
คลอดเกณฑ์ผู้ประเมิน
“พาณิชย์” ออกประกาศกำหนดคุณสมบัติ “ผู้บังคับหลักประกัน” เดินหน้าช่วยเอสเอ็มอี 2 ล้านรายเข้าถึงเงินทุน
“พาณิชย์” ออกประกาศกำหนดคุณสมบัติ “ผู้บังคับหลักประกัน” เดินหน้าช่วยเอสเอ็มอี 2 ล้านรายเข้าถึงเงินทุน
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้ลงนามประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขอรับใบอนุญาต การขอต่ออายุใบอนุญาต และการขอรับใบแทนใบอนุญาตเป็นผู้บังคับหลักประกัน พ.ศ. 2559 เพื่อกำหนดคุณสมบัติของผู้บังคับหลักประกัน ภายใต้ พ.ร.บ.หลักประกันทางธุรกิจ พ.ศ. 2558 เพื่อทำให้ผู้บังคับหลักประกันเป็นวิชาชีพมีความน่าเชื่อถือ สามารถสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายหลักประกันทางธุรกิจที่จะมีผลบังคับใช้กลางเดือน พ.ค.นี้
ทั้งนี้ ผู้บังคับหลักประกันจะเข้ามามีส่วนช่วยผลักดันให้กฎหมายหลักประกันทางธุรกิจ ในการช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) ที่มีอยู่กว่า 2 ล้านราย ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน เพื่อ
นำไปใช้ในการประกอบธุรกิจ เพราะกฎหมายฉบับนี้ได้ขยายประเภททรัพย์สินที่จะนำมาใช้เป็นหลักประกัน ซึ่งครอบคลุมถึงกิจการ สิทธิเรียกร้อง สังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ และทรัพย์สินทางปัญญา แต่ไม่จำเป็นต้องส่งมอบทรัพย์สิน ทำให้ธุรกิจยังสามารถสร้างรายได้ด้วยการใช้ทรัพย์สินนั้นผลิตสินค้าหรือบริการต่อไปได้
สำหรับหน้าที่ของผู้บังคับหลักประกัน มีฐานะเป็นคนกลางที่จะช่วยให้เอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งเงินทุน เพราะผู้บังคับหลักประกันจะต้องได้รับความยินยอมทั้งจากผู้กู ้ ซึ่งหมายถึงเอสเอ็มอีและผู้ให้กู้ หรือสถาบันการเงิน ให้เป็นผู้มาบังคับหลักประกันตามสัญญาหลักประกันทางธุรกิจ โดยจะทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการบังคับหลักประกัน เช่น การไต่สวนข้อเท็จจริง เมื่อมีเหตุบังคับหลักประกัน การกำหนดวงเงินประกัน การวินิจฉัยเหตุบังคับหลักประกัน
นางอภิรดี กล่าวว่า ส่วนคุณสมบัติของผู้ที่จะขอรับใบอนุญาตเป็นผู้บังคับหลักประกันจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า จะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์อย่างหนึ่งอย่างใด ได้แก่ 1.ผู้ประกอบวิชาชีพทนายความ หรือผู้ประกอบวิชาชีพผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ที่ได้รับใบอนุญาตต่อเนื่องกันไม่น้อยกว่า3 ปี 2.ผู้ทำหน้าที่เกี่ยวกับการบังคับหลักประกันที่ได้รับอนุญาต หรือขึ้นทะเบียนต่อเนื่องกันไม่น้อยกว่า 3 ปี จากหน่วยงานของรัฐ สมาคม หรือตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อาทิ อนุญาโตตุลาการ
ด้านความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมบังคับใช้กฎหมายหลักประกัน ล่าสุดกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำลังอยู่ในขั้นตอนเตรียมพร้อมระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อรองรับการขึ้นทะเบียนเป็นผู้บังคับหลักประกัน การจดแจ้งสัญญาหลักประกันทางธุรกิจ และด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง มีลักษณะเป็นแบบเรียลไทม์ (Real Time) โดยผู้ให้หลักประกัน และผู้รับหลักประกัน สามารถตรวจเช็กข้อมูลของหลักประกันทางธุรกิจได้ทันที ทุกที่ ทุกเวลา ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบธุรกิจด้านการบริการข้อมูลการจดทะเบียน และข้อมูลการขึ้นทะเบียนผู้บังคับหลักประกันแล้ว และกำลังขอกำลังคน 90 คนขึ้นมาทำงานรองรับกฎหมายหักประกันมีผลบังคับใช้ด้วย







