posttoday
การประกันภัยสินเชื่อทางการค้า (จบ)

การประกันภัยสินเชื่อทางการค้า (จบ)

05 พฤษภาคม 2559

ประกันภัยสินเชื่อทางการค้า (Trade Credit Insurance) คืออะไรประกันภัยสินเชื่อทางการค้าคือ การประกันสำหรับการค้าขายที่ผู้ขายสินค้าสามารถเอาประกัน

โดย...สาธิต บวรสันติสุทธิ์, CFP

ประกันภัยสินเชื่อทางการค้า (Trade Credit Insurance) คืออะไรประกันภัยสินเชื่อทางการค้าคือ การประกันสำหรับการค้าขายที่ผู้ขายสินค้าสามารถเอาประกัน เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงในการขายที่อาจจะเกิดการไม่ชำระหนี้ของผู้ซื้อสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยประกันภัยสินเชื่อทางการค้าจะให้ความคุ้มครองแก่ผู้ขายสินค้า (ผู้เอาประกันภัย) ในกรณีที่ส่งสินค้าไปยังผู้ซื้อแล้วไม่ได้รับการชำระค่าสินค้าของตนจากผู้ซื้อ โดยสาเหตุจากความเสี่ยงทางการค้า เช่น ผู้ซื้อผิดนัดชำระหนี้ ผู้ซื้อล้มละลาย ผู้ซื้อถูกเพิกถอนใบอนุญาตการนำเข้าสินค้า หรือผู้ซื้อไม่สามารถแลกเปลี่ยนเงินตรามาชำระหนี้ หรือผู้ซื้อปฏิเสธการชำระเงิน ฯลฯ และความเสี่ยงทางการเมืองของประเทศผู้ซื้อ เช่น การประกาศพักชำระหนี้ต่างประเทศ การห้ามโอนเงินออกนอกประเทศ การยกเลิกใบอนุญาตนำเข้า การปฏิเสธการชำระหนี้โดยหน่วยงานรัฐบาล หรือการเกิดสงคราม การปฏิวัติรัฐประหาร การจลาจล เป็นต้น

ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น บริษัทประกันภัยจะเป็นผู้จ่ายค่าสินไหมทดแทนสำหรับค่าสินค้าที่ไม่ได้รับชำระนั้นให้แก่ผู้ขายสินค้า (ผู้เอาประกันภัย) ตามที่ได้ทำประกันเอาไว้

ข้อยกเว้นการคุ้มครอง การประกันภัยสินเชื่อทางการค้าไม่คุ้มครองความเสี่ยงต่างๆ ดังนี้

มีข้อโต้แย้ง/ข้อพิพาทเกี่ยวกับสัญญาซื้อขาย (ที่ไม่ใช่กรณีผู้ซื้อปฏิเสธการชำระค่าสินค้า)

การขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงของค่าเงิน

ผลจากสงครามระหว่าง 5 ประเทศเหล่านี้ด้วยกันเอง ได้แก่ สหรัฐ อังกฤษ ฝรั่งเศส จีน และรัสเซีย

ประโยชน์ของการประกันภัยสินเชื่อทางการค้า

เป็นการถ่ายโอนความเสี่ยงในการเกิดหนี้สูญจากผู้ขายสินค้า (ผู้เอาประกันภัย) ไปยังผู้รับประกันภัย ในกรณีที่ผู้ซื้อสินค้าไม่ชำระค่าสินค้าตามที่กำหนดในสัญญาซื้อขายสินค้า หรือผู้ซื้อสินค้าล้มละลาย ผู้ขายสินค้าจะได้รับการชดเชยค่าสินค้านั้นจากผู้รับประกันภัย ทำให้ธุรกิจของผู้ขายสินค้าไม่ได้รับผลกระทบทางด้านการเงินและรองรับการตลาดและการแข่งขัน และด้านการเงินของการดำเนินธุรกิจของผู้ขายสินค้า

เป็นการเพิ่มศักยภาพในการขยายตลาดในประเทศหรือภูมิภาคใหม่ๆ ที่ผู้ขายสินค้ายังไม่เคยดำเนินธุรกิจด้วยมาก่อน รวมถึงเป็นการเพิ่มศักยภาพในการขยายตลาดในประเทศที่มีการค้าขายอยู่แล้วให้มีปริมาณมากขึ้นได้ เนื่องจากบริษัทประกันภัยจะเป็นผู้จัดหาและวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อช่วยผู้ขายสินค้ากำหนดวงเงินสินเชื่อที่เหมาะสมในการค้าขายกับผู้ซื้อแต่ละราย

เป็นเครื่องมือในการช่วยขยายตลาด โดยผู้ขายสินค้าอาจเปลี่ยนรูปแบบการรับชำระเงินจากผู้ซื้อให้มีความยืดหยุ่นและจูงใจมากขึ้น เช่น การปรับเปลี่ยนจากระบบ L/C (Letter of Credit) ซึ่งผู้ซื้อในต่างประเทศต้องรับภาระค่าใช้จ่ายสูงมาเป็นการค้าขายภายใต้เงื่อนไขการชำระเงิน (Credit Term) แบบต่างๆ เช่น D/P, D/A ฯลฯ วิธีการเหล่านี้จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในส่วนผู้ซื้อปลายทางได้ หรือการกำหนดระยะเวลาในการชำระค่าสินค้าที่นานขึ้น หรือการเพิ่มวงเงินสินเชื่อสำหรับผู้ซื้อให้มากขึ้น ฯลฯ ทั้งหมดนี้จะทำให้ผู้ขายสินค้าสามารถเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในระดับประเทศได้เป็นอย่างดี โดยทำให้การซื้อขายมีความยืดหยุ่นมากขึ้นและมีปริมาณสูงขึ้นในที่สุด

ช่วยในการบริหารความเสี่ยงด้านการค้าให้กับผู้ขายสินค้า (ผู้เอาประกันภัย) โดยบริษัทประกันภัยจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้าแก่ผู้ขายสินค้าผ่านระบบฐานข้อมูลของบริษัทประกันภัย เพื่อผู้ขายสินค้าสามารถนำมาใช้ในการขยายตลาดไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่ รวมถึงการปรับปรุงสถานะของผู้ซื้อสินค้าให้ผู้เอาประกันอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการแจ้งเตือนเมื่อผู้ซื้อสินค้าเริ่มมีปัญหาเป็นสัญญาณเตือนถึงหนี้สูญอันอาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต

เป็นประโยชน์ด้านการเงินต่อผู้ขายสินค้า (ผู้เอาประกันภัย) โดยทำหน้าที่ช่วยบริหารสภาพคล่อง กระแสเงินสดของผู้ขายสินค้า (ผู้เอาประกันภัย) และช่วยลดอัตราการเกิดหนี้สูญ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลกำไรของธุรกิจผู้ขายสินค้า เมื่อมีประกันภัยสินเชื่อทางการค้าแล้วผู้ขายสินค้า (ผู้เอาประกันภัย) ก็จะสามารถลดภาระในการติดตามหนี้ทั้งในด้านเวลาและทรัพยากรบุคคล ทำให้สามารถนำเวลาและบุคลากรไปใช้ให้เป็นประโยชน์ในด้านอื่นๆ อย่างมีประสิทธิภาพ

ลดภาระหนี้สินเนื่องจากสถาบันการเงินต่างๆ มองเห็นถึงความเสี่ยงที่ลดลงจากการที่ผู้กู้ยืม (ผู้ขายสินค้า) มีการทำประกันภัยสินเชื่อทางการค้าไว้ ทำให้ผู้ขายสินค้าจะสามารถลดค่าใช้จ่ายในการกู้ยืมเงินจากผู้ให้กู้ได้

อัตราเบี้ยประกันภัยคิดอย่างไร

อัตราเบี้ยประกันจะอยู่ในช่วงระหว่าง 0.1-2.5% ของยอดขายประมาณการรายปี ซึ่งขึ้นอยู่กับ

ยอดขายที่นำมาทำประกัน

ประเภทของอุตสาหกรรม

ความเสี่ยงของผู้ซื้อ เช่น ประเทศที่ผู้ซื้อตั้งอยู่ หรือศักยภาพทางการเงิน

กรณีผู้ซื้อไม่ชำระเงินค่าสินค้าตามสัญญา

การยื่นขอรับค่าสินไหมทดแทนผู้ทำประกันต้องดำเนินการดังนี้

ผู้ทำประกันต้องไม่ไปเจรจาต่อรองกับผู้ซื้อ เช่น ยินยอมหรือมีข้อตกลงให้ผู้ซื้อไม่ชำระค่าสินค้า โดยไม่ได้รับความยินยอมจากบริษัทประกัน เพราะอาจเป็นเหตุให้บริษัทประกันปฏิเสธการจ่ายเงินค่าสินไหมทดแทนได้

ผู้ทำประกันต้องแจ้งบริษัทประกันให้ทราบทันที เมื่อผู้ซื้อชำระเงินเข้ามาบางส่วน หรือทั้งหมด ภายหลังจากที่มีการยื่นขอรับค่าสินไหมทดแทนไปแล้ว

ผู้ที่สามารถขอเอาประกันได้

บริษัทจดทะเบียนในประเทศรวมถึงสาขาในต่างประเทศที่มีการชำระเงินในรูปแบบของ D/P, D/A, O/A, T/T after shipment โดยมียอดขายที่นำมาทำประกันไม่ต่ำกว่า 150 ล้านบาท/ปี และมีเทอมการชำระเงินไม่เกิน 5 เดือน

ทำธุรกิจขายสินค้าภายในประเทศ และ/หรือส่งสินค้าออกไปต่างประเทศ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ