posttoday
เตือน 3 ประเด็นใหม่ ท้าทายแบงก์ทั่วโลก

เตือน 3 ประเด็นใหม่ ท้าทายแบงก์ทั่วโลก

18 พฤษภาคม 2559

โดย...ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงศ์

โดย...ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงศ์

ตัวแทนจากสถาบันการเงินโลก ชู 3 ประเด็นท้าทายการทำธุรกิจของธนาคารพาณิชย์ยุคใหม่ และสร้างแรงกดดันต่อรายได้และผลกำไร พร้อมแนะทางปรับตัวโดยการให้ธนาคารพาณิชย์หันไปใช้ดิจิทัลเพื่อลดต้นทุน

วรภัค ธันยาวงษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า จากการเข้าร่วมประชุมกับซีอีโอสถาบันการเงินโลก 10 ประเทศ ในงานประชุม Global CEO Round Table ที่อิตาลี ได้มีการหยิบยกประเด็นความท้าทายของภาคธนาคารในอนาคตใน 3 ประเด็น ได้แก่ อัตราดอกเบี้ยนโยบายของโลกที่ลดลง ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสามารถในการสร้างรายได้และการทำกำไรของธนาคารพาณิชย์

สำหรับความท้าทายเรื่องต่อมา คือ ภาระที่เพิ่มขึ้นจากฝ่ายกำกับนโยบาย (Regulatory Burden) ที่ทำให้ธนาคารมีภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น เพื่อเสริมความแข็งแกร่งรองรับความไม่แน่นอน ซึ่งธนาคารต้องรับมือผลกระทบทางรายได้ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ ดำเนินการลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายต่างๆ รวมทั้งการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในการให้บริการ ซึ่งจะเห็นได้ว่าปัจจุบันธนาคารไทยมีการบุกดิจิทัลแบงก์กิ้งมากขึ้น

นอกจากนี้ ธนาคารพาณิชย์ยังเผชิญความท้าทายที่ 3 คือ การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ที่ทำให้เกิดผู้ประกอบการทางการเงินใหม่ๆ หรือที่เรียกว่า ฟินเทค (Financial Technology : FinTech) ที่เข้ามาแข่งขันกับธนาคารพาณิชย์ ซึ่งที่ประชุม Global CEO Round Table มีการจับตาฟินเทคใน 4 กลุ่ม คือ การชำระเงิน บัตร การลงทุน และล่าสุดคือ การจัดการบัญชีที่ง่ายขึ้นสำหรับลูกค้า โดยธนาคารพาณิชย์ของไทยบางแห่งได้มีการปรับตัวรองรับฟินเทคแล้ว

“ธนาคารพาณิชย์ต้องดำเนินการปิดความเสี่ยงใน 4 บริการที่เกี่ยวกับฟินเทคดังกล่าว เพราะฟินเทคมีจุดเด่นคือง่ายและถูก ฉะนั้นหากธนาคารไม่ปรับตัว ก็อาจจะต้องเสียส่วนแบ่งการตลาดตรงนี้ให้กับฟินเทคได้ ตอนนี้ธนาคารต่างชาติมีการใช้ดิจิทัลแบงก์เป็นหลัก โดยรายได้จากดิจิทัลแบงก์กิ้งได้เพิ่มสัดส่วนขึ้นเป็นกว่า 50% ของรายได้ลูกค้ารายย่อย แต่สำหรับธนาคารพาณิชย์ไทยยังมีสัดส่วนรายได้จากดิจิทัลแบงก์ไม่สูงมาก” วรภัค กล่าว

นอกจากนี้ ในระยะต่อไปสาขาธนาคารพาณิชย์จะต้องปรับรูปแบบเป็นการเน้นให้คำปรึกษาทางการเงินแก่ลูกค้า แทนที่การทำธุรกรรมการเงินทั่วไป เพราะการทำธุรกรรมการเงินต่อไปจะเกิดนอกสาขามากขึ้น ขณะเดียวกันดิจิทัลแบงก์กิ้งจะเป็นช่องทางสำคัญในการเข้าหาลูกค้า โดยธนาคารกรุงไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบวิเคราะห์ฐานข้อมูล (Data Analytics) เพื่อประมวลข้อมูลลูกค้ามาจัดระบบเป็นประโยชน์แก่การพัฒนาผลิตภัณฑ์การเงินที่ตอบโจทย์ และเป็นกุญแจสำคัญในการจัดการกับต้นทุนที่เกิดขึ้น

อย่างไรก็ดี สาขาของธนาคารพาณิชย์น่าจะมีจำนวนที่ทรงตัว โดยในกรุงเทพฯ จะมีจำนวนสาขาลดลง เพราะคนกรุงค่อนข้างคุ้นเคยกับดิจิทัลแบงก์กิ้งมากกว่า และการเปิดสาขาใหม่อาจจะเปิดในต่างจังหวัดที่อยู่ในทำเลที่ดี เพื่อรองรับการให้บริการแก่ลูกค้าที่ยังนิยมไปสาขาอยู่ ประกอบกับระบบธนาคารพาณิชย์ไทยมีขนาดใหญ่ การที่จะเปลี่ยนแปลงไปสู่ระบบดิจิทัลทันทีก็ยาก แต่ก็เป็นภารกิจสำคัญที่ต้องวางรากฐานการพัฒนาต่อไป

พรรณพร คงยิ่งยง รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุดลูกค้าบุคคล ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า การยกระดับระบบชำระเงินเป็นอิเล็กทรอนิกส์ (อี-เพย์เมนต์) ส่งผลกระทบต่อรายได้ของธนาคารแน่นอน แต่สิ่งที่เป็นประโยชน์คือ สามารถลดค่าใช้จ่ายค่าบริหารเงินสด ค่าพนักงาน และการลงทุนสาขา ได้ในระยะต่อไป เมื่อจำนวนธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์และออนไลน์เพิ่มมากขึ้น

สำหรับแนวโน้มของสาขาธนาคารพาณิชย์จากนี้จะลดจำนวนลงเรื่อยๆ จากการที่แต่ละธนาคารจะมุ่งเน้นเรื่องประสิทธิภาพ โดยสาขาใดมีปริมาณธุรกรรมหรือผู้ใช้บริการน้อยก็จะปิด และไปควบรวมกับสาขาใกล้เคียงแทน ขณะเดียวกันการเปิดสาขาใหม่ยังคงมีอยู่ หากมีทำเลที่ดี หรือมีห้างสรรพสินค้าเปิดใหม่ พร้อมกันนี้ต้องมีการยกระดับพนักงานสาขาไปเป็นที่ปรึกษาทางการเงินรองรับการเป็นสาขาเพื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ด้วย

ทั้งนี้ คาดว่าปีนี้จะมีการควบรวมสาขา 50 แห่ง เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่ควบรวม 20 แห่ง ฉะนั้นแนวโน้มสาขาในอีก 5 ปีข้างหน้าอาจจะปรับลดลงเหลือประมาณ 1,000 สาขา จากปัจจุบันมี 1,200 สาขา

ส่วนดิจิทัลแบงก์กิ้งของธนาคารมีจำนวนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยมีลูกค้า เอสซีบี อีซี่ เน็ต จำนวน 2.2 ล้านบัญชี มีลูกค้าทำธุรกรรมต่อเนื่อง (แอ็กทีฟ) 50% ปัจจุบันการทำธุรกรรมออนไลน์มีสัดส่วน 30% ของปริมาณธุรกรรมทั้งหมด นอกนั้นเป็นธุรกรรมบนเอทีเอ็ม 43% และที่สาขา 20% ซึ่งธุรกรรมออนไลน์มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเรื่อยอัตราการเติบโตยอดธุรกรรมเฉลี่ยปีละ 20-30%

อนึ่ง ณ สิ้นเดือน มี.ค. 2559 ธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบมีสาขารวม 7,046 สาขา เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันปีก่อน 29 แห่ง และลดลง 15 สาขา จากสิ้นปี 2558 ที่มี 7,061 สาขา ขณะที่สิ้นปี 2557 จำวน 7,005 สาขา

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69