
'คอตตอน ยูเอสเอ' เร่งเครื่องหนุนแบรนด์ไทย
โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์
โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์
กระแสการยอมรับสินค้าแฟชั่นเสื้อผ้าแบรนด์ไทยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา และการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซี ทำให้ตลาดสินค้าแฟชั่นเสื้อผ้าแบรนด์ไทยมีโอกาสเติบโตมากขึ้น ทั้งจากกำลังซื้อในประเทศและจากตลาดต่างประเทศ ซึ่งมีทั้งการส่งออกและการไปเปิดช็อปในประเทศเพื่อนบ้านดังนั้น คอตตอน ยูเอสเอ จึงเร่งสนับสนุนแบรนด์ไทยมากขึ้น โดย ไกรภพ แพ่งสภา ตัวแทนคอตตอน ยูเอสเอ ภูมิภาคอาเซียน กล่าวว่า คอตตอน ยูเอสเอ เป็นองค์กรที่ให้เครื่องหมายติดลงบนผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากเส้นใยฝ้ายธรรมชาติ 100% และมีส่วนผสมของฝ้ายสหรัฐอเมริกาที่มากกว่าครึ่งเป็นวัตถุดิบ ซึ่งการที่ไทยเป็นประเทศผู้นำเข้าฝ้ายจากสหรัฐอเมริกาเป็นอันดับ 7 ของโลก จึงเป็นตลาดใหญ่ที่คอตตอน ยูเอสเอ ให้ความสำคัญ
ทั้งนี้ ไทยเป็นฐานการผลิตของอุตสาหกรรมสิ่งทอมายาวนาน ทำให้มีการพัฒนาและยกระดับคุณภาพการพัฒนาสู่มาตรฐานสินค้าพรีเมียม นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ผู้ผลิตและเจ้าของสินค้าจากต่างประเทศหันมาใช้ไทยเป็นฐานในการผลิตเสื้อผ้าและสินค้ากลุ่มพรีเมียมที่ใช้ฝ้ายเป็นวัตถุดิบ เช่น เจ้าของแบรนด์จากญี่ปุ่นหลายรายย้ายฐานการผลิตจากจีน ฮ่องกงมาไทย เพราะนอกจากจะมองตลาดในไทยแล้ว ยังมีเป้าหมายที่จะเจาะตลาดอาเซียน โดยการใช้ไทยเป็นศูนย์กลางหรือเป็นฮับของภูมิภาคนี้
“เมืองไทยเป็นฐานการผลิตสินค้าที่ใช้ส่วนผสมของฝ้ายและเสื้อผ้าที่ผลิตจากเส้นใยฝ้ายที่สำคัญของภูมิภาคอาเซียน จึงมีความต้องการใช้ฝ้ายดิบจำนวนมาก แต่ประเทศไทยผลิตฝ้ายดิบได้น้อยมาก ไม่ถึง 1% ของความต้องการใช้ จึงจำเป็นต้องนำเข้า”
จากปัจจัยดังกล่าวจะทำให้ไทยมีความต้องการนำเข้าฝ้ายดิบมากขึ้น โดยส่วนใหญ่ผู้ผลิตในไทยนิยมใช้ฝ้ายดิบจากอเมริกา ออสเตรเลีย และบราซิล ซึ่งในปีที่ผ่านมาเป็นฝ้ายดิบที่นำเข้าจากอเมริกา 99,694 ตัน คิดเป็นสัดส่วน 29.7% ของปริมาณนำเข้าทั้งหมด ส่วนปีนี้คาดว่าปริมาณนำเข้าฝ้ายดิบจากอเมริกาจะขยายตัว 3.4% เป็น 103,217 ตัน
ไกรภพ กล่าวว่า คอตตอน ยูเอสเอเองก็เตรียมงบการทำตลาดราว 23 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นเจ้าของแบรนด์สินค้าและกลุ่มโรงงานสิ่งทอให้หันมาให้ฝ้ายดิบจากอเมริกามากขึ้น พร้อมเร่งสนับสนุนการทำตลาดให้กับเสื้อผ้าแบรนด์ไทย รองรับเทรนด์แฟชั่นไทยที่กำลังมาแรงในระดับภูมิภาค โดยประเดิมจับมือ บลู คอร์เนอร์ และ คาคิ บรอส เปิดตัวคอลเลกชั่น คอตตอน ยูเอสเอ 2016 เสื้อผ้าสำหรับสุภาพบุรุษ และสุภาพสตรี ที่ตัดเย็บจากเส้นใยฝ้ายคอตตอน ยูเอสเอ 100% ออกแบบโดยแบรนด์ดีไซเนอร์ “เอเอสวี” ในเครืออาซาว่า และอาเล็ก-ธีรเดช เมธาวรายุทธ
สำหรับกลยุทธ์ดังกล่าวคาดว่าจะสร้างการรับรู้เครื่องหมายคอตตอน ยูเอสเอมากขึ้น และตั้งเป้ากระตุ้นให้จำนวนสินค้าที่ใช้ฝ้ายจากสหรัฐอเมริกาสูงขึ้นเป็น 3.5 ล้านชิ้น ภายในสิ้นปี 2559 นี้ จากปีที่แล้วอยู่ที่ 3 ล้านชิ้น พร้อมกับวางเป้าเพิ่มจำนวนไลเซนซีหรือผู้ที่ได้รับเครื่องหมายคอตตอน ยูเอสเออีก 2-4 ราย แบ่งเป็นจากแบรนด์เครื่องนุ่งห่ม 1-2 แบรนด์ และจากโรงงานสิ่งทอต่างๆ อีก 1-2 แห่ง โดยปัจจุบันมี 35 แบรนด์ในไทย
ทั้งนี้ ภาพรวมสถานการณ์ฝ้ายดิบระดับโลก อเมริกายังคงเป็นผู้ส่งออกฝ้ายอันดับหนึ่งของโลก ส่วนจีนเป็นประเทศผู้ปลูกฝ้ายอันดับหนึ่งของโลก โดยในจีนมีสต๊อกฝ้ายราว 13 ล้านตัน จากปริมาณฝ้ายดิบทั่วโลก 22 ล้านตัน แต่เน้นบริโภคเองเป็นหลัก ซึ่งในเชิงการบริโภค จีนถือเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาคือ อินเดีย ส่วนประเทศผู้นำเข้าฝ้ายอันดับหนึ่ง คือ บังกลาเทศและเวียดนาม ขณะที่ตลาดในอาเซียน เวียดนามเป็นผู้นำเข้าฝ้ายดิบเป็นอันดับหนึ่ง ขยายตัวถึง 60% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา รองมา คือ อินโดนีเซียและไทย







