
ร้อง‘อรรชกา’ระงับ ไฟฟ้าขยะแก่งคอย
กนอ.สั่งเอกชนเคลียร์ข้อกังวลชาวบ้าน ปมสร้างโรงไฟฟ้าขยะในนิคมแก่งคอย 9.4 เมกะวัตต์
กนอ.สั่งเอกชนเคลียร์ข้อกังวลชาวบ้าน ปมสร้างโรงไฟฟ้าขยะในนิคมแก่งคอย 9.4 เมกะวัตต์
รายงานข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรมแจ้งว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นายประเสริฐ ดิษฐคลึ ตัวแทนเครือข่ายชาวบ้านบ้านธาตุคัดค้านโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงขยะ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี เข้ายื่นหนังสือถึงนางอรรชกา
สีบุญเรือง รมว.อุตสาหกรรม โดยเรียกร้องให้กระทรวงอุตสาหกรรมประสานงานกับเอกชนเจ้าของโครงการให้ระงับโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงจากสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วในนิคมอุตสาหกรรมแก่งคอยกำลังการผลิต 9.4 เมกะวัตต์ มูลค่า 1,150 ล้านบาท ของบริษัท เอิร์ธ เท็ค เอนไวรอนเมนท์ ซึ่งเป็นบริษัทลูกของบริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน (BWG) จนกว่าการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และบริษัทจะสามารถชี้แจงข้อกังวลของชาวบ้านได้ครบถ้วนชัดเจน
นายประเสริฐ กล่าวว่า เครือข่ายชาวบ้านขอให้บริษัทที่รับผิดชอบโครงการ ทำหนังสือชี้แจงข้อสงสัยเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่ใช้ในการสร้างโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงขยะ ประสิทธิภาพเครื่องจักร และสร้างความมั่นใจให้ได้ว่าโรงไฟฟ้าดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในระยะยาว เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่าข้อมูลที่บริษัทชี้แจงกับชาวบ้านไม่รอบด้าน และขอให้ กนอ.ทบทวนการจัดทำรายงานผล
กระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) โครงการดังกล่าวใหม่ เนื่องจากปัจจุบันสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตมาก
“แม้จะยังมีชาวบ้านไม่เห็นด้วยและไม่ยอมรับโครงการนี้จำนวนมาก แต่บริษัทก็ได้ดำเนินการก่อสร้างโครงการไปเรื่อยๆ โดยไม่สนใจว่าชาวบ้านจะเห็นด้วยหรือไม่ ทางเครือข่ายจึงต้องการให้ภาครัฐระงับและยุติ หรือชะลอโครงการไปก่อนจนกว่าชาวบ้านจะยอมรับ” นายประเสริฐ กล่าว
นายจักรรัฐ เลิศโอภาส รองผู้ว่าการ กนอ. กล่าวว่า กนอ.อยู่ระหว่างทำหนังสือขอให้บริษัท เอิร์ธ เท็คฯ ชี้แจงประเด็นที่ชาวบ้านในพื้นที่ก่อสร้างโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงขยะในนิคมแก่งคอยกังวลใจ เพราะแม้ว่าที่ผ่านมาโครงการโรงไฟฟ้าดังกล่าวมีการทำประชาพิจารณ์และอีไอเอ รวมถึงกำหนดมาตรการต่างๆ รองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นแล้ว แต่สิ่งสำคัญคือ บริษัทที่ก่อสร้างโรงไฟฟ้าต้องลงพื้นที่พูดคุยทำ
ความเข้าใจกับชาวบ้านให้ชัดเจนและเกิดการยอมรับทุกประเด็น
“ถ้าไม่ผิดก็ไปยุติโครงการเขาไม่ได้ แต่สิ่งที่ชาวบ้านกังวลคือ เรื่องมลพิษ ก็ได้ให้บริษัทกำหนดขั้นตอนเป็นแผนงานและมาตรการป้องกันแล้ว ส่วนการทำความเข้าใจกับชาวบ้านต้องทำแบบค่อยเป็นค่อยไปซึ่งใช้เวลา” นายจักรรัฐ กล่าว







