
รุ่น3ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ไม้ ต่อยอดสู่ตลาดหวายเทียม
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
การสืบทอดธุรกิจท่ามกลางกระแสสังคมที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ทำให้ผู้ประกอบการหลายรายจำเป็นต้องปรับตัวอยู่ตลอดเวลา เพราะสินค้าบางประเภทที่เคยได้รับความนิยมในอดีตอาจไม่ได้นิยมมากในปัจจุบัน หรือหากยังนิยมวันนี้ก็อาจเสื่อมความนิยมในวันหน้า ดังนั้นจึงต้องหาสิ่งที่จะมาทดแทนหรือเติมเต็มเสมอ
หนึ่งในตัวอย่างผู้ประกอบการที่ต่อยอดธุรกิจใหม่จากธุรกิจดั้งเดิมของครอบครัวก็คือ จักรพงษ์ ทองภูสวรรค์ กรรมการผู้จัดการ ไอวี่ เดคคอร์ บริษัท จรัสศิลป์ เดคคอเรชั่น ที่พื้นฐานเดิมของธุรกิจครอบครัวทำเฟอร์นิเจอร์ไม้ เมื่อมาถึงปัจจุบันเข้าสู่ยุคของทายาทรุ่นที่ 3 เข้ามาสืบทอดธุรกิจก็ได้ต่อยอดมาทำเฟอร์นิเจอร์หวายเทียมเพิ่ม ซึ่งก็ประสบความสำเร็จ
จักรพงษ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ที่จะกลับมาทำธุรกิจเฟอร์นิเจอร์หวายเทียมก็เคยไปทำงานด้านการตลาดที่องค์กรใหญ่ๆ มาก่อน กระทั่งเริ่มอิ่มตัวกับงานประจำที่ทำอยู่ จึงกลับมาหารือกับพี่สาวซึ่งอิ่มตัวกับงานเดิมเช่นกัน แล้วคิดเริ่มต้นทำเฟอร์นิเจอร์หวายเทียมด้วยกันเมื่อ 6 ปีก่อน เนื่องจากทางบ้านมีพื้นฐานความรู้เรื่องการทำเฟอร์นิเจอร์ไม้ เมื่อมีโอกาสไปเที่ยวรีสอร์ทแห่งหนึ่ง ทำให้เกิดแรงบันดาลใจอยากทำเฟอร์นิเจอร์หวายเทียม เพราะเห็นว่าเวลานั้นในไทยยังมีผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์หวายเทียมน้อยมาก
หลังจากนั้นได้นั่งหารือกันกับพี่สาวว่าน่าจะทำธุรกิจเฟอร์นิเจอร์หวายเทียม ซึ่งก่อนเริ่มทำก็ได้ลองหาข้อมูล หาแหล่งวัตถุดิบเส้นหวายเทียมที่มีคุณภาพ เมื่อได้แหล่งวัตถุดิบแล้วก็ใช้เครือข่ายของธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่มีช่างและดีไซเนอร์ทำงานอยู่แล้ว ช่วยหาช่างและดีไซเนอร์มาร่วมงานทำเฟอร์นิเจอร์หวายเทียมด้วย โดยตั้งชื่อแบรนด์เฟอร์นิเจอร์หวายเทียมที่จะทำว่า ไอวี่ เดคคอร์
การทำตลาดไอวี่ เดคคอร์ นั้น ในช่วงแรกเริ่มต้นจากการไปออกงานอีเวนต์ตามห้างสรรพสินค้าและศูนย์แสดงสินค้าเพื่อแนะนำเฟอร์นิเจอร์หวายเทียมก่อน โดยใช้จุดแข็งจากการที่ครอบครัวทำเฟอร์นิเจอร์ไม้มานานกว่า 40 ปี มีคนรู้จักมากอ้างอิง ทำให้ลูกค้าไว้ใจซื้อผลิตภัณฑ์
ลูกค้าหลักของเฟอร์นิเจอร์หวายเทียม ไอวี่ เดคคอร์ คือ กลุ่มผู้ประกอบการโรงแรม 4-5 ดาว และบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ในตลาด ซึ่งการมีลูกค้ากลุ่มนี้เป็นลูกค้าหลักก็ทำให้ลูกค้ารายย่อยมั่นใจ และตัดสินใจซื้อเฟอร์นิเจอร์หวายเทียมของไอวี่ เดคคอร์ ไม่ยาก
แม้ว่าธุรกิจนี้ปัจจุบันเริ่มมีคู่แข่งสินค้านำเข้าจากจีนเข้ามามากขึ้น แต่เนื่องจากคุณภาพสินค้าที่ต่างกันมาก ทำให้โรงแรมและบ้านที่มีระดับจึงยังเชื่อมั่นใช้ไอวี่ เดคคอร์ อยู่
จากปีแรกที่เริ่มต้นธุรกิจสามารถทำรายได้ 28 ล้านบาท ผ่านมาถึงสิ้นปี 2558 รายได้เติบโตขึ้นเป็น 60 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ถือว่ารายได้ยังเติบโตต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 10% เป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว แต่บริษัทเชื่อมั่นว่าไม่เกิน 5 ปีจากนี้ จะผลักดันรายได้ไปถึง 100 ล้านบาทได้
กลยุทธ์ที่เตรียมไว้เพื่อให้ธุรกิจโตตามเป้าหมาย คือ การขยายโชว์รูมเฟอร์นิเจอร์ไปยังหัวเมืองสำคัญเพิ่มในอีก 2-3 ปีข้างหน้า เช่น กรุงเทพฯ สาขาที่ 2 หัวหิน พัทยา เชียงใหม่ หาดใหญ่ จากปัจจุบันมีโชว์รูมทั้งหมด 3 แห่ง ที่ภูเก็ต สมุย และกรุงเทพฯ
นอกจากนั้นจะขยายขอบเขตธุรกิจจากเดิม ไอวี่ เดคคอร์ จะทำเฉพาะเฟอร์นิเจอร์หวายเทียม ก็จะผลักดันให้ไอวี่ เดคคอร์ กลายเป็นศูนย์รวมเฟอร์นิเจอร์นอกบ้านทั้งหมด ที่ใครต้องการเฟอร์นิเจอร์นอกบ้านจะต้องนึกถึง ไอวี่ เดคคอร์ โดยวัสดุอื่นๆ ที่ผลิตแล้ว ได้แก่ เฟอร์นิเจอร์พลาสติกนอกบ้าน เฟอร์นิเจอร์อะลูมิเนียมนอกบ้าน และร่มสนาม
“ปีก่อนเริ่มขายเฟอร์นิเจอร์วัสดุใหม่ๆ กับโรงแรมเดิมที่เป็นลูกค้าเฟอร์นิเจอร์หวายเทียม โดยเฉพาะเมื่อเริ่มขายร่มสนามก็ได้ลูกค้ากลุ่มใหม่มาเพิ่มคือ สวนน้ำ และปลายปีก่อนก็เพิ่งพูดคุยกับโฮมโปร นำร่มสนามไปขายผ่านโฮมโปรทั่วประเทศ ซึ่งกระแสตอบรับดีมาก ส่วนหลังจากนี้คงจะไม่ได้ออกเฟอร์นิเจอร์ประเภทใหม่ๆ เพิ่มอีก แต่จะเน้นออกเฟอร์นิเจอร์วัสดุที่ทำอยู่แล้วในดีไซน์ใหม่ๆ 20-30 รายการ โดยมีแนวคิดตอบสนองแนวโน้มผู้บริโภคยุคใหม่ที่ชอบดีไซน์แปลกใหม่ สามารถถ่ายรูปเซลฟี่ด้วยได้ ซึ่งถ้าดีไซน์ดีถึงแม้ราคาจะสูงก็ยินดีซื้อ”
ทั้งนี้ จะให้น้ำหนักกับการขยายตลาดโดยส่งออกสินค้าไปต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันก็เริ่มส่งออกไปต่างประเทศแล้ว ได้แก่ มัลดีฟส์ ญี่ปุ่น สวิตเซอร์แลนด์ ออสเตรเลีย มาเลเซีย ลาว เมียนมา และมีแผนขยายการส่งออกไปยังประเทศในแถบอาเซียนเพิ่มเติมอีกหลังเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) แล้ว
ขณะเดียวกันจะขยายช่องทางการจำหน่ายออนไลน์มากขึ้น โดยเห็นโอกาสจากการที่อาลีบาบา เว็บไซต์ชื่อดังของจีนเข้ามาซื้อกิจการเว็บไซต์ลาซาด้า ดังนั้นก็จะนำผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมสูงไปนำเสนอขายผ่านช่องทางนี้ด้วย
สาเหตุที่ต้องคัดเลือกเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมสูง เพราะผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะมีสต๊อกอยู่มาก สามารถส่งได้ทันทีที่มีคำสั่งซื้อ ซึ่งร่มสนามจะเป็นหนึ่งในสินค้าที่ขายผ่านออนไลน์แน่นอน
จักรพงษ์ กล่าวว่า ปีนี้แม้เศรษฐกิจชะลอตัว แต่รายได้ของบริษัทคงยังเติบโตได้ เพราะลูกค้าหลัก 70% คือโครงการต่างๆ ทั้งโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นโชคดีว่าการท่องเที่ยวไทยดีต่อเนื่อง ดังนั้นที่ผ่านมาทำให้ลูกค้ากลุ่มโครงการยังดีอยู่ เพราะธุรกิจของลูกค้ายังไปได้ดี ส่วนลูกค้าทั่วไปมีสัดส่วนที่ 30% เท่านั้น ซึ่งลูกค้ากลุ่มที่ซื้อเฟอร์นิเจอร์ของบริษัทก็เป็นกลุ่มที่ยังมีกำลังซื้อดีอยู่ ไม่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจชะลอตัวมากนัก
สำหรับสัดส่วนรายได้ปีนี้น่าจะมาจากเฟอร์นิเจอร์หวายเทียม 70-75% อีก 25-30% เป็นร่มสนามกับผลิตภัณฑ์อื่น เช่น เฟอร์นิเจอร์พลาสติก และเฟอร์นิเจอร์อะลูมิเนียม
ทางด้านอุปสรรคสำคัญในการเติบโตของธุรกิจที่ทำอยู่ ก็คือต้นทุนแรงงานสูง เนื่องจากงานที่ทำต้องใช้ช่างที่มีฝีมือมาก ซึ่งในอดีตเคยทดลองจ้างแรงงานต่างชาติเข้ามาทำด้วย แต่ปรากฏว่าผลงานออกมาไม่น่าพึงพอใจ ดังนั้นจึงจำเป็นจะต้องใช้แรงงานคนไทยที่มีฝีมือประณีตทั้งหมด ซึ่งก็ทำให้มีต้นทุนค่าแรงสูง
จักรพงษ์ให้มุมมองกับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจว่า การมีประสบการณ์ทำงานมาก่อนจะเริ่มต้นธุรกิจเอง ถือเป็นข้อดีอย่างหนึ่งที่ทำให้เริ่มต้นธุรกิจได้มั่นคงขึ้น โดยเชื่อว่าประสบการณ์นั้นสำคัญกับการเริ่มต้นทำธุรกิจ ถ้าเริ่มธุรกิจแบบไม่มีประสบการณ์คงต้องลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ ไม่รู้ทิศทาง
การได้เริ่มต้นขยายธุรกิจใหม่หลังผ่านประสบการณ์ทำงานในองค์กรใหญ่มาแล้ว ทำให้ได้เห็นข้อผิดพลาดต่างๆ เกิดขึ้นมาก่อน เมื่อมาเริ่มธุรกิจเองก็จะสามารถลองผิดลองถูกได้โดยมีน้ำหนักประสบการณ์มาสนับสนุน
ใครที่มีธุรกิจครอบครัวอยู่แล้วและกำลังต้องการเริ่มต้นธุรกิจใหม่ด้วยมือตัวเอง ลองดู ไอวี่ เดคคอร์ เป็นตัวอย่างดูได้ เพราะการเริ่มต้นธุรกิจโดยคิดจากสิ่งที่ใกล้ตัวที่สุดคือธุรกิจดั้งเดิมของครอบครัว ก็ถือเป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยให้มองหนทางข้างหน้าได้ดีขึ้น เปรียบเสมือนเดินขนานกับเส้นทางที่คุ้นตาอยู่แล้ว ย่อมวางแผนเดินไปข้างหน้าได้ง่ายกว่าการเริ่มต้นเดินบนเส้นทางที่ทุกทิศทางมืดสนิท







