
การเมืองระหว่างประเทศกับค่าเงิน
การตัดสินใจไม่ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมในการประชุมครั้งล่าสุดของธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ได้หักปากกาเซียนไปหลายสำนัก เพราะนักเศรษฐศาสตร์และนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เชื่อว่าบีโอเจจะต้องกระตุ้นเพิ่มเติมแน่นอน แตกต่างกันเพียงว่าขนาดของมาตรการจะมากหรือน้อยเพียงใด เพราะตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมา มีทิศทางที่แย่ลงซะเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นถ้อยแถลงของ ฮารุฮิโกะ คุโรดะ (ประธานธนาคารกลางญี่ปุ่น) ที่เชื่อว่านโยบายดอกเบี้ยติดลบที่ได้ดำเนินการไปเมื่อต้นปี ยังเพียงพอที่จะประคับประคองเศรษฐกิจญี่ปุ่นอยู่ได้ ฟังดูถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยมีน้ำหนักที่เพียงพอเท่าไรนัก
การตัดสินใจไม่ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมในการประชุมครั้งล่าสุดของธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ได้หักปากกาเซียนไปหลายสำนัก เพราะนักเศรษฐศาสตร์และนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เชื่อว่าบีโอเจจะต้องกระตุ้นเพิ่มเติมแน่นอน แตกต่างกันเพียงว่าขนาดของมาตรการจะมากหรือน้อยเพียงใด เพราะตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมา มีทิศทางที่แย่ลงซะเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นถ้อยแถลงของ ฮารุฮิโกะ คุโรดะ (ประธานธนาคารกลางญี่ปุ่น) ที่เชื่อว่านโยบายดอกเบี้ยติดลบที่ได้ดำเนินการไปเมื่อต้นปี ยังเพียงพอที่จะประคับประคองเศรษฐกิจญี่ปุ่นอยู่ได้ ฟังดูถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยมีน้ำหนักที่เพียงพอเท่าไรนัก
แต่ถ้าติดตามดูการเมืองระหว่างประเทศในช่วงเดียวกันกับการประชุมของบีโอเจให้ดี อาจจะพอเข้าใจถึงการตัดสินใจของคุโรดะครั้งนี้ได้ เพราะเมื่อวันที่ 29 เม.ย.(หนึ่งวันหลังจากการประชุมของบีโอเจ) บารัก โอบามา ได้ประกาศให้คู่ค้าของสหรัฐ 5 แห่ง (ญี่ปุ่น จีน เยอรมนี เกาหลีใต้ และไต้หวัน) อยู่ในกลุ่มรายชื่อที่ต้องมีการเฝ้าระวังถึงพฤติกรรมที่เข้าข่ายการเข้าแทรกแซงอัตราแลกเปลี่ยนอย่างไม่เป็นธรรม และมีบทลงโทษที่จริงจังหากคู่ค้าเหล่านี้ยังคงพฤติกรรมดังกล่าว เนื่องจากรัฐบาลสหรัฐมีการประกาศหลักเกณฑ์ไว้อย่างชัดเจน และมีการรายงานเป็นทางการทุกๆ ครึ่งปี ทำให้คู่ค้าต่างๆ ไม่สามารถใช้การล็อบบี้ทางการเมืองให้ปลดชื่อตัวเองออกจากรายชื่อดังกล่าวได้ง่ายนัก
ธนาคารลอมบาร์ด โอเดียร์ (พันธมิตรทางธุรกิจของธนาคารกสิกรไทย) ได้สรุปผลกระทบของนโยบายดังกล่าวไว้อย่างน่าสนใจ ว่า หลังจากนี้ธนาคารกลางของประเทศต่างๆ จะไม่สามารถใช้นโยบายทางการเงินในการกระตุ้นเศรษฐกิจของตัวเองได้โดยง่ายอีกต่อไปแล้ว ทางเลือกที่เหลือคงมีเพียงนโยบายการคลังเท่านั้น โดยสามารถเห็นได้ชัดเจนจากกรณีของญี่ปุ่น ที่บีโอเจเลือกที่จะไม่กระตุ้นทางด้านการเงินเพิ่มเติม แม้เศรษฐกิจตัวเองยังคงมีปัญหา แต่มีแนวโน้มว่ารัฐบาลจะเลือกที่จะชะลอการขึ้นภาษีการขายออกไปแทน ซึ่งจะส่งผลให้ยุคแห่งการแข่งขันกันออกมาตรการกระตุ้นทางการเงินหมดไป เหลือเพียงธนาคารกลางสหรัฐที่ยังคงมีอำนาจเต็มที่ในการออกมาตรการเพิ่มเติมได้
หากเกมการเมืองระหว่างประเทศเป็นไปตามที่วิเคราะห์ข้างต้น อนาคตหุ้นญี่ปุ่นคงจะไม่สดใสนัก จากค่าเงินเยนที่อาจจะไม่สามารถกลับมาอ่อนค่าได้ในเร็ววัน







