
ทาทาสตีลพลิกกำไร
ทาทาสตีลโชว์ผลงานปี 2559 พลิกมีกำไร 154 ล้านบาท ความต้องการใช้เหล็กเพิ่มขึ้นทั้งในไทย กัมพูชา และลาว
ทาทาสตีลโชว์ผลงานปี 2559 พลิกมีกำไร 154 ล้านบาท ความต้องการใช้เหล็กเพิ่มขึ้นทั้งในไทย กัมพูชา และลาว
นายราจีฟ มังกัล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทาทาสตีล (ประเทศไทย) หรือ TSTH เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานงวดปี 2559 (เม.ย. 2558-มี.ค. 2559) ว่า มีกำไรสุทธิ 154 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 610 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะไตรมาส 4 (ม.ค.-มี.ค. 2559) มีกำไรสุทธิ 131 ล้านบาท
บริษัทมีกำไรในรอบบัญชีปี 2559 เนื่องจากการลงทุนภาคเอกชนฟื้นตามโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐส่งผลให้บริษัทมีปริมาณขาย 1.1 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 2% จากรอบปีบัญชี 2558 และราคาแร่เหล็กและเศษเหล็กแกว่งตัวสูงขึ้นอย่างไม่ได้คาดหมายส่งผลกระทบต่อราคาเหล็กแท่งและสินค้าสำเร็จรูปด้วย
อย่างไรก็ตาม ยอดขายดังกล่าวยังต่ำกว่าเป้าหมาย 21% เนื่องจากราคาสินค้าเหล็กที่ต่ำลง แต่บริษัทยังมุ่งเน้นที่จะเพิ่มยอดขายสินค้าสำเร็จรูปที่มีมูลค่าเพิ่ม เช่น เหล็กเส้นตัดและตัดสำเร็จรูป สินค้าเหล็กเส้นชั้นคุณภาพ SD50 และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายในเขตภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่กำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อมราคา (อีบิตดา) 877 ล้านบาท ดีกว่ารอบบัญชีปี 2558 ที่มีอีบิตดาที่ 374 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิก่อนหักภาษี 223 ล้านบาท ดีกว่าที่ตั้งเป้าหมาย
นายราจีฟ ระบุว่า ยอดขายสินค้าสำเร็จรูปอยู่ที่ 3.1 แสนตัน เพิ่มขึ้น 11% ในไตรมาส 4 (ม.ค.-มี.ค. 2559) เทียบไตรมาส 3 รอบปีบัญชี 2559 (ต.ค.-ธ.ค. 2558) ส่งผลให้มีกำไรสุทธิก่อนหักภาษี 156 ล้านบาท จึงทำให้บริษัทจ่ายคืนเงินกู้ได้ตามกำหนดและมียอดเงินกู้คงเหลือสิ้นปีงวดบัญชี 2559 ที่ 200 ล้านบาท จากยอดต้นปี 1,065 ล้านบาท
“ความต้องการบริโภคสินค้าเพิ่มขึ้นจากมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์จากรัฐบาล มาตรการใหม่ในการส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน และความต้องการบริโภคสินค้าจากลาวและกัมพูชา เนื่องจากเป็นฤดูกาลที่มีการก่อสร้างสูง สินค้าลวดคาร์บอนต่ำขายดีกว่าปีก่อน จากประกาศมาตรการถาวรตอบโต้การทุ่มตลาดจากการนำเข้าสินค้าเหล็กโดยรัฐบาลไทย”
อย่างไรก็ตาม มูลค่ายอดขายไตรมาส 4 ของบริษัทต่ำกว่าเป้าหมาย 23% เนื่องจากราคาเศษเหล็กลดลงแต่จะถูกชดเชยด้วยปริมาณขายที่สูงขึ้นจากความต้องการบริโภคสินค้าทั้งในและนอกประเทศ
ในรอบบัญชีไตรมาส 4 บริษัทสามารถบริหารการใช้เงินทุนหมุนเวียนอย่างมีประสิทธิภาพและจ่ายคืนเงินกู้ที่มีพันธสัญญาต่อสถาบันการเงินได้ตรงตามกำหนด โดยเงินกู้ระยะยาวเมื่อสิ้นปีบัญชี 2559 มียอดคงเหลือเพียง 200 ล้านบาท จากต้นปีอยู่ที่ 1,065 ล้านบาท
ณ วันที่ 31 มี.ค. 2559 บริษัทมีหนี้สินรวมและส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 743 ล้านบาท เนื่องจากเงินกู้ระยะสั้นลดลง 255 ล้านบาท การใช้วงเงินกู้กับวัตถุดิบลดลงตามราคาวัตถุดิบลดลง เงินกู้ระยะยาวลดลง 865 ล้านบาท จากการจ่ายคืนเงินเงินกู้ระยะยาวที่ถึงกำหนด และส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 156 ล้านบาท จากกำไรสุทธิประจำปี







