posttoday
ธปท.ย้ำบัตรเอทีเอ็มแถบแม่เหล็กใช้ได้ถึง 31 ธ.ค.2562

ธปท.ย้ำบัตรเอทีเอ็มแถบแม่เหล็กใช้ได้ถึง 31 ธ.ค.2562

19 พฤษภาคม 2559

ธปท.แจงแนวทางการให้บริการเปลี่ยนบัตรเอทีเอ็มแบบแถบแม่เหล็ก เป็นบัตรเดบิตระบบชิปการ์ดเพิ่มเติม ย้ำต้องเปลี่ยนบัตรให้เป็นชิปการ์ดก่อน 1 ม.ค. 2563

ธปท.แจงแนวทางการให้บริการเปลี่ยนบัตรเอทีเอ็มแบบแถบแม่เหล็ก เป็นบัตรเดบิตระบบชิปการ์ดเพิ่มเติม ย้ำต้องเปลี่ยนบัตรให้เป็นชิปการ์ดก่อน  1 ม.ค. 2563  มีข้อสงสัยให้ติดต่อแบงก์เจ้าของบัตร

นางทองอุไร ลิ้มปิติ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ชี้แจงแนวการให้บริการกรณีที่เปลี่ยนบัตรเอทีเอ็มและบัตรเดบิตแบบแม่เหล็กในปัจจุบันบัน ให้เป็นระบบบัตรเดบิตแบบชิปการ์ด (Chip Card) ตามนโยบายการปรับปรงความปลอดภัยการให้บริการที่สูงขึ้นเพิ่มเติม  หลังประชาชนให้ความสนใจสอบถามข้อมูลเข้ามาจำนวนมาก  ดังนี้

1. ตั้งแต่ 16 พ.ค. 59 เป็นต้นไป บัตรที่ออกใหม่จะเป็น Chip Card ซึ่งปลอดภัยกว่าเดิม

2. บัตรแถบแม่เหล็กเดิม ยังใช้ได้ตามปกติถึง 31 ธ.ค. 62 ซึ่ง ธนาคารพาณิชย์ผู้ให้บริการจะทยอยเปลี่ยนเป็น Chip Card ให้เมื่อบัตรเดิมหมดอายุ  ( 1 ม.ค. 2563 บัตรระบบแถบแม่เหล็กจะใช้ไม่ได้)

3. หากต้องการเปลี่ยนบัตรเดิม เป็น Chip Card ให้ติดต่อได้ที่ ธนาคารพาณิชย์ผู้ออกบัตร แต่อาจมีค่าใช้จ่ายตาม ที่ ธนาคารพาณิชย์แห่งนั้นๆ กำหนด ซึ่งบางแห่งอาจยกเว้นค่าใช้จ่ายเปลี่ยนบัตรให้เป็นการชั่วคราว

4. บัตร Chip ใช้ได้กับตู้เอทีเอ็มธนาคารเดียวกันได้ตามปกติทุกตู้ แต่ในช่วงแรกอาจมีตู้เอทีเอ็มบางตู้ยังไม่พร้อมรองรับการใช้ Chip Card ต่างธนาคารบ้าง ซึ่งจะมีข้อความแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบ ณ ตู้เอทีเอ็มที่ยังอยู่ระหว่างปรับปรุง

ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการควรสอบถามรายละเอียดและเงื่อนไขจากธนาคารพาณิชย์ ก่อนตัดสินใจเลือกใช้บริการ ซึ่งสอบถามข้อมูลได้ที่ธนาคารพาณิชย์ โดยตรง หรือเรียกดูค่าธรรมเนียมเปรียบเทียบทุกได้ที่ www.bot.or.th

และหากมีข้อสงสัยให้สอบถามไปยัง Call Center ของ ธนาคารพาณิย์แต่ละแห่งได้โดยตรง หรือสามารถโทรมาสอบถามบริการหรือร้องเรียนการให้บริการได้ที่ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธปท. โทร. 1213

อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ ธปท.และสมาคมธนาคารไทย เคยชี้แจงไว้เอวันที่ 4 พ.ค. 59 ที่ผ่านมาว่า ธนาคารพาณิชย์ต้องเปลี่ยนบัตรเอทีเอ็ม และบัตรเดบิต แบบเดิมที่เป็นระบบแถบแม่เหล็ก ให้เป็นบัตรเดบิตแบบชิปการ์ด ได้ตั้งแต่ 16 พ.ค.59 เป็นต้นไป (เฉพาะบัตรที่ออกใหม่) ส่วนบัตรใบเก่าสามารถใช้ได้ไปถึง 31 ธ.ค. 2562 จากนั้นตั้งแต่ 1 ม.ค. 2563 เป็นต้นไปบัตรเอทีเอ็มและบัตรเดบิตแบบแถบแม่เหล็กจะใช้ไม่ได้ เพราะระบบจะตัด

สำหรับค่าธรรมเนียมออกบัตรเดบิตแบบชิปการ์ดใหม่ ธนาคารจะคิดค่าธรรมเนียมเท่าเดิม คือ ประมาณ 300 บาท แบ่งเป็น ค่าธรรมเนียมแรกเข้า (กรณีลูกค้าใหม่) 100 บาท + ค่าธรรมเนียมรายปี 200 บาท เพราะบัตรไม่มีอะไรต่างกัน แค่มีความปลอดภัยมากขึ้นและป้องกันการคดลอกข้อมูลบัตร(สกิมมิ่ง)ได้ เป็นประโยชน์กับผู้บริโภคเอง

ขณะเดียวกัน ธปท.ก็ไม่ได้ห้ามการประกันหรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่นๆ พ่วงไปกับบัตรแต่อย่างใด เพียงแต่ขอความร่วมมือให้ธนาคารพาณิชย์ทุกแห่ง ต้องมีบัตรเดบิตชิปการ์ดแบบธรรมดาๆ คือ ไม่มีออฟชั่นอะไรเลย เป็นเหมือนบัตรเอทีเอ็มที่ใช้กดเงินสดธรรมดา และเป็นบัตรเดบิตธรรมดา ที่ให้ใช้หักชำระสินค้าและบริการต่างๆ ไว้เป็นบริการพื้นฐานให้ประชาชนผู้บริโภคเป็นทางเลือกด้วยเท่านั้น

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ