posttoday
ไทยติดที่18แบรนด์ดังสนเปิด

ไทยติดที่18แบรนด์ดังสนเปิด

12 พฤษภาคม 2559

เจแอลแอลเผย กรุงเทพฯ ติดที่ 18 เมืองของโลก แบรนด์เนมสนเปิดร้าน เหตุไทยกำลังซื้อสูงขึ้น

เจแอลแอลเผย กรุงเทพฯ ติดที่ 18 เมืองของโลก แบรนด์เนมสนเปิดร้าน เหตุไทยกำลังซื้อสูงขึ้น

นางสุพินท์ มีชูชีพ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจแอลแอล ประเทศไทย ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยผลสำรวจตลาดศูนย์การค้าในเมืองสำคัญ 140 เมืองทั่วโลก พบว่า กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีแบรนด์เนมต่างประเทศสนใจเข้ามาเปิดร้านจำหน่ายสินค้ามากที่สุดเป็นอันดับที่ 18 ของโลก แซงหน้าลาสเวกัสของสหรัฐซึ่งอยู่อันดับที่ 19 สะท้อนให้เห็นว่าชื่อเสียงของกรุงเทพฯ ในฐานะแหล่งช็อปปิ้งยอดนิยมสำหรับสินค้าแฟชั่นกำลังขยายตัวรวดเร็ว

“แบรนด์เนมจะเข้ามาเปิดร้านจำหน่ายสินค้าในกรุงเทพฯ อีกมาก เนื่องจากธุรกิจศูนย์การค้าของกรุงเทพฯ ยังมีโอกาสขยายตัว รองรับกำลังซื้อของคนกรุงเทพฯ ที่สูงขึ้น รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ขยายตัวมากขึ้นด้วย โดยเฉพาะย่านราชประสงค์ ที่นับเป็นศูนย์กลางแหล่งช็อปปิ้งของกรุงเทพฯ มีมากถึง 7 ศูนย์การค้า ส่งผลให้มีแบรนด์เนมเข้ามาเปิดร้านจำหน่ายสินค้า และสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นจำนวนมาก” นางสุพินท์ กล่าว

นอกจากนี้ การเปิดตัวของศูนย์การค้าใหม่ๆ เช่น เอ็มควอเทียร์ เซ็นทรัล เวสต์เกต และเซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์ ซึ่งเป็นทำเลรอบนอกกรุงเทพฯ ประกอบกับแผนปรับปรุงศูนย์การค้าเดิม เป็นการเพิ่มโอกาสให้แบรนด์เนมมีช่องทางขยายร้านจำหน่ายสินค้าเพิ่มขึ้น

นายเจมส์ แอสเซอร์สัน ผู้อำนวยการฝ่ายบริการธุรกิจศูนย์การค้าภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกของเจแอลแอล กล่าวว่า เมืองในเอเชียมากถึง 7 เมืองที่ติด 10 อันดับแรก โดยฮ่องกงยังคงเป็นแหล่งช็อปปิ้ง แบรนด์หรูชั้นนำในเอเชีย แม้ยอดขายจะชะลอตัวลงค่อนข้างมากจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน แต่ฮ่องกงยังคงสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนที่มีกำลังซื้อสูงเข้ามาได้มาก

ขณะที่โตเกียวซึ่งอยู่ในอันดับที่ 4 ของโลก ความต้องการพื้นที่ร้านค้าในศูนย์การค้าชั้นดีจากผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าแบรนด์หรูระดับโลกเริ่มฟื้นตัวตามแนวโน้มเศรษฐกิจ และการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ค่าเงินเยนที่ปรับตัวลดลงไปแล้วเกือบ 30% นับตั้งแต่ปี 2555 ทำให้ญี่ปุ่นสามารถดึงดูดนักช็อปต่างชาติได้มากขึ้น โดยในปี 2558 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 47%

ด้านเซี่ยงไฮ้อยู่ในอันดับ 6 เนื่องจากประชากรในเมืองนี้มีกำลังซื้อสูง โดยบางแบรนด์ใช้เซี่ยงไฮ้เป็นสถานที่ทดสอบตลาดจีน และเป็นฐานในการเสริมสร้างชื่อเสียงให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นในหมู่นักช็อปชาวจีน ส่วนสินค้าแบรนด์เนมหรูของโลกบางแบรนด์ที่ไม่มีขายในฮ่องกง สามารถพบเห็นได้ที่เซี่ยงไฮ้

ทั้งนี้ สินค้าแบรนด์เนมจะสามารถขายได้มากน้อยเพียงใดไม่ได้ขึ้นอยู่เฉพาะกับสภาพเศรษฐกิจของเมืองนั้นๆ แต่ยังมีปัจจัยอื่นๆ ด้วย เช่น จำนวนนักท่องเที่ยว และการขยายตัวของรายได้ ซึ่งคาดการณ์ว่ารายได้ของประชากรในเมืองส่วนใหญ่ของเอเชียจะมีการขยายตัวสูงในช่วง 15 ปีข้างหน้า การจับจ่ายซื้อสินค้าแบรนด์เนมหรูจึงยังมีโอกาสขยายตัว

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ