posttoday

มือปั้นสตาร์ทอัพดีแทค มั่นใจคนรุ่นใหม่ไทยรุ่ง

31 พฤษภาคม 2559

สตาร์ทอัพไม่ใช่เอสเอ็มอี แต่เป็นนักพัฒนาที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาแก้ปัญหารวมภายในประเทศ

โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

“สตาร์ทอัพไม่ใช่เอสเอ็มอี แต่เป็นนักพัฒนาที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาแก้ปัญหารวมภายในประเทศ” สมโภชน์ จันทร์สมบูรณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายนวัตกรรมธุรกิจและดีแทค แอคเซอเลอเรท บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค กล่าว

ปัจจุบันความเข้าใจในเรื่องสตาร์ทอัพของคนไทยแปรเปลี่ยนไปทุกที แม้กระทั่งคนขายกล้วยชุบช็อกโกแลตยังมองว่าตัวเองเป็นสตาร์ทอัพและอยากได้เงินสนับสนุนจากภาครัฐ ดังนั้นจึงต้องเร่งเปลี่ยนแนวความคิดแบบนี้ให้แก่คนรุ่นใหม่ที่เป็นความหวังของประเทศในอนาคต

สมโภชน์ กล่าวว่า นักลงทุนมากมายที่สนใจในการลงทุนสตาร์ทอัพไทยแต่ในไทยยังมีตัวเลขไม่สูงนัก ซึ่งแม้ภาครัฐไม่ได้ให้การสนับสนุนก็ยังเชื่อว่าสตาร์ทอัพไทยอยู่ได้ หากไม่เจอปัญหาเสียก่อน ดังนั้นจึงต้องเร่งสร้างคุณภาพสตาร์ทอัพไทยให้ทัดเทียมระดับโลก รวมทั้งความต่อเนื่องด้านนโยบายรัฐไม่ว่าจะเข้ายุคสมัยใด ก็อยากให้ส่งเสริมสตาร์ทอัพต่อเนื่อง เพื่อเป็นรายได้หลักสำหรับประเทศต่อไป

“แต่ปัญหาสำคัญของการสนับสนุนสตาร์ทอัพไทยโดยภาพรวมอาจต้องใช้เวลาในการปรับตัว เช่น ข้อกฎหมายในเรื่องของการถือหุ้น ซึ่งการถือครองบริษัทของต่างชาติในไทยจะต้องไม่เกิน 50% แต่ในต่างประเทศไม่ได้บังคับในส่วนนี้ นักลงทุนจึงดึงสตาร์ทอัพเหล่านี้ไปจดทะเบียนต่างชาติกันเยอะ”

สำหรับปัญหาที่กังวลต่อสตาร์ทอัพไทยคือ ฟองสบู่ หากสตาร์ทอัพไทยได้รับเงินลงทุนแต่ยังไม่พร้อมจะกลายเป็นซอมบี้และไม่โตเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในซิลิคอนวัลเล่ย์ จีนและอินเดีย ขณะที่เม็ดเงินลงทุนของวีซีในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มขึ้นจาก 8,900 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2557 มาเป็น 1.7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2558

“นายกสมาคมเทกสตาร์ทอัพไทยได้ยื่นไวต์เปเปอร์ให้แก่รองนายกสมคิดไปพิจารณาในเรื่องของหลักการและรายละเอียดที่จะสอดรับกับการทำธุรกิจสตาร์ทอัพแล้ว เราก็คาดหวังผลตอบรับว่าจะออกมาในทิศทางที่ดี ซึ่งต้องให้เวลาภาครัฐในการพิจารณา เช่น เวียดนามที่เคยเจอปัญหาเหมือนเราตอนนี้ผ่านมา 2 ปี ความเข้าใจและทิศทางการสนับสนุนดีขึ้น ซึ่งภาครัฐต้องยอมปรับหลายอย่างและเราก็หวังว่าไทยจะมีการสนับสนุนที่ดีเช่นกัน”

อย่างไรก็ตาม ถือว่าเป็นความโชคดีของโครงการบ่มเพาะดีแทค แอคเซอเลอเรท ที่มีรากฐานที่ดี มีแพลตฟอร์มที่ถูกต้อง รวมทั้งนักลงทุนหรือวีซีจำนวนมากให้ความสนใจ ทำให้โอกาสสตาร์ทอัพไทยที่ผ่านโครงการนี้โตได้แบบก้าวกระโดด

“ความโชคดีของสตาร์ทอัพที่อยู่ในโครงการบ่มเพาะนี้คือ เรามีพาร์ตเนอร์ที่ดีและทางดีแทคเองก็ตั้งใจและลงทุนต่อเนื่องทุกปี โดยปีนี้ใช้งบลงทุนเพิ่มเป็น 2 เท่า หรือประมาณ 100 ล้านบาท ในการสร้างโคเวิร์กกิ้งสเปซขึ้นมา เพื่อรองรับสตาร์ทอัพที่เข้าโครงการ”

ทั้งนี้ สตาร์ทอัพในโครงการจะได้รับสิทธิพิเศษนอกจากการบ่มเพาะและใช้ทรัพยากรที่ดีแทคมอบให้ ทำให้คุณภาพของเด็กเหล่านี้ได้รับการยอมรับจากนักลงทุน และมีอัตราการระดมทุนของทั้งวีซีไทยและต่างประเทศเติบโตขึ้น 500% ในระยะเวลา 12-18 เดือน และเมื่อมีการคัดเลือกทีมที่เข้ารอบคนเหล่านี้เหมือนได้ใบผ่าน 50% ในการสานต่อธุรกิจสตาร์ทอัพแล้ว

“โครงการของเราไม่ได้ประกวดหาผู้ชนะแต่จะเน้นให้ความรู้ในการต่อยอดทำงานสำหรับอนาคต ซึ่งภาครัฐตั้งเป้าจะให้มีสตาร์ทอัพมากถึงหมื่นรายต่อปี ในความเป็นจริงแล้วสตาร์ทอัพไทยทั้งประเทศรวมกันมีเพียง 2,000 ราย ซึ่งยังถือว่ามีจำนวนสตาร์ทอัพน้อยมาก ดังนั้นต้องมีการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง” สมโภชน์ กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

LH Bank จัดงานฉลองครบรอบ 20 ปี สู่การเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน