
หวั่นปิดเหมืองลุกลาม
สภาเหมืองแร่เข้าพบ กพร. ขอข้อมูลกรณีปิดเหมืองทองคำอัคราฯ ก่อนนัดประชุมสมาชิกกำหนดท่าที
สภาเหมืองแร่เข้าพบ กพร. ขอข้อมูลกรณีปิดเหมืองทองคำอัคราฯ ก่อนนัดประชุมสมาชิกกำหนดท่าที
นายสมพร อดิศักดิ์พานิชกิจ เลขาธิการสภาการเหมืองแร่ เปิดเผยหลังเข้าพบ นายชาติ หงส์เทียมจันทร์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) หลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติรับทราบมติของที่ประชุม 4 กระทรวง ที่ให้ยุติการทำเหมืองทองคำของบริษัทอัครา รีซอร์สเซส ว่า ได้หารือกับ กพร.ในกรณีที่รัฐบาลสั่งเปิดเหมืองทองคำ โดยสภาต้องการให้ กพร.พิจารณาให้ความเป็นธรรมกับบริษัท อัคราฯ เนื่องจากผลกระทบที่เกิดขึ้นยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเกิดจากการทำเหมืองทองคำโดยตรง
“สภาเข้าใจสถานการณ์ดีว่ากรณีนี้เป็นนโยบายสาธารณะในเชิงป้องกันของรัฐ แต่ภายใน 1 สัปดาห์นับจากนี้สภาจะนัดหารือกับสมาชิก เพื่อออกแถลงการณ์กำหนดท่าทีออกมา” นายสมพร กล่าว
นายสมพร กล่าวว่า กรณีการปิดเหมืองทองคำของบริษัท อัคราฯ เชื่อว่าไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการเหมืองแร่ 2,000 ราย ที่อยู่ระหว่างยื่นขอประทานบัตรใหม่ ต่ออายุประทานบัตรเก่าในพื้นที่เดิม ขออาชญาบัตรสำรวจแร่ และขออนุญาตประกอบโรงโลหกรรม เนื่องจากการออกใบอนุญาตต่างๆ ต้องเป็นไปตามขั้นตอน และภาครัฐจะต้องดำเนินการตามกรอบของ พ.ร.บ.อำนวยความสะดวก พ.ศ. 2558
“ปัจจุบันผู้ประกอบการเหมืองแร่ที่เป็นสมาชิกของสภากว่า 600 ราย มีการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและด้านซีเอสอาร์ที่เหมาะสม เพื่อให้อยู่ร่วมกับประชาชนได้” นายสมพร กล่าว
นายชาติ หงส์เทียมจันทร์ อธิบดี กพร. กล่าวว่า ต้องการให้บริษัท อัคราฯ เร่งรัดจัดทำแนวทางการฟื้นฟูพื้นที่ทำเหมืองทองคำที่ได้ดำเนินการอยู่ในทันที โดยไม่ต้องรอจนถึงเวลาปิดเหมืองในช่วงสิ้นปีนี้ และขณะนี้ กพร.อยู่ระหว่างรวบรวมข้อกฎหมายและข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในการประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำของบริษัท อัคราฯ ก่อนทำหนังสือชี้แจงถึงสาเหตุของการไม่ต่ออายุประทานบัตรเหมืองทองคำ เพื่อส่งไปให้บริษัทภายในสิ้นเดือนนี้
นอกจากนี้ คณะทำงานร่วมเพื่อแก้ไขปัญหาเหมืองแร่ทองคำระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงสาธารณสุข จะเดินหน้าตรวจสอบผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน เพื่อเก็บเป็นฐานข้อมูลในอนาคต
นายชาติ ยังกล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติตั้งอนุกรรมการไต่สวนกรณีตรวจสอบพบว่ามีการโอนเงินจากประเทศออสเตรเลียมายังประเทศไทย ที่อาจเป็นไปเพื่อประโยชน์ในการขอใบอนุญาตขุดเหมืองแร่ทองคำหรือเกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจเหมืองแร่ทองคำ และให้สินบนแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐในประเทศไทยว่า บริษัททำเหมืองทองคำในประเทศไทย ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับประเทศออสเตรเลียก็มีเพียงบริษัท อัคราฯเท่านั้น และกรมได้เตรียมข้อมูลที่จะชี้แจงกับ ป.ป.ช.ทั้งหมดแล้ว โดยขณะนี้กรมอยู่ระหว่างรอให้ ป.ป.ช.เรียกเข้าไปชี้แจง
“ตรงนี้เราไม่ตกใจอะไรในกรณีนี้ เพราะเราก็ทำตามขั้นตอน แล้วเราก็จัดเตรียมข้อมูลไว้เพื่อให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบทั้งหมดแล้ว แต่จนถึงขณะนี้ ป.ป.ช.ยังไม่มีการประสานข้อมูลมายังกรมแต่อย่างใด ซึ่งในส่วนข้าราชการ ผมไม่เห็นว่าเขามีเงื่อนไขอะไรที่ต้องให้เงิน เพราะคนออกใบอนุญาตก็คือรัฐมนตรี” นายชาติ กล่าว







