posttoday
ค่เปลี่ยนบัตร ATM ก็สะท้อนเรื่อง สุ จิ ปุ ลิ ของผู้คน

ค่เปลี่ยนบัตร ATM ก็สะท้อนเรื่อง สุ จิ ปุ ลิ ของผู้คน

23 พฤษภาคม 2559

โดย...สุรพล โอภาสเสถียร

โดย...สุรพล โอภาสเสถียร

จากประเด็นที่มีการสื่อสารออกมาเป็นอย่างมากมาย เรื่องของการเปลี่ยนบัตร ATM แบบแถบแม่เหล็กดั้งเดิมที่ตอนนี้มีอยู่ประมาณ 60 ล้านบัตร ที่ออกโดยธนาคารต่างๆ คำถาม คือ เปลี่ยนทำไม คำตอบ คือ การเปลี่ยนจากบัตรที่ใช้แถบแม่เหล็กมาเป็นแบบชิปคาร์ด เพราะแบบใหม่มันมีความปลอดภัยสูงกว่า แบบเก่าจะถูกแอบคัดลอกข้อมูลออกไปได้ง่ายมาก ดังนั้นเงินของเรา เราต้องดูแลรักษา ทีนี้พอจะเปลี่ยนก็มีคำถามว่ามีค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนบัตรไปเป็นแบบใหม่หรือไม่ (ค่าเปลี่ยนบัตร) คำตอบ คือ อาจจะมี ย้ำนะครับว่าอาจจะมี “...อาจจะนะครับอาจจะ...” ขึ้นอยู่กับธนาคารที่ออกบัตรแบบใหม่มาแทนแบบเก่าที่เป็นแถบแม่เหล็ก

คำถาม คือ แล้วเราจะทำอย่างไร คำตอบ คือ เราก็ต้องถาม (ใช้ปากถาม ใช้หูฟัง) หาข้อมูล (ใช้ตาดู) ถามธนาคารที่ออกบัตรนั่นแหละ หรือถามทาง Call Center ของเขา หรือถามที่สาขาเขา หรือสอบถามจากเบอร์ 1213 ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย ไม่ใช่เราเอาแต่อ่านไลน์ที่เขาส่งต่อๆ กันมา ตัวเราอ่านยังไม่สะเด็ดน้ำ อ่านยังไม่ครบข้อความ ถูกหรือไม่ก็ไม่รู้ มันมาจากแหล่งที่ถูกต้องหรือไม่ก็ไม่รู้รีบแชร์ออกไปในบัดเดี๋ยวนั้น การเชื่อข้อมูลโดยดูว่าใครส่งมา แต่ไม่รู้ว่าคนส่งรับเอามาจากไหนอีกทีหนึ่งนั้นมันถูกต้อง มันเป็นเหตุเป็นผลหรือไม่ ทำไมเราไม่ไปถามจากต้นทาง หรือเราไม่ไปดูจากเว็บไซต์ ต้นทางของธนาคารก็ได้ (เห็นมีแต่วิจารณ์อย่างนั้นอย่างนี้ ตำหนิใครต่อใครให้วุ่นไปหมด บนความไม่รู้ว่าจริงหรือไม่ ใช่หรือเปล่า)

ผมเข้าไปดูที่ช่องทางสื่อสารธนาคารในเรื่องนี้ ก็พบว่ามีบางธนาคารระบุเลยว่า ถ้ามาเปลี่ยนก่อนช่วงเวลานั้นเวลานี้นะจะไม่มีการคิดค่าเปลี่ยนบัตร แต่ถ้าเลยเวลานี้นะจะมีการคิดค่าเปลี่ยนบัตร 100 บาท เป็นต้น ที่เห็นมีแต่เขียนบ่น เขียนว่าธนาคารว่าจะหารายได้บ้างล่ะ จะบังคับขายควบประกันชีวิตบ้างล่ะ จะต้องเปลี่ยนเป็นบัตรเดบิต มีค่าธรรมเนียมสูงบ้างล่ะ

ก็ถ้าเราจะเปลี่ยนแค่บัตร ATM แบบแถบแม่เหล็กมาเป็นแบบชิปคาร์ดอย่างเดียวเท่านั้น ใครมันจะมาบังคับเราให้ซื้อประกันได้ การเสนอขายโน่น นั่น นี่ของเจ้าหน้าที่ธนาคาร เราจะฟัง ไม่ฟัง จะซื้อ ไม่ซื้อ เป็นเรื่องของทางเลือก ผมแนะนำท่านผู้อ่านดังนี้

1.ไม่ส่งต่อเรื่องนี้ในไลน์ เพราะไม่รู้ว่าจริงหรือไม่

2.ถามไปที่ธนาคารเจ้าของบัตรที่ Call Center หรือสอบถามที่สาขา หรือดูที่เว็บไซต์ของธนาคารด้วยตัวเราเอง

3.ไปดำเนินการในเวลาที่กำหนด เวลาที่เขาบอกว่าจะไม่เสียค่าเปลี่ยนบัตรนั่นแหละ

4.เขาเสนอขายอะไรก็ฟัง ถ้าไม่อยากซื้อบริการก็บอกเขาไปว่าจะขอเปลี่ยนบัตรอย่างเดียว ขอความกรุณาอย่าเสนออะไรเพิ่ม บอกเขาไปตรงๆ ชัดๆ ภาษาไทย

5.ถ้าเขาบอกว่าบัตรหมด หรือต้องซื้อประกัน หรือต้องเปลี่ยนเป็นบัตรเดบิต ให้ถามชื่อ นามสกุล ตำแหน่ง สาขา หรือถ่ายคลิป ถ่ายภาพ เป็นหลักฐานแจ้งไปที่ Call Center หรือที่ 1213

6.ใช้สติบวกปัญญาในการทำสิ่งหนึ่งสิ่งใด ไม่ใช้อารมณ์ ใช้หลักพื้นฐาน ฟัง คิด อ่าน เขียน ถาม แล้วถามตัวเองว่าเชื่อหรือไม่ อย่าเที่ยวส่งต่อและส่งต่อ สังคมไม่ได้ประโยชน์อะไรจากการแพร่กระจายความไม่รู้ บนพื้นฐานความไม่มีสติ มันทำให้สะท้อนได้ว่าบัดนี้คนเราทั้งหลายมันเป็นอะไรกันไปหมด ชอบกดไลด์ ใช่กดแชร์ ที่ถูกต้องคือ ต้องชัวร์แล้วจึงแชร์ ชัวร์หมายถึง “สิ่งนั้นต้องมีความถูกต้อง ครบถ้วน ทันสมัย พร้อมไปกับสติ”

บทเรียนเรื่องนี้ทำให้เห็นเภทภัยของโลกมี่สื่อสารผ่านออนไลน์ครับ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ