
กว่าจะยอมรับกัน
กว่าจะมีข้อสรุปที่ยุติเป็น “ข้อตกลงปารีส” ที่ประชุมระดับโลกต้องใช้เวลาหลายปีถกเถียงกันว่า อะไรเป็นสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือก๊าซเรือนกระจกขึ้นไปสะสมอยู่ในชั้นบรรยากาศ มีการต่อสู้กันทางหลักวิชาการ ทั้งจากฝ่ายที่เชื่อว่าเกิดขึ้นโดยฝีมือมนุษย์ และฝ่ายที่เชื่อว่าเกิดขึ้นตามธรรมชาติ ต่อมามีข้อมูลและการศึกษาวิจัยในระยะหลังๆ ที่ให้น้ำหนักว่ามนุษย์คือต้นเหตุของก๊าซเรือนกระจก และเป็นสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อนขึ้นในปัจจุบัน
กว่าจะมีข้อสรุปที่ยุติเป็น “ข้อตกลงปารีส” ที่ประชุมระดับโลกต้องใช้เวลาหลายปีถกเถียงกันว่า อะไรเป็นสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือก๊าซเรือนกระจกขึ้นไปสะสมอยู่ในชั้นบรรยากาศ มีการต่อสู้กันทางหลักวิชาการ ทั้งจากฝ่ายที่เชื่อว่าเกิดขึ้นโดยฝีมือมนุษย์ และฝ่ายที่เชื่อว่าเกิดขึ้นตามธรรมชาติ ต่อมามีข้อมูลและการศึกษาวิจัยในระยะหลังๆ ที่ให้น้ำหนักว่ามนุษย์คือต้นเหตุของก๊าซเรือนกระจก และเป็นสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อนขึ้นในปัจจุบัน
จนกระทั่งในการประชุมประเทศอนุสัญญาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 21 (COP 21) ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 29 พ.ย.-11 ธ.ค. 2558 ที่ประชุมประสบความสำเร็จในการจัดทำ “ข้อตกลงปารีส” ซึ่งไม่ใช่เพียงแต่เป็นข้อตกลงเท่านั้น แต่ผู้นำระดับโลกต่างต้องการให้ได้มาซึ่งความตกลงที่มีเนื้อหาสาระ มีกลไกและมาตรการต่างๆ ที่สร้างความเชื่อมั่นได้ว่า ข้อตกลงปารีสจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความเป็นธรรม
คือสามารถบรรลุเป้าหมายการควบคุมอุณหภูมิโลกไม่ให้สูงเกินกว่า 2 องศาเซลเซียสได้อย่างแท้จริง โดยไม่ทิ้งภาระและปัญหาผลกระทบต่อเนื่องไปถึงรุ่นลูกรุ่นหลานของเราในอนาคต
ทว่าหากนับจากจุดเริ่มต้นของแนวคิดการพัฒนาสังคมโลกไปสู่ “สังคมคาร์บอนต่ำ” และ “การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ที่เกิดขึ้นและทั่วโลกขานรับมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1992 จะพบว่าต้องใช้เวลานานกว่าสองทศวรรษ กว่าที่แนวคิดดังกล่าวจะเริ่มนำมาปฏิบัติอย่างจริงจัง และอาจเห็นผลได้จริงในเร็ววันนี้
เพราะผลกระทบต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นจากภาวะโลกร้อน ย่อมมีผลกระทบในทุกๆ ด้าน โดยเฉพาะกับต้นทุนการผลิต ครับผม !







