
กำไรแบงก์ส่อวูบอีกปี
ธปท.คาดต้องใช้กันสำรองรับมือหนี้เสียที่ยังสูงต่อเนื่อง
ธปท.คาดต้องใช้กันสำรองรับมือหนี้เสียที่ยังสูงต่อเนื่อง
โพสต์ทูเดย์ - ธปท.แย้มกำไรแบงก์พาณิชย์ปีนี้อาจลดต่อเป็นปีที่ 2 กังวลหนี้เสียจากแนวโน้มเอ็นพีแอลที่น่าจะเพิ่มต่อเนื่อง
นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์สถาบันการเงิน สายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า ส่งผลให้ความสามารถในการชำระหนี้ลดลง ทำให้การกันสำรองหนี้ของระบบธนาคารพาณิชย์ปีนี้ยังน่าจะสูงต่อเนื่อง เพื่อเป็นกันชนไว้รองรับผลกระทบจากหนี้เสียที่อาจจะเกิดขึ้น จึงมีความเป็นไปได้ว่าปีนี้กำไรสุทธิของระบบธนาคารอาจจะลดลงเป็นปีที่ 2 ต่อเนื่องจากปีที่แล้ว โดยกำไรส่วนหนึ่งลดลงจากการลดดอกเบี้ยเงินกู้ในช่วงที่ผ่านมาด้วย
“ภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ แต่ความสามารถในการทำกำไรของแบงก์ยังดี บวกกับอัตราส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิต่อสินทรัพย์เฉลี่ย (NIM) ยังสูง ทรงตัวอยู่ที่ 2.6% แต่แบงก์ยังกังวลกับแนวโน้มหนี้เสีย ทำให้การกันสำรองยังน่าจะสูง กำไรสุทธิปีนี้น่าจะลดลงเป็นปีที่ 2” นายดอน กล่าว
ทั้งนี้ ในปี 2558 ระบบธนาคารพาณิชย์มีกำไรสุทธิ 1.92 แสนล้านบาท หดตัวถึง 10.2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนไตรมาสแรกปีนี้ธนาคารมีกำไรจากการดำเนินงาน 1.001 แสนล้านบาท ขยายตัว 15.8 % แต่มีกำไรสุทธิ 5.13 หมื่นล้านบาท ขยายตัว 1.7% สาเหตุที่กำไรสุทธิต่ำ เพราะธนาคารมีภาระในการกันสำรองเพิ่มขึ้น จากไตรมาสก่อนอยู่ที่ 156.3% เป็น 160% ในไตรมาสแรกปีนี้ แบ่งเป็นการสำรองที่มีอยู่ของสินเชื่อ 4.7 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 3 หมื่นล้านบาท จากไตรมาสก่อน ส่วนสำรองพึงกันของสินเชื่ออยู่ที่ 2.9 แสนล้านบาท เพิ่มจาก 1 หมื่นล้านบาท จากไตรมาสก่อน
นายดอน กล่าวว่า เศรษฐกิจปีนี้ปรับตัวดีขึ้นได้ค่อนข้างช้า ทำให้หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) โดยรวมยังเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสินเชื่อเอสเอ็มอียังน่ากังวล และคาดว่าเอ็นพีแอลในไตรมาส 2 ก็ยังน่าจะเพิ่มขึ้น แต่เพิ่มไม่มาก ส่วนสินเชื่อทั้งปี ธปท.ยังเชื่อว่าจะโตมากกว่า 3.3% เพราะเงินเฟ้อน่าจะปรับสูงขึ้นทำให้ปริมาณสินเชื่อเพิ่มขึ้นตามราคาที่สูงขึ้น และธนาคารขนาดใหญ่ตั้งเป้าสินเชื่อโต 3-5%







