
สูตรโชห่วย ‘ธนพิริยะ’ ยอดขายกว่าพันล้าน
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
ท่ามกลางการแข่งขันในธุรกิจค้าปลีกไทยที่มีความรุนแรง มีแบรนด์ไทยและแบรนด์ต่างประเทศ ที่เปิดสาขาเพิ่มมากขึ้น ทำให้หลายคนอาจจะเกิดการตั้งคำถามกับธุรกิจไทย ค้าส่ง ค้าปลีก รวมถึงโชห่วยจะแข่งขันในตลาดนี้อย่างไร แต่ธุรกิจไทย สัญชาติไทยแท้ ที่เกิดขึ้นในตลาดต่างจังหวัด สามารถแข่งขันในตลาดค้าปลีกได้เป็นอย่างดี สร้างยอดขายได้เติบโตถึง 1,400
ล้านบาท และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ได้สำเร็จ
“ธวัชชัย พุฒิพิริยะ” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนพิริยะ ผู้ประกอบธุรกิจมินิมาร์ท ทันสมัยภายใต้ชื่อ “พิริยะซุปเปอร์” ใน จ.เชียงราย เปิดเผยว่า ธุรกิจค้าปลีกและสาขาของร้านสะดวกซื้อต่างๆ มีการเปิดสาขาใน จ.เชียงราย มากกว่า 100 สาขา แต่ธุรกิจของพิริยะซุปเปอร์สามารถแข่งขันได้ในตลาดค้าปลีก จ.เชียงราย โดยมีสาขามากกว่า 14 สาขา ธุรกิจมีการขยายตัวมากกว่า 10% ต่อปี
ในปี 2559 เตรียมแผนเปิดสาขาอีก 3 สาขา และระยะยาวจะเปิดให้ครบทุกทำเภอใน จ.เชียงราย จากปัจจุบันเปิดสาขาแล้วใน 7 อำเภอ จาก จ.เชียงราย มีอำเภอทั้งหมด 18 อำเภอ ซึ่ง จ.เชียงราย มีโอกาสเปิดสาขาได้อีกมาก เพราะเป็นจังหวัดที่อยู่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งประเทศเพื่อนบ้านเป็นตลาดที่กำลังซื้อเติบโต จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นในจังหวัดเท่าตัว จำนวนสายการบินเพิ่มขึ้น และมี
นักธุรกิจมาลงทุนใหม่ต่อเนื่อง
สิ่งสำคัญที่ทำให้ธุรกิจมีการขยายตัวที่ดีและแข่งขันได้มาจากการที่บริษัทพร้อมปรับตัว ใช้ระบบใหม่ในธุรกิจ ที่ใช้การผสมรูปแบบธุรกิจ (โมเดล) ของห้างค้าปลีกที่ประสบความสำเร็จมาปรับใช้กับธุรกิจ และมี “กรมพัฒนาธุรกิจการค้า” มาแนะนำการทำธุรกิจ ใช้จุดแข็งต่างๆ มาใช้ ทำให้พิริยะซุปเปอร์มีจำนวนสินค้าเท่ากับห้างค้าปลีก มีจุดแข็งการจัดโปรโมชั่นลด แลก แจก แถม และจัดทำ อี-คูปองให้แก่ลูกค้า
สินค้าที่วางอยู่ในชั้นจะมีสินค้าเติมต่อเนื่องไม่ให้มีปัญหาสินค้าขาด มีสินค้ากว่า 1.5 หมื่นรายการ รวมทั้งการทำให้ลูกค้ามีความสะดวกในการซื้อสินค้ามากที่สุด มีที่จอดรถหน้าร้านที่สะดวก โดยเฉลี่ยแล้วลูกค้าจะเข้ามาซื้อสินค้าเร็วมาก ดังนั้นธุรกิจจึงอยู่ตรงกลางระหว่างห้างค้าปลีกขนาดใหญ่กับร้านสะดวกซื้อ
ขณะที่การบริการถือเป็นสิ่งสำคัญในการบริหารร้าน โดยร้านให้บริการที่ดีแก่ลูกค้า พนักงานเป็นคนในพื้นที่ และมีลูกค้าท้องถิ่นนิยมเข้ามาซื้อสินค้า ส่วนราคาสินค้าในร้านวางราคาขายต่ำกว่าห้างค้าปลีก อีกทั้งยังเปิดให้สินค้าท้องถิ่นนำสินค้ามาจำหน่ายในร้านได้ และไม่มีการคิดค่าบริการเรียกเข้าเพื่อส่งเสริมสินค้าท้องถิ่น
ธวัชชัย กล่าวว่า การตัดสินใจนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ เพราะจะทำให้บริษัทแข็งแกร่งมากขึ้น มีมาตรฐานสูงขึ้น เพราะบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ต้องปรับระบบ การบริหารให้ได้ตามเกณฑ์ทุกอย่างระดับประเทศ
“ร้านเริ่มต้นจากร้านขายของชำและสินค้าในครัวเรือนในเทศบาล จ.เชียงราย ในปี 2508 ผมเข้ามาทำสานต่อธุรกิจในปี 2534 จากเดิมก่อนหน้านี้ ผมเรียนจบด้านภาควิชาวิทยาศาสตร์การอาหาร ได้ไปทำงานภาคเอกชน แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งจึงกลับมาทำร้านที่บ้าน จึงต้องการปรับร้านสู่ร้านค้าปลีกสมัยใหม่ในพื้นที่ให้ได้ จึงได้ปรับระบบและเริ่มเรียนรู้ตั้งแต่การทำบัญชี จึงพัฒนาธุรกิจต่อเนื่องและสร้างองค์กรให้เติบโต”ธวัชชัย กล่าว
ธวัชชัย กล่าวต่อว่า การทำธุรกิจองค์กรไม่หยุดนิ่งและปรับใหม่ต่อเนื่อง เพื่อทำให้ธุรกิจสามารถเติบโตไปได้ ผมเชื่อว่า การปรับตัวเป็นสิ่งสำคัญ และผมกำลังพิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นว่า ธุรกิจโชห่วย ธุรกิจค้าปลีก ค้าส่งไทย สามารถเป็นองค์กรที่มีอายุยืนยาวมากกว่า 100 ปีได้แน่นอน







