
ไทยติดที่18แบรนด์ดังสนเปิด
เจแอลแอลเผย กรุงเทพฯ ติดที่ 18 เมืองของโลก แบรนด์เนมสนเปิดร้าน เหตุไทยกำลังซื้อสูงขึ้น
เจแอลแอลเผย กรุงเทพฯ ติดที่ 18 เมืองของโลก แบรนด์เนมสนเปิดร้าน เหตุไทยกำลังซื้อสูงขึ้น
นางสุพินท์ มีชูชีพ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจแอลแอล ประเทศไทย ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยผลสำรวจตลาดศูนย์การค้าในเมืองสำคัญ 140 เมืองทั่วโลก พบว่า กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีแบรนด์เนมต่างประเทศสนใจเข้ามาเปิดร้านจำหน่ายสินค้ามากที่สุดเป็นอันดับที่ 18 ของโลก แซงหน้าลาสเวกัสของสหรัฐซึ่งอยู่อันดับที่ 19 สะท้อนให้เห็นว่าชื่อเสียงของกรุงเทพฯ ในฐานะแหล่งช็อปปิ้งยอดนิยมสำหรับสินค้าแฟชั่นกำลังขยายตัวรวดเร็ว
“แบรนด์เนมจะเข้ามาเปิดร้านจำหน่ายสินค้าในกรุงเทพฯ อีกมาก เนื่องจากธุรกิจศูนย์การค้าของกรุงเทพฯ ยังมีโอกาสขยายตัว รองรับกำลังซื้อของคนกรุงเทพฯ ที่สูงขึ้น รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ขยายตัวมากขึ้นด้วย โดยเฉพาะย่านราชประสงค์ ที่นับเป็นศูนย์กลางแหล่งช็อปปิ้งของกรุงเทพฯ มีมากถึง 7 ศูนย์การค้า ส่งผลให้มีแบรนด์เนมเข้ามาเปิดร้านจำหน่ายสินค้า และสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นจำนวนมาก” นางสุพินท์ กล่าว
นอกจากนี้ การเปิดตัวของศูนย์การค้าใหม่ๆ เช่น เอ็มควอเทียร์ เซ็นทรัล เวสต์เกต และเซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์ ซึ่งเป็นทำเลรอบนอกกรุงเทพฯ ประกอบกับแผนปรับปรุงศูนย์การค้าเดิม เป็นการเพิ่มโอกาสให้แบรนด์เนมมีช่องทางขยายร้านจำหน่ายสินค้าเพิ่มขึ้น
นายเจมส์ แอสเซอร์สัน ผู้อำนวยการฝ่ายบริการธุรกิจศูนย์การค้าภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกของเจแอลแอล กล่าวว่า เมืองในเอเชียมากถึง 7 เมืองที่ติด 10 อันดับแรก โดยฮ่องกงยังคงเป็นแหล่งช็อปปิ้ง แบรนด์หรูชั้นนำในเอเชีย แม้ยอดขายจะชะลอตัวลงค่อนข้างมากจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน แต่ฮ่องกงยังคงสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนที่มีกำลังซื้อสูงเข้ามาได้มาก
ขณะที่โตเกียวซึ่งอยู่ในอันดับที่ 4 ของโลก ความต้องการพื้นที่ร้านค้าในศูนย์การค้าชั้นดีจากผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าแบรนด์หรูระดับโลกเริ่มฟื้นตัวตามแนวโน้มเศรษฐกิจ และการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ค่าเงินเยนที่ปรับตัวลดลงไปแล้วเกือบ 30% นับตั้งแต่ปี 2555 ทำให้ญี่ปุ่นสามารถดึงดูดนักช็อปต่างชาติได้มากขึ้น โดยในปี 2558 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 47%
ด้านเซี่ยงไฮ้อยู่ในอันดับ 6 เนื่องจากประชากรในเมืองนี้มีกำลังซื้อสูง โดยบางแบรนด์ใช้เซี่ยงไฮ้เป็นสถานที่ทดสอบตลาดจีน และเป็นฐานในการเสริมสร้างชื่อเสียงให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นในหมู่นักช็อปชาวจีน ส่วนสินค้าแบรนด์เนมหรูของโลกบางแบรนด์ที่ไม่มีขายในฮ่องกง สามารถพบเห็นได้ที่เซี่ยงไฮ้
ทั้งนี้ สินค้าแบรนด์เนมจะสามารถขายได้มากน้อยเพียงใดไม่ได้ขึ้นอยู่เฉพาะกับสภาพเศรษฐกิจของเมืองนั้นๆ แต่ยังมีปัจจัยอื่นๆ ด้วย เช่น จำนวนนักท่องเที่ยว และการขยายตัวของรายได้ ซึ่งคาดการณ์ว่ารายได้ของประชากรในเมืองส่วนใหญ่ของเอเชียจะมีการขยายตัวสูงในช่วง 15 ปีข้างหน้า การจับจ่ายซื้อสินค้าแบรนด์เนมหรูจึงยังมีโอกาสขยายตัว







