
2 ปี...เศรษฐกิจไทย ภายใต้รัฐบาล คสช.(1)
อีก 2 สัปดาห์จะครบรอบ 2 ปี นับตั้งแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นำโดยท่านนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ามาแก้วิกฤตการเมือง ซึ่งตกร่อง ตกเหวอยู่หลายปี ผมขออนุญาตใช้เนื้อที่คอลัมน์นี้เป็นซีรี่ส์ 3 ตอน ลำดับเหตุการณ์เศรษฐกิจตั้งแต่วันที่ คสช.เข้ามา เผื่อบางท่านอาจหลงลืมจะได้ฟื้นความจำในแต่ละช่วงลำดับเศรษฐกิจว่ารัฐบาล คสช.เข้ามาแก้ไขอะไรบ้าง และผลลัพธ์จนถึงปัจจุบันภาพรวมเศรษฐกิจ การค้าขาย การลงทุน และความเชื่อมั่นดีกว่าหรือแย่กว่าเดิม
อีก 2 สัปดาห์จะครบรอบ 2 ปี นับตั้งแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นำโดยท่านนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ามาแก้วิกฤตการเมือง ซึ่งตกร่อง ตกเหวอยู่หลายปี ผมขออนุญาตใช้เนื้อที่คอลัมน์นี้เป็นซีรี่ส์ 3 ตอน ลำดับเหตุการณ์เศรษฐกิจตั้งแต่วันที่ คสช.เข้ามา เผื่อบางท่านอาจหลงลืมจะได้ฟื้นความจำในแต่ละช่วงลำดับเศรษฐกิจว่ารัฐบาล คสช.เข้ามาแก้ไขอะไรบ้าง และผลลัพธ์จนถึงปัจจุบันภาพรวมเศรษฐกิจ การค้าขาย การลงทุน และความเชื่อมั่นดีกว่าหรือแย่กว่าเดิม
จำได้ไหมครับว่า ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2556 สภาพบ้านเมืองของเราขณะนั้น ทั้ง กปปส.และ นปช.ระดมพลเอาประเทศไทยเป็นเวทีประลองยุทธ์ ต่างฝ่ายมีกองหน้าจำนวนมาก มีสื่อมวลชนของตนเอง มีกลุ่มสนับสนุนเป็นกองหลัง ทั้งนายทุน นักการเมือง ทหารใหญ่ๆ ข้าราชการ รวมทั้งพระสงฆ์องค์เจ้า ต่างฝ่ายต่างแบ่งขั้วแบ่งสีถึงขั้นจลาจล เป็นกึ่งสงครามกลางเมือง บาดเจ็บล้มตายเกือบพันคน ช่วงแรกทั้งทหาร ตำรวจ เข้าปราบปรามอย่างเต็มที่ ทำได้ 2-3 วัน กลับเข้ากรมกองอยู่นิ่งๆ บ้านเมืองเป็นอนาธิปไตย
ด้านเศรษฐกิจ การค้าขาย การท่องเที่ยว ในช่วงนั้นคงไม่ต้องกล่าวถึงกลายเป็นอัมพาต ขณะที่การเบิกจ่ายงบประมาณติดขัด แม้แต่เงินที่ต้องจ่ายเป็นค่าข้าวซึ่งรับจำนำจากเกษตรกรชาวนาหลายล้านคน ไม่สามารถจ่ายเงินได้ สถานการณ์ลุกลามจนถึงขั้น “นายกฯ ปู” ซึ่งเป็นรัฐบาลขณะนั้นต้องลาออก แถมการจัดการเลือกตั้งถูกขัดขวางจนไม่สามารถมีรัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศ บ้านเมืองขาดรัฐบาลอยู่หลายเดือน
ทางออกของประเทศแทบมองไม่เห็นว่าจะผ่านพ้นจากวิกฤตการเมือง ซึ่งเลวร้ายที่สุดเท่าที่เคยมี
และแล้ว... สถานการณ์การเมืองมาถึงจุดสุกงอมเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2557 คสช.ในภาพลักษณ์ “อัศวินขี่ม้าขาว” ตามตำนานการเมืองคลาสสิกของไทย ก็ออกมาพร้อมกับเพลงมาร์ชกองทัพไทย ไม่น่าเชื่อวิกฤตการเมืองที่เลวร้ายทำให้บ้านเมืองวุ่นวายมาหลายปี เจอยาแรงเข้าเข็มเดียว ก็อันตรธานหายไปภายในข้ามคืนพร้อมกับได้รัฐบาลทหารเข้ามาบริหารประเทศ
ในด้านเศรษฐกิจไม่เกี่ยวข้องกับคอการเมืองหรือนักประชาธิปไตยส่วนใหญ่คลายความกังวล เห็นได้จากสถาบันเอกชนดังๆ ล้วนออกมาสนับสนุนแทนผู้นำองค์กรเข้าไปช่วยงาน คสช. ทั้งการเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) หรือสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ขณะที่นักการเมืองดังๆ รวมถึงนักธุรกิจองค์กรขนาดใหญ่ไม่เว้นแม้แต่นายแบงก์ ต่างเข้าไปร่วมงานกับ คสช. แสดงว่าที่ผ่านมาพลังเงียบเหล่านี้เหลืออดเหลือทนเต็มที่
อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาฮันนีมูนของ คสช.สั้นมาก เพราะประชาชนคาดหวังไว้สูง อีกทั้งการเข้ามาด้วยวิธีไม่ปกติถือเป็นต้นทุนของประเทศ ภาคเอกชนอยากให้รัฐบาลเข้าไปผลักดันกระตุ้นเศรษฐกิจแบบแรงๆ ขณะที่ผลผลิตด้านการเกษตรราคาตกต่ำ เกษตรกรต้องการให้เข้าไปช่วยทั้งด้านเยียวยาและด้านราคา แต่ดูเหมือนว่ารัฐบาลยังกระอักกระอ่วนกับแนวทางประชานิยม อีกทั้งมือไม้ของระบบราชการในช่วงนั้นใส่เกียร์ว่าง ทำให้เงินไม่ลงไปถึงประชาชน
แต่ในปี 2557 ต้องยอมรับว่ารัฐบาล คสช.เข้ามาแก้ให้เศรษฐกิจซึ่งดิ่งเหวตะกายขึ้นมาเกาะปากเหวได้ระดับหนึ่ง แต่ปัญหาของประเทศหมักหมม สะสมไว้มากมาย เข้ามาแล้วถอยกลับไม่ได้...เดินหน้าลูกเดียวนะครับ
(อ่านต่อฉบับวันอังคารหน้า)







