
ทีดีอาร์ไอแนะขึ้นภาษีน้ำตาล
ทีดีอาร์ไอยกบทเรียนในต่างประเทศ ชี้ขึ้นภาษีเครื่องดื่มน้ำตาลแก้ปัญหาพฤติกรรมบริโภคได้ แนะขึ้นภาษีน้ำตาลด้วย
ทีดีอาร์ไอยกบทเรียนในต่างประเทศ ชี้ขึ้นภาษีเครื่องดื่มน้ำตาลแก้ปัญหาพฤติกรรมบริโภคได้ แนะขึ้นภาษีน้ำตาลด้วย
นายนณริฏ พิศลยบุตร นักวิชาการสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เปิดเผยว่า ความพยายามของรัฐบาลในการขึ้นภาษีเครื่องดื่มน้ำตาล เพื่อแก้ไขปัญหาการบริโภคน้ำตาลที่เกินพอดี ซึ่งนำไปสู่ปัญหาทางด้านสุขภาพ มีบทเรียนในต่างประเทศหลายแห่งที่ทำให้เห็นว่าการขึ้นภาษีสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคได้ เห็นได้จากประเทศเม็กซิโก ที่เมื่อขึ้นภาษีเมื่อปี 2556-2557 แล้ว ปริมาณการผลิตเครื่องดื่มน้ำอัดลมมีจำนวนค่อนข้างคงที่ ขณะที่การผลิตน้ำดื่มแบบขวดมีปริมาณเพิ่มขึ้นกว่าเดิมอย่างก้าวกระโดด
นอกจากนี้ ยังมีกรณีศึกษาของประเทศฝรั่งเศส ที่พบว่าภาระของภาษีไม่ได้ตกกับผู้ค้าปลีก ที่มักจะมีอำนาจต่อรองต่ำกว่าผู้ผลิตและผู้บริโภค แต่กลับเป็นผู้บริโภคที่จะได้รับผลของภาษีโดยตรง โดยพบว่าร้านค้าปลีกได้เพิ่มราคาสูงกว่าอัตราภาษีที่เพิ่มขึ้นเสียอีก ซึ่งเมื่อผู้บริโภคได้รับภาระทางภาษีที่เพิ่มขึ้น ก็จะมีส่วนทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้อย่างแท้จริง
นายนณริฏ กล่าวว่า การนำผลศึกษาดังกล่าวมาเผยแพร่ เนื่องจากที่ผ่านมามีข้อโต้แย้งในการขึ้นภาษีเครื่องดื่มน้ำตาล 2 ประการหลักๆ คือ การขึ้นภาษีจะไม่ทำให้ผู้บริโภคปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หรือการขึ้นภาษีไม่อาจตอบโจทย์การควบคุมการบริโภคน้ำตาลได้ สอง กลุ่มผู้ค้าปลีก ซึ่งมักจะเป็นผู้ค้ารายย่อย อาจจะเป็นผู้แบกรับต้นทุน เนื่องจากมีอำนาจต่อรองน้อยกว่าธุรกิจรายใหญ่ การขึ้นภาษีอาจจะส่งผลเสียต่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมทำให้ธุรกิจอยู่ได้ยากลำบากมากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม การขึ้นภาษีเครื่องดื่มน้ำตาล รัฐบาลควรพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะการขึ้นภาษีเฉพาะเครื่องดื่มเพียงอย่างเดียว อาจจะไม่ตอบโจทย์การลดการบริโภคน้ำตาลที่ตรงเป้าหมายเสียทีเดียว เนื่องจากผู้บริโภคสามารถที่จะบริโภคน้ำตาลจากสินค้าชนิดอื่นนอกเหนือจากเครื่องดื่มได้ เช่น การบริโภคอาหารดังนั้นหากต้องการที่จะให้ตรงกับเป้าหมายอย่างแท้จริง อาจจะต้องพิจารณาเก็บเป็นภาษีจากการผลิตหรือขายน้ำตาลแทน อาจจะตรงกับโจทย์มากกว่า
ขณะเดียวกัน บทเรียนจากต่างประเทศบ่งชี้ว่า ผู้ผลิตจะมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีเช่นเดียวกัน ซึ่งหากเป็นการปรับเปลี่ยนไปผลิตเครื่องดื่มที่ปราศจากน้ำตาล หรือลดปริมาณน้ำตาลลงเพียงอย่างเดียว ก็น่าจะเป็นไปตามเป้าหมายของนโยบายภาครัฐ แต่ก็มีความเป็นไปได้เช่นเดียวกัน ที่ผู้ผลิตจะใช้สารแทนความหวานที่อาจจะเป็นภัยต่อผู้บริโภคแทน ดังนั้นการขึ้นภาษีเครื่องดื่มน้ำตาลจะต้องพิจารณาล่วงหน้าไปถึงการควบคุมสารแทนความหวานชนิดอื่นๆ ที่อาจจะเป็นอันตรายด้วยเช่นกัน







