posttoday
ทาทาสตีลพลิกกำไร

ทาทาสตีลพลิกกำไร

04 พฤษภาคม 2559

ทาทาสตีลโชว์ผลงานปี 2559 พลิกมีกำไร 154 ล้านบาท ความต้องการใช้เหล็กเพิ่มขึ้นทั้งในไทย กัมพูชา และลาว

ทาทาสตีลโชว์ผลงานปี 2559 พลิกมีกำไร 154 ล้านบาท ความต้องการใช้เหล็กเพิ่มขึ้นทั้งในไทย กัมพูชา และลาว

นายราจีฟ มังกัล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทาทาสตีล (ประเทศไทย) หรือ TSTH เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานงวดปี 2559 (เม.ย. 2558-มี.ค. 2559) ว่า มีกำไรสุทธิ 154 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 610 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะไตรมาส 4 (ม.ค.-มี.ค. 2559) มีกำไรสุทธิ 131 ล้านบาท

บริษัทมีกำไรในรอบบัญชีปี 2559 เนื่องจากการลงทุนภาคเอกชนฟื้นตามโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐส่งผลให้บริษัทมีปริมาณขาย 1.1 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 2% จากรอบปีบัญชี 2558 และราคาแร่เหล็กและเศษเหล็กแกว่งตัวสูงขึ้นอย่างไม่ได้คาดหมายส่งผลกระทบต่อราคาเหล็กแท่งและสินค้าสำเร็จรูปด้วย

อย่างไรก็ตาม ยอดขายดังกล่าวยังต่ำกว่าเป้าหมาย 21% เนื่องจากราคาสินค้าเหล็กที่ต่ำลง แต่บริษัทยังมุ่งเน้นที่จะเพิ่มยอดขายสินค้าสำเร็จรูปที่มีมูลค่าเพิ่ม เช่น เหล็กเส้นตัดและตัดสำเร็จรูป สินค้าเหล็กเส้นชั้นคุณภาพ SD50 และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายในเขตภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่กำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อมราคา (อีบิตดา) 877 ล้านบาท ดีกว่ารอบบัญชีปี 2558 ที่มีอีบิตดาที่ 374 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิก่อนหักภาษี 223 ล้านบาท ดีกว่าที่ตั้งเป้าหมาย

นายราจีฟ ระบุว่า ยอดขายสินค้าสำเร็จรูปอยู่ที่ 3.1 แสนตัน เพิ่มขึ้น 11% ในไตรมาส 4 (ม.ค.-มี.ค. 2559) เทียบไตรมาส 3 รอบปีบัญชี 2559 (ต.ค.-ธ.ค. 2558) ส่งผลให้มีกำไรสุทธิก่อนหักภาษี 156 ล้านบาท จึงทำให้บริษัทจ่ายคืนเงินกู้ได้ตามกำหนดและมียอดเงินกู้คงเหลือสิ้นปีงวดบัญชี 2559 ที่ 200 ล้านบาท จากยอดต้นปี 1,065 ล้านบาท

“ความต้องการบริโภคสินค้าเพิ่มขึ้นจากมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์จากรัฐบาล มาตรการใหม่ในการส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน และความต้องการบริโภคสินค้าจากลาวและกัมพูชา เนื่องจากเป็นฤดูกาลที่มีการก่อสร้างสูง สินค้าลวดคาร์บอนต่ำขายดีกว่าปีก่อน จากประกาศมาตรการถาวรตอบโต้การทุ่มตลาดจากการนำเข้าสินค้าเหล็กโดยรัฐบาลไทย”

อย่างไรก็ตาม มูลค่ายอดขายไตรมาส 4 ของบริษัทต่ำกว่าเป้าหมาย 23% เนื่องจากราคาเศษเหล็กลดลงแต่จะถูกชดเชยด้วยปริมาณขายที่สูงขึ้นจากความต้องการบริโภคสินค้าทั้งในและนอกประเทศ

ในรอบบัญชีไตรมาส 4 บริษัทสามารถบริหารการใช้เงินทุนหมุนเวียนอย่างมีประสิทธิภาพและจ่ายคืนเงินกู้ที่มีพันธสัญญาต่อสถาบันการเงินได้ตรงตามกำหนด โดยเงินกู้ระยะยาวเมื่อสิ้นปีบัญชี 2559 มียอดคงเหลือเพียง 200 ล้านบาท จากต้นปีอยู่ที่ 1,065 ล้านบาท

ณ วันที่ 31 มี.ค. 2559 บริษัทมีหนี้สินรวมและส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 743 ล้านบาท เนื่องจากเงินกู้ระยะสั้นลดลง 255 ล้านบาท การใช้วงเงินกู้กับวัตถุดิบลดลงตามราคาวัตถุดิบลดลง เงินกู้ระยะยาวลดลง 865 ล้านบาท จากการจ่ายคืนเงินเงินกู้ระยะยาวที่ถึงกำหนด และส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 156 ล้านบาท จากกำไรสุทธิประจำปี

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน