยนิรันดร์ กรรมการ เป็นรักษาการผู้จัดการไอแบงก์ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.นี้

ก่อนหน้านี้ ไอแบงก์ได้รายงานที่ประชุมผู้ถือหุ้นให้รับทราบถึงแผนฟื้นฟูระยะที่ 2 ว่า ธนาคารจะดำเนินการใน 6 ด้าน ได้แก่ 1.การลดค่าใช้จ่ายดำเนินงาน 2.การลดผลตอบแทนเงินฝาก 3.การเพิ่มความเข้มแข็งของธุรกิจหลัก 4.การเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียม 5.การดำเนินโครงการสำคัญอื่นๆ และ 6.การปรับปรุงระบบการบริหารทรัพยากรบุคคล ขณะที่การหาพันธมิตรร่วมทุนครั้งแรกนั้น ได้เน้นการเจรจากับกองทุนอิสลาม หรือธนาคารอิสลามฯ โดยหลังจากที่กองทุนอิสลามเข้ามาดูพอร์ตและพบว่าเงินกองทุนติดลบสูงมาก จึงขอพักการเจรจาไว้ก่อน มีเพียง 1 รายที่สนใจแต่ยื่นข้อเสนอที่ไม่สามารถหาข้อตกลงร่วมกันได้

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย