posttoday
ตลาดแรงงานสหรัฐ ยังไม่สดใส

ตลาดแรงงานสหรัฐ ยังไม่สดใส

16 พฤษภาคม 2559

ปัจจัยสำคัญลำดับต้นๆ ที่ธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด ใช้ในการตัดสินใจในการขึ้นดอกเบี้ยก็คืออัตราการว่างงานในประเทศ โดยข้อมูลล่าสุดเดือน เม.ย.ออกมาที่ระดับ 5% ซึ่งเฟดถือว่าเป็นระดับการจ้างงานเต็มที่ (Full Employment) แล้ว และในทางทฤษฎีก็น่าจะมีน้ำหนักเพียงพอที่จะส่งผลให้เฟดสามารถตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยได้ แต่เฟดยังคงเลือกที่จะรอประเมินสถานการณ์ต่างๆ เพิ่มเติม พร้อมส่งสัญญาณว่าจะยังไม่รีบขึ้นดอกเบี้ยจนกว่าจะแน่ใจว่าเศรษฐกิจสหรัฐนั้นฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งพร้อมรับมือการขึ้นดอกเบี้ยครั้งถัดไปได้

ปัจจัยสำคัญลำดับต้นๆ ที่ธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด ใช้ในการตัดสินใจในการขึ้นดอกเบี้ยก็คืออัตราการว่างงานในประเทศ โดยข้อมูลล่าสุดเดือน เม.ย.ออกมาที่ระดับ 5% ซึ่งเฟดถือว่าเป็นระดับการจ้างงานเต็มที่ (Full Employment) แล้ว และในทางทฤษฎีก็น่าจะมีน้ำหนักเพียงพอที่จะส่งผลให้เฟดสามารถตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยได้ แต่เฟดยังคงเลือกที่จะรอประเมินสถานการณ์ต่างๆ เพิ่มเติม พร้อมส่งสัญญาณว่าจะยังไม่รีบขึ้นดอกเบี้ยจนกว่าจะแน่ใจว่าเศรษฐกิจสหรัฐนั้นฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งพร้อมรับมือการขึ้นดอกเบี้ยครั้งถัดไปได้

ถ้าวิเคราะห์ข้อมูลการจ้างงานอื่นๆ ประกอบแล้ว จะเห็นได้ว่าสัญญาณการฟื้นตัวของตลาดแรงงานยังคงมีความไม่ชัดเจนนัก โดยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร (Nonfarm Payroll) เมื่อเดือนที่ผ่านมาอยู่ที่ระดับ 1.6 แสนตำแหน่ง ซึ่งอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือน แสดงให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นของจำนวนตำแหน่งงานชะลอตัวลงอย่างชัดเจน ในขณะที่จำนวนคนที่ขอรับสวัสดิการการว่างงานครั้งแรก (Initial Jobless Claims) ในสหรัฐก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 2.74 แสนตำแหน่ง สะท้อนให้เห็นถึงสภาพตลาดแรงงานสหรัฐที่ยังคงเปราะบางอยู่

และถึงแม้ค่าจ้างแรงงานจะยังคงปรับเพิ่มขึ้นในเดือน เม.ย.ถึง 2.5% ซึ่งถือว่าค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับข้อมูลหลังวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์เป็นต้นมา แต่จากจำนวนตำแหน่งงานที่เพิ่มขึ้นน้อยลง ประกอบกับจำนวนคนว่างงานที่เพิ่มขึ้น อาจจะสนับสนุนสมมติฐานของนักวิเคราะห์บางกลุ่มที่ให้ความเห็นไว้ว่า แรงงานสหรัฐนั้นไม่มีทักษะการทำงานที่ตรงกับตลาดต้องการ จึงทำให้แรงงานกลุ่มที่มีความสามารถได้รับการขึ้นค่าแรงในอัตราที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่แรงงานอีกกลุ่มหนึ่งกลับมีปัญหาในการหางานเพราะไม่มีทักษะที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดในปัจจุบัน

ยิ่งไปกว่านั้น กิจกรรมภาคการผลิตที่ยังคงเติบโตในอัตราที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง อาจจะส่งผลกระทบให้ต้นทุนทางการผลิตจากค่าแรงที่เพิ่มขึ้น แซงหน้ารายได้จากการขายสินค้า และส่งผลให้ผู้ผลิตต่างๆ ไม่สามารถจ้างงานเพิ่มได้ ทำให้ปัญหาการว่างงานมีโอกาสที่จะกลับมาเป็นประเด็นอีกครั้งหนึ่ง

ดังนั้น จากความระมัดระวังของเฟดในการขึ้นดอกเบี้ย รวมถึงความไม่แน่นอนในตลาดแรงงานสหรัฐ ทำให้การให้น้ำหนักการลงทุนส่วนใหญ่ในพันธบัตรรัฐบาล และหุ้นกู้เอกชนชั้นดี ยังคงเป็นทางเลือกที่น่าจะ
เหมาะสมที่สุดในช่วงที่ภาพเศรษฐกิจในอนาคตยังคงไม่ชัดเจนเช่นนี้

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ