
ต่างชาติสกัดสินค้าไทย
พาณิชย์เผยสินค้าไทยถูกประเทศต่างๆ ใช้มาตรการตอบโต้การค้าต่อเนื่อง เตือนผู้ส่งออกทำตามกฎ
พาณิชย์เผยสินค้าไทยถูกประเทศต่างๆ ใช้มาตรการตอบโต้การค้าต่อเนื่อง เตือนผู้ส่งออกทำตามกฎ
นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นปี 2559 จนถึงขณะนี้พบว่าสินค้าส่งออกไทยถูกประเทศต่างๆ ใช้มาตรการตอบโต้ทางการค้า ได้แก่ อินเดีย ที่เปิดไต่สวนการทุ่มตลาด (เอดี) กับสินค้ากลุ่มยาง และไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ปากีสถาน ไต่สวนการทุ่มตลาดสินค้ากระดาษ และออสเตรเลีย เปิดไต่สวนการทุ่มตลาดกระดาษ A4 และสินค้าปูนขาว
สำหรับสินค้าที่ถูกเรียกเก็บภาษีเอดีและมีผลตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นไป ได้แก่ อินเดียที่ต่ออายุการเก็บอากรเอดีสินค้ากลุ่มสิ่งทอ (Nylon Filament Yarn) จากไทยต่อที่อัตรา 1.06-1.51 เหรียญสหรัฐ/กก. จากที่เก็บมาตั้งแต่ปี 2554 และตุรกีที่ต่ออายุภาษีเอดีสินค้าข้อต่อท่อเหล็ก จากที่ใช้มาตรการมาตั้งแต่ปี 2555
ขณะที่ปัจจุบันมีสินค้าไทยที่ถูกเก็บภาษีเอดีทั้งสิ้น 45 รายการ เช่น สินค้าเม็ดพลาสติก เส้นใยสังเคราะห์ และเหล็กกล้าไร้สนิมรีดเย็น เป็นต้น จาก 14 ประเทศ เช่น อินเดีย จีน มาเลเซีย สหภาพยุโรป ออสเตรเลีย สหรัฐ บราซิล และอินโดนีเซีย สินค้าที่อยู่ระหว่างเปิดไต่สวน 13 รายการ เช่น โลหะ และลูกเทนนิส จาก 7 ประเทศ เช่น อินเดีย อาร์เจนตินา ส่วนสินค้าที่อยู่ระหว่างเปิดทบทวนเพื่อต่ออายุมาตรการเอดี หรือทบทวนอัตราภาษี 18 รายการ เช่น ถุงพลาสติกชนิดใช้หิ้ว กุ้งแช่แข็ง เครื่องปรับอากาศ จาก 7 ประเทศ เช่น สหรัฐ ตุรกี และออสเตรเลีย
นอกจากนี้ ในปี 2559 มีสินค้าไทยที่ถูกเรียกเก็บภาษีตามมาตรการปกป้องการนำเข้าที่เพิ่มขึ้น (เซฟการ์ด) ได้แก่ เวียดนามที่ประกาศเก็บภาษีเซฟการ์ดสินค้าผงชูรสเป็นปีแรก โดยเรียกเก็บอัตรา 4.39 ล้านด่อง/ตัน และลดลงแบบขั้นบันไดในอีก 2-4 ปีข้างหน้า อินเดียประกาศใช้มาตรการเซฟการ์ดกับสินค้าเหล็กอัลลอยด์ และเรียกเก็บภาษีปีแรกที่ 20% จากนั้นจะลดลงเป็นขั้นบันไดในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ขณะที่ปัจจุบันมีสินค้าไทยที่ถูกไต่สวนเพื่อใช้มาตรการเซฟการ์ด 16 รายการ เช่น ขวดแก้ว เครื่องใช้ในครัวกลุ่มเซรามิก กระดาษ และเหล็ก จากยูเครน อินโดนีเซีย อินเดีย และเวียดนาม เป็นต้น
“ปี 2559 ประเทศทั้งในตลาดสำคัญ ตลาดใหม่ และตลาดที่มีศักยภาพ ได้ใช้มาตรการตอบโต้กับสินค้าไทยอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้ส่งออกไทยมีต้นทุนเพิ่มขึ้น จึงอยากให้ผู้ส่งออกไทยปฏิบัติตามกฎเกณฑ์การค้า เพื่อไม่ให้ถูกรัฐบาลของประเทศผู้นำเข้าจับตามอง ขณะที่กรมจะประสานงานกับเอกชนที่ถูกกล่าวหา นำเสนอข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อไม่ให้นำไปสู่การใช้มาตรการตอบโต้” นายอดุลย์ ระบุ







