posttoday
'ทียูเอฟ'ผ่าทางตัน ขี่กระแสนวัตกรรมสู่ธุรกิจใหม่

'ทียูเอฟ'ผ่าทางตัน ขี่กระแสนวัตกรรมสู่ธุรกิจใหม่

27 พฤษภาคม 2559

โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย

โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย

การทำธุรกิจของ “ไทย ยูเนี่ยน กรุ๊ป” ยักษ์วงการอาหารขณะนี้ กำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ จากอัตราการบริโภคปลาทูน่ากระป๋องของตลาดอเมริกาที่ลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วง 10 ปี กำไรของบริษัทลดต่ำลงทุกๆ ปี นั่นคือโจทย์ใหญ่ของเจเนอเรชั่นที่ 2 ผู้รับไม้ต่อจากผู้เป็นพ่อไกรสร จันศิริ

ธีรพงศ์ จันศิริ ประธานกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (ทียูเอฟ) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายแปรรูปอาหารทะเล เปิดเผยว่า ปัญหาที่ทำให้อัตรการบริโภคทูน่าลดลงอย่างต่อเนื่อง เป็นเพราะสินค้าขาดนวัตกรรม เพราะทียูเอฟไม่เคยพัฒนาอะไรใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภค ในขณะที่ฐานลูกค้ากลุ่มเด็ก ซึ่งจะเป็นลูกค้าต่อไปในอนาคตของบริษัท ก็กลับไม่ชื่นชอบการรับประทานปลา จึงกลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่บริษัทต้องตีให้แตก

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาบริษัทจึงจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาสินค้าขึ้นมา เพื่อทำการวิเคราะห์ถึงความต้องการของผู้บริโภคในด้านต่างๆ  โดยได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ที่ให้ความช่วยเหลือภาคเอกชนในด้านนวัตกรรม  ที่ผ่านมาบริษัทไม่เคยทำวิจัยปลาทูน่าซึ่งผู้บริโภคว่าแข็งหรือนิ่ม คืออะไร และผมเชื่อว่าตราบใดที่น้ำและนมสามารถมีนวัตกรรมได้ ปลาทูน่าก็ต้องมีนวัตกรรมใหม่ๆ ออกมา จากนี้ไปเราพยายามมองไปข้างหน้าและสร้างพื้นที่ใหม่ๆ ด้วยการพัฒนานวัตกรรมเป็นโจทย์ตั้งต้น

“ไม่เพียงการพัฒนานวัตกรรมเท่านั้น แต่ทียูเอฟลงลึกถึงสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า พร้อมกับระดมนักโภชนาการมาพัฒนาสินค้าที่มีคุณค่าด้วย ล่าสุดได้พัฒนาน้ำมันจากปลาทูน่า สามารถนำไปใช้กับนมผงสำหรับเด็กได้ เลือดปลาสามารถพัฒนาเป็นซอสโปรตีน กระดูกของปลามองว่าเป็นแหล่งแคลเซียม หรือท้ายที่สุดทียูเอฟอาจก้าวเข้าผ่านธุรกิจอาหารไปสู่ธุรกิจเครื่องสำอางก็เป็นไปได้” ธีรพงศ์ กล่าว

บริษัทเชื่อว่าโลกไม่เคยเหมือนเดิม และจากนี้ไปจะเกิดความเปลี่ยนแปลงที่เร็วมากขึ้น ทั้งจากภัยธรรมชาติ สงคราม อิทธิพลของเทคโนโลยี ช่องทางจำหน่ายสินค้าในธุรกิจค้าปลีก หรือกระทั่งผู้บริโภค พบว่า คนทั่วโลกมีความต้องการแตกต่างกัน ผู้บริโภคต้องการรู้แหล่งที่มาของสินค้า วิธีการปฏิบัติต่อแรงงาน การทำอย่างไรให้เป็นบริษัทที่ได้รับความไว้วางใจมากที่สุดมากกว่า จะเป็นบริษัทสร้างกำไรและยอดขายได้มากที่สุด

ธีรพงศ์ กล่าวว่า ตลอดระยะ 5 ปีที่ผ่านมา รู้สึกถึงความไม่มั่นคง การแข่งขันรุนแรงธุรกิจมีความรุนแรงและเกิดขึ้นทั่วโลก ความพร้อมทางด้านบุคลากรเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวด โดยเฉพาะองค์กรที่มีธุรกิจหลายประเทศเหมือนทียูเอฟ ที่มีการขยายธุรกิจทั้งอเมริกาและยุโรป บริษัทต้องก้าวสู่การเป็นบริษัทระดับโลก(Global Company) ที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในไทย จึงคัดเลือกคนที่มีคนคุณภาพมาบริหาร

การสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจ ทุกครั้งที่เกิดเรื่องการทำประมงกับไทย พยายามสร้างความรู้และความเข้าใจกลุ่มเอ็นจีโอ กรีนพีซ ให้คนเหล่านั้นมีความเชื่อมั่นต่อการทำธุรกิจ นอกจากนี้ยังคิดถึงทรัพยากรที่มีอยู่ต่อไปในอนาคต เพราะเราตระหนักและให้ความสำคัญทางด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ เมื่อไม่มีวัตถุดิบธุรกิจทียูเอฟ ผู้ผลิตอาหารทะเลแปรรูปก็อยู่ไม่ได้

โลกเปลี่ยนแปลงเร็ว ทรัพยากรที่นับวันจะลดลง กับธุรกิจอาหารที่มีคู่แข่งและอาหารทางเลือกมากมาย นวัตกรรมจะเป็นเครื่องมือที่ทำให้สามารถขยายการบริโภคให้กับลูกค้าใหม่ๆ ได้ นั่นคือการปรับตัวและยุทธศาสตร์ของทียูเอฟในย่างก้าวต่อไป

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ