
กฟภ.ทุ่ม5พันล.รุกธุรกิจพลังงานทดแทน
กฟภ.เปิดตัว “พีพีเอ เอ็นคอม”รุกธุรกิจด้านพลังานทดแทนวางแผน5ปีทุ่มงบลงทุน 5,000 ล้านบาท
กฟภ.เปิดตัว “พีพีเอ เอ็นคอม”รุกธุรกิจด้านพลังานทดแทนวางแผน5ปีทุ่มงบลงทุน 5,000 ล้านบาท
นายนำชัย หล่อวัฒนะตระกูล รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีอีเอ เอ็นคอม อินเตอร์เนชั่นแนล บริษัทในเครือของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เปิดเผยว่า ได้กำหนดแผนการลงทุนในระยะ5 ปี ข้างหน้าจะใช้งบลงทุนกว่า 5,000 ล้านบาทเพื่อลงทุนในโครงการที่เกี่ยวข้องกับพลังงานหมุนเวียนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตลอดจนธุรกิจด้านประหยัดพลังงาน มั่นใจจะช่วยขยายฐานรายได้ให้กับกฟภ.ในระยะยาว
สำหรับโครงการที่เตรียมจะเข้าไปลงทุนได้แก่ 1. โครงการโรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพ(ไบโอแมส) ร่วมกับองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (ออป.) ในชุมชนจำนวน 100 แห่งมีกำลังการผลิตแห่งละ 1 เมกะวัตต์ 2. โครงการติดตั้งอุปกรณ์ประหยัดพลังงานโคมไฟสาธารณะ 5 แสนดวง 3.โครงการพลังงานทดแทน ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตร โดยสนใจที่จะเข้าไปลงทุนโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ โรงไฟฟ้าพลังงานลมและ การนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า เป็นต้น 4. โครงการลงทุนผลิตไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
ทั้งนี้ รูปแบบการเข้าไปลงทุนของบริษัท จะใช้เงินทุนของตัวเองในสัดส่วน 25% ของมูลค่าแต่ละโครงการ ส่วนที่เหลือจะเป็นแหล่งเงินกู้ในประเทศและต่างประเทศ ตลอดจนการหาพันธมิตรทางธุรกิจ โดยกรณีของโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนจะเน้นไปเป็นพันธมิตรร่วมทุนกับผู้ที่ได้ใบอนุญาตซื้อขายไฟฟ้าเข้าระบบ(พีพีเอ) แล้ว เพื่อให้เกิดความมั่นคงในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งโครงการนำร่องจะเป็นโรงไฟฟ้าไบโอแมสที่ใช้เปลือกไม้เป็นเชื้อเพลิงทำร่วมกับออป. งบลงทุนทั้งหมด 8,000 ล้านบาท ซึ่งมีทั้งหมด 100 แห่งกำลังการผลิตแห่งละ 1 เมกะวัตต์ จะทยอยเริ่มโครงการได้ตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นไป
ส่วนการลงทุนโรงไฟฟ้าพลังน้ำในลาว นั้น เบื้องต้นมีโครงการที่อยู่ระห่วางการเจรจาอยู่ 2-3 โครงการ ได้แก่ โครงการโรงไฟฟ้าน้ำทา กำลังการผลิต 160 เมกะวัตต์ และโครงกาโรงไฟฟ้าน้ำฮำ2 กำลังการผลิต 5 เมกะวัตต์ ซึ่งสัดส่วนการลงทุนยังอยู่ในขั้นตอนเจรจา
“เป้าหมายหลักของบริษัทฯจะเน้นลงทุนในโครงการพลังงานทดแทน ซึ่งเงินลงทุน5ปีประมาณ 5,000กว่าล้านบาท หรือเฉลี่ยปีละ 1,000 ล้านบาท เพราะแต่ละโครงการจะเป็นการทยอยลงทุนควบคู่ไปกับการหาพันธมิตรร่วมทุน อย่างกรณีโรงไฟฟ้าพลังงานลมได้ลงนามบันทึกข้อตกลงกับบริษัทปตท.ไปแล้ว อยู่ในขั้นเตรียมการ นอกจากนี้มีแผนที่จะร่วมมือกับบริษัทบางจากฯ ในการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า และเปิดบริการชาร์ทแบตเตอร์รี่ หรือเรียกว่าปั๊มไฟฟ้า เป็นต้น”
นายนำชัย กล่าวว่า การดำเนินธุรกิจของบริษัทฯจะสามารถสร้างรายได้และโอกาสทางการแข่งขันทั้งในประเทศและต่างประเทศได้อย่างมีศักยภาพยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันจะช่วยพัฒนาพลังงานหมุนเวียนและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ทดแทนพลังงานจากฟอสซิล รวมทั้งกระจายแหล่งผลิตไฟฟ้าไปยังท้องถิ่น ให้มากขึ้น







