posttoday
ให้กู้ได้เร็วไว ใช่คำตอบบริการทางการเงิน ที่มีประสิทธิภาพหรือไม่

ให้กู้ได้เร็วไว ใช่คำตอบบริการทางการเงิน ที่มีประสิทธิภาพหรือไม่

16 พฤษภาคม 2559

ผมได้เห็นการสื่อสารเชิญชวนของสถาบันการเงินในเวลานี้ที่มีให้กับผู้คน ยามที่เศรษฐกิจคาดว่าจะเติบโต 2.8-3.5% มีหนี้ครัวเรือนโดยรวม 11.04 ล้านล้านบาท ตัวเลขของสิ้นปี 2558 ตัวเลขการส่งออกก็เดี๋ยวดีเดี๋ยวไม่ดี การฟื้นตัวเศรษฐกิจก็มีสัญญาณบวกแต่อาจยังไม่ครอบคลุมทุกภาคเศรษฐกิจ เพราะมีความเสี่ยงจากภัยแล้ง รัฐบาลก็ทุ่มเทสรรพกำลังลงไปแบบไม่มีเหนื่อย ไม่มีหิว ไม่มีท้อ ข้อความในการสื่อสารระบุว่า

ผมได้เห็นการสื่อสารเชิญชวนของสถาบันการเงินในเวลานี้ที่มีให้กับผู้คน ยามที่เศรษฐกิจคาดว่าจะเติบโต 2.8-3.5% มีหนี้ครัวเรือนโดยรวม 11.04 ล้านล้านบาท ตัวเลขของสิ้นปี 2558 ตัวเลขการส่งออกก็เดี๋ยวดีเดี๋ยวไม่ดี การฟื้นตัวเศรษฐกิจก็มีสัญญาณบวกแต่อาจยังไม่ครอบคลุมทุกภาคเศรษฐกิจ เพราะมีความเสี่ยงจากภัยแล้ง รัฐบาลก็ทุ่มเทสรรพกำลังลงไปแบบไม่มีเหนื่อย ไม่มีหิว ไม่มีท้อ ข้อความในการสื่อสารระบุว่า

- กู้บ้าน เอกสารครบ ไม่ติดเครดิตบูโร รู้ผลอนุมัติใน 90 นาที

- บัตรเครดิต เอกสารครบ ไม่ติดเครดิตบูโร รู้ผลอนุมัติใน 60 นาที

- จำนำทะเบียนรถยนต์ หรือ Car for cash เอกสารครบ ไม่ติดเครดิตบูโร รู้ผลอนุมัติใน 15 นาที

กลับมาที่โครงการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของรัฐบาลที่ดำเนินการด้วยธนาคารของรัฐที่ออกตัวแรง มาวันนี้ผู้บริหารธนาคารของรัฐที่เป็นพระเอก ระบุว่า ยืนยันว่าการอนุมัติสินเชื่อไม่ได้มีความล่าช้า โดยที่ผ่านมาพบว่าผู้ที่ขอสินเชื่อส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอาชีพอิสระ เช่น พ่อค้า แม่ค้า วินมอเตอร์ไซค์ ซึ่งก็จะมีปัญหาเรื่องเอกสารยื่นขอกู้เงิน บางกรณีติดปัญหาเครดิตบูโร แต่ธนาคารจะไม่ปฏิเสธสินเชื่อทันที โดยจะให้กลุ่มอาชีพอิสระเข้าโครงการโรงเรียนการเงิน เพื่อเตรียมตัวขอร่วมกู้เงินกับธนาคารได้ง่ายขึ้น แต่บางรายจะต้องใช้เวลาแก้ปัญหา 4-6 เดือน ในการเตรียมเอกสารหรือรายได้ และจัดให้มีการแบ่งลูกค้ามีการคัดตัวเข้า โครงการโรงเรียนการเงิน เพื่อให้ผู้ที่มีรายได้น้อยและปานกลางมีความรู้ด้านการเงิน ช่วยให้ขอกู้เงินกับ ธนาคารได้ โดยแบ่งลูกหนี้ออกเป็น 4 กลุ่ม คือ

1.กลุ่มที่มีเอกสารพร้อมและมีศักยภาพในการกู้แต่ไม่เข้าใจระบบสถาบันการเงิน

2.ผู้ที่มีศักยภาพในการกู้ แต่เอกสารไม่พร้อม เช่น อาชีพอิสระ เพราะไม่มีบัญชีรับ-จ่ายทางการเงิน

3.กลุ่มเคยมีศักยภาพในการกู้ แต่ติดเครดิตบูโรและต้องการกู้อีก ซึ่งธนาคารจะเข้าไปดูแล

4.กลุ่มนักศึกษาจบใหม่ที่ต้องการอสังหาริมทรัพย์ในอีก 3-5 ปีข้างหน้า แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร

คำว่าติดเครดิตบูโรที่มีแทรกในทุกประโยค ความหมายอธิบายแบบบ้านๆ ก็คือ

1.มีประวัติว่าในอดีตครั้งเดียว หรือหลายครั้งมีการค้างชำระ ซึ่งเราเรียกกลุ่มนี้ว่า “คนเคยค้าง ต่อมาไปชำระหนี้ ปัจจุบันเป็นปกติ ชำระหนี้ได้ตามปกติ”

2.มีข้อมูลว่าตอนนี้มีการค้างอยู่อย่างน้อยหนึ่งบัญชี ยังไม่มีการชำระ

3.มีข้อมูลบัญชีว่าอย่างน้อย 1 บัญชีเป็นหนี้เสีย เป็นหนี้เน่า มีทั้งที่ชำระอยู่หรือไม่มีการชำระเข้ามา

4.มีข้อมูลว่าบัญชีใด บัญชีของใครที่กำลังถูกดำเนินคดี เรียกว่าจะเอารหัสนี้ออกไปป้องปรามว่า อย่าคิดทำ ถ้าทำจะเจอดีแน่นอนทั้งสี่ข้อ

คำว่าติดเครดิตบูโร ท่านผู้อ่านลองใจนิ่งๆ แล้วถามตัวเองว่าคำแปล มันเป็นอย่างไรกัน

ถ้าคำแปลมันคือ เคยค้าง หรือตอนนี้ค้างอยู่หรือตอนนี้โดนเจ้าหนี้ใช้สิทธิตามกฎหมายฟ้องร้อง เป็นต้นนั้น

คำถาม คือ ใครทำให้มันเกิดประวัติอย่างนั้น ธนาคารทำหรือ เครดิตบูโรทำหรือ หรือตัวเจ้าของข้อมูลเป็นคนทำให้เกิดมาขึ้นกันแน่ หลับตา ครุ่นคิด ใช้สติ ไม่ใช้กำลัง ไม่เข้าข้างตัวเอง ท่านที่มีประวัติ
ดังที่กล่าวก็จะรู้ว่าใครกันที่เป็นคนทำให้ประวัติของเราในเรื่องการก่อหนี้และการชำระหนี้นั้นออกมาในทางลบ

การมีความสามารถในการชำระหนี้ และการแสดงออกมาว่าเรามีความตั้งใจในการชำระหนี้แล้ว สองสิ่งนี้คือคำตอบว่าจะกู้ได้หรือจะกู้ไม่ได้

การกระตุ้นให้คนที่อาจหมิ่นเหม่กับความไม่รู้เรื่องการเงินส่วนบุคคล แต่ไปติดกับดักทางการตลาด ของการเชิญชวน จนมีการก่อหนี้จริง ต่อมากลายเป็นหนี้เสีย หนี้ค้างชำระแล้ว

มันใช่คำตอบของการเข้าถึงบริการทางการเงิน (ในที่นี้คือการให้กู้) ที่มีประสิทธิภาพหรือไม่ ถ้าคำตอบคือ ไม่ใช่หรือไม่ได้ต้องการให้เกิดพฤติกรรมแบบนั้นแล้ว มันก็น่าจะถึงเวลาที่ต้องให้มีการปรับทัศนคติทั้งโดยตัวเอง หรือคนอื่นๆ ใช่หรือไม่ครับ

ท่านที่มีอำนาจรัฐในการกำกับดูแลคนให้กู้ครับ ...น่าจะถึงเวลาที่ท่านต้องออกมาคำรามป้องปรามได้แล้วหรือไม่ ปัญหานี้มันมาทุกปีเมื่อมี Big Event

ขอขอบคุณที่ให้ความสนใจอ่านครับ

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน