
SNC ราคาปรับลงมาจนน่าสนใจลงทุนอีกครั้ง
โดย...จิตรา อมรธรรม
โดย...จิตรา อมรธรรม
ราคาหุ้น SNC (บริษัท เอส เอ็น ซี ฟอร์เมอร์) วานนี้ปรับลงแรงกว่า 6% หลังประกาศผลประกอบการไตรมาสแรกที่คนทั่วไปอาจรู้สึกผิดหวัง เพราะกำไรสุทธิหดตัว 6.6% จากไตรมาสแรกปีก่อนเหลือ 164 ล้านบาท ราคาหุ้นปัจจุบันเป็นโอกาสสำหรับการซื้อสะสมรอบใหม่อีกครั้ง เพราะราคานี้คิดเป็น P/E เพียง 9.2 เท่า ต่ำกว่า P/E เฉลี่ยในอดีตที่อยู่ที่ 12 เท่า และให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลประมาณ 6% เศษ
กำไรลดลงเหตุปีก่อนฐานสูง
สำหรับกำไรในไตรมาสแรกที่ลดลง 6.6% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นเพราะในไตรมาสแรกปีก่อนลูกค้ารายหนึ่งมีคำสั่งซื้อ Heat Pump สำหรับเครื่องทำน้ำร้อนสูงเป็นพิเศษเพื่อสะสมเป็นสต๊อกของตัวเอง ประกอบกับในไตรมาสแรกของปีนี้ ยอดขายสินค้าในกลุ่มเครื่องปรับอากาศชะลอลง เนื่องจากมีการปรับเพิ่มภาษีนำเข้าในบังกลาเทศ อย่างไรก็ตามพัฒนาการที่ดีขึ้นในไตรมาสแรกนี้คืออัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้นเป็น 13.1% เพราะงาน OEM (รับจ้างผลิต) ซึ่งเป็นงานที่มีอัตรากำไรต่ำกว่างานประเภทอื่นลดลง (ปรับโครงสร้าง Product Mix) จึงดึงให้อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมดีขึ้น
แนวโน้มกำไรไตรมาส 2-3 เด่น
แนวโน้มผลประกอบการในไตรมาส 2 และ 3 ของปีนี้น่าจะเติบโตอย่างโดดเด่นเมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน เพราะฐานกำไรที่ต่ำในปีก่อน แต่จะชะลอจากไตรมาสแรกที่เพิ่งรายงาน เพราะฤดูกาลของธุรกิจของ SNC คือกำไรในครึ่งปีแรกมักสูงกว่าครึ่งปีหลัง โดยรวมแล้วกำไรทั้งปีนี้ FSS (บล.ฟินันเซีย ไซรัส) ยังคงคาดว่าจะสามารถขยายตัวได้ 14% จากปีก่อน ทั้งนี้กำไรในไตรมาสแรกคิดเป็น 35% ของประมาณการกำไรทั้งปีที่ FSS คาด
หุ้น Turnaround
ประเด็นที่ FSS แนะนำสำหรับ SNC คือการเป็นหุ้น Turnaround หลังการลงทุนในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาเริ่มออกดอกออกผล โดยช่วงที่ผ่านมา SNC มีการลงทุนค่อนข้างมากในการขยายธุรกิจทั้งชิ้นส่วนพลาสติกฉีดขึ้นรูป ชิ้นส่วนขึ้นรูปโลหะแผ่น (SSMA) อะลูมิเนียมคอนเดนเซอร์ (SCAN) ชิ้นส่วนเครื่องทำน้ำร้อน (SAWHA และ SAHP) ฉนวน (SFHI) และแม่พิมพ์พลาสติก (MSPC) ซึ่งทำให้ SNC มีสินค้าครบวงจรมากขึ้นสำหรับธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าจากเดิมซึ่งมีเพียงท่อทองแดงและการรับจ้างประกอบเครื่องปรับอากาศ (OEM) เป็นงานหลัก ทำให้ลูกค้าสะดวกมากขึ้นและเป็นโอกาสสำหรับบริษัทในการขายสินค้าได้หลากหลายขึ้น
กำไรเริ่มส่งสัญญาณ Turnaround
อันที่จริงกำไรของบริษัทเริ่ม Turnaround แล้วตั้งแต่ไตรมาส 4 ของปีก่อน โดย SSMA มีการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง หลังได้รับคำสั่งซื้อจากทั้งลูกค้าผู้ผลิตรถยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้นจากโมเดลรุ่นใหม่ๆ ที่ออกสู่ตลาด
ขณะที่ SAWHA และ SAHP ที่ร่วมทุนกับ Atlantic Group จากฝรั่งเศสในปี 2557 ยังคงได้รับคำสั่งผลิตจากผู้ร่วมทุนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่วนธุรกิจที่ขาดทุนในปี 2558 ได้แก่ SCAN SFHI และ MSPC คาดว่าจะเห็นพัฒนาการที่ดีขึ้นโดยเฉพาะ SFHI และ MSPC หลังได้ทีมขายใหม่ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และได้ทีมงานจากผู้ร่วมทุนญี่ปุ่นเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหา ขณะที่ธุรกิจชิ้นส่วนท่อทองแดงซึ่ง SNC เป็นผู้นำในตลาดอาเซียนยังเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ การย้ายฐานการผลิตชิ้นส่วนพลาสติก จาก จ.สมุทรปราการ ไปยัง จ.ระยอง จะทำให้ SNC มีความสามารถในการแข่งขันเพิ่มขึ้นจากค่าขนส่งที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และกำไรในไตรมาสแรกปีนี้ก็เพิ่มขึ้นถึง 82% จากไตรมาส 4 ที่ผ่านมา







