
บัตรอิเล็กทรอนิกส์ผู้ค้าสลากเริ่มก.ค.นี้
สำนักงานสลากฯ เร่งจัดทำบัตรผู้ค้าสลากอิเล็กทรอนิกส์ คาดเริ่มใช้ 1 แสนใบในเดือน ก.ค.นี้
สำนักงานสลากฯ เร่งจัดทำบัตรผู้ค้าสลากอิเล็กทรอนิกส์ คาดเริ่มใช้ 1 แสนใบในเดือน ก.ค.นี้
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ในฐานะโฆษกสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลอยู่ระหว่างเร่งจัดทำบัตรประจำตัวผู้ค้าสลากอิเล็กทรอนิกส์ ที่สามารถสแกนบาร์โค้ดผู้ค้าทุกราย เพื่อพิสูจน์ทราบว่าเป็นผู้ค้าสลากตัวจริงและได้รับโควตาสลากที่นำมาขายอยู่จริงหรือไม่ โดยเฉพาะบัตรดังกล่าวจะสามารถตรวจสอบข้อมูลผู้ค้าสลากที่สั่งซื้อและจองสลากล่วงหน้า แต่นำสลากมาขายต่อให้ผู้ค้ารายย่อยได้ทันที ซึ่งถ้าตรวจพบจะมีการขึ้นทะเบียนรายชื่อผู้ค้าเหล่านี้ เพื่อนำไปสู่การขึ้นบัญชีผู้ที่ไม่ได้รับสิทธิ์ในการจองสลากในระยะต่อไป
นอกจากนี้ ภายในเดือน พ.ค.-มิ.ย.นี้ สำนักงานสลากฯ จะเริ่มทยอยต่อสัญญากับผู้ค้าสลากรายย่อยจำนวน 3 หมื่นราย รวมทั้งผู้ค้าที่เป็นองค์กร มูลนิธิต่างๆ รวม 95 แห่ง โดยเจ้าหน้าที่จะจดบันทึกข้อมูลของผู้ค้าสลาก ทั้งเลขที่บัตรประชาชน 13 หลัก ที่ตั้งแผงค้าสลาก เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในกรณีที่เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบ จะใช้เครื่องสแกนเพื่อเรียกดูข้อมูลจากบัตร โดยข้อมูลดังกล่าวจะต้องตรงกับที่แจ้งไว้กับสำนักงานสลากฯ คาดว่าบัตรประจำตัวผู้ค้าสลากอิเล็กทรอนิกส์จะเริ่มจัดทำก่อน 1 แสนใบ และจะเริ่มใช้ภายในเดือน ก.ค.นี้
สำหรับเครื่องตรวจสอบผู้ค้าสลากนั้น ใช้งบประมาณไม่สูงนัก อยู่ในหลักหมื่นบาท แต่จะช่วยแก้ปัญหาผู้ค้ารายย่อยที่ไม่ได้โควตา แต่ไปรับสลากจากผู้ค้ารายใหญ่มาขายสลากเกินราคาในปัจจุบันได้ และเชื่อว่ามาตรการนี้จะทำให้ผู้ค้าสลากพกบัตรประจำตัวมากขึ้น พร้อมกันนี้ในช่วงปลายเดือน พ.ค. สำนักงานสลากฯ จะแถลงผลงานแก้ปัญหาสลากเกินราคา พร้อมกับแนวทางการแก้ไขปัญหาสลากในระยะต่อไป
ก่อนหน้านี้ พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ประธานคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวว่า พอใจในการแก้ไขปัญหาสลากเกินราคาที่ผ่านมามากที่สุด เพราะสามารถแก้ปัญหาราคาแพงให้มาขายฉบับละ 80 บาท กระจายในแต่ละพื้นที่ ยกเว้นในบางพื้นที่ที่มีการรวมชุดขายเป็นข้อตกลงของผู้ค้าและผู้ซื้อ ส่วนกรณีที่พบว่ามีผู้ค้าตัวปลอมปะปนอยู่ 200 ราย ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบ หากพบหลักฐานว่าไม่ใช่ผู้ค้าตัวจริง ก็จะตัดสิทธิทันที และให้ผู้ค้ารายใหม่มาจำหน่ายแทน







