posttoday
หุ้นกู้...ชื่อยาว

หุ้นกู้...ชื่อยาว

27 เมษายน 2559

โดย...ปริย เตชมวลไววิทย์

โดย...ปริย เตชมวลไววิทย์

ผู้ลงทุนเคยได้ยินชื่อตราสารประเภทหนึ่งที่มีชื่อค่อนข้างยาวสักนิดว่า “หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน” บ้างไหมครับ ที่มีชื่อยาวเช่นนี้ ก็เพื่อเป็นการอธิบายลักษณะสำคัญของตราสารประเภทนี้ให้ชัด

เริ่มจากส่วนแรกของชื่อ “หุ้นกู้ด้อยสิทธิ” ผู้ที่ถือหุ้นกู้ด้อยสิทธิจะมีฐานะเป็นเจ้าหนี้ แต่มีสิทธิได้รับชำระหนี้ภายหลังเจ้าหนี้สามัญรายอื่นๆ ของบริษัทผู้ออกหุ้นกู้ เช่น หากผู้ออกหุ้นกู้เลิกกิจการหรือล้มละลาย ผู้ถือหุ้นกู้ด้อยสิทธิจะได้รับเงินคืนหลังเจ้าหนี้รายอื่น (แต่ได้ก่อนผู้ถือหุ้นที่จะมีฐานะเป็นเจ้าของบริษัทนะครับ) และอาจได้เงินคืนทั้งหมด หรือบางส่วน หรือไม่ได้เงินคืนเลยก็เป็นไปได้ทั้งสิ้น

ส่วนที่สอง ที่บอกว่า “มีลักษณะคล้ายทุน” หรือคล้ายหุ้นนั้น ก็เป็นเพราะหุ้นกู้มีกำหนดไถ่ถอนเมื่อผู้ออกเลิกกิจการ ดังนั้น ผู้ถือหุ้นกู้อาจไม่ได้รับคืนเงินต้นที่ลงทุนไปนั้นในขณะที่ยังถือหุ้นกู้อยู่ และถึงแม้จะมีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้เหมือนหุ้นกู้ทั่วไป แต่อาจมีเงื่อนไขไม่จ่ายดอกเบี้ย คล้ายกับการถือหุ้นที่อาจไม่ได้รับเงินปันผล หรือบางทีก็ยกยอดไปจ่ายงวดอื่นก็ได้ นอกจากนี้ ยังไม่มีการกำหนดอายุของหุ้นกู้ด้วย ทีนี้ถ้าผู้ลงทุนอยากได้คืนเงินต้นจะทำอย่างไร ก็มีทางเป็นไปได้อยู่เหมือนกันครับ เช่น กรณีที่ผู้ออกตัดสินใจขอไถ่ถอนเองตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ หรือเรานำไปขายให้กับคนอื่น โดยอาจจะขายในตลาดรองในกรณีที่หุ้นกู้ดังกล่าวได้มีการจดทะเบียนในตลาดรอง ซึ่งปกติแล้วหุ้นกู้ประเภทนี้ก็อาจจะไม่ได้มีสภาพคล่องที่จะมีคนมารับซื้อเปลี่ยนมือกันมากนัก เวลาขายก็อาจจะต้องขายที่ราคาลดจากหน้าตั๋ว เพื่อจูงใจให้คนซื้อนะครับ

“หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน” ด้วยลักษณะของหุ้นกู้ประเภทนี้ที่มีความเสี่ยงค่อนข้างสูง  ผู้ออกจึงต้องกำหนดอัตราดอกเบี้ยของหุ้นกู้ในอัตราที่สูงเพื่อจูงใจผู้ลงทุน ซึ่งคงจะเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนไปครั้งเดียวแล้วรอรับแต่ดอกเบี้ยและสามารถรับความเสี่ยงได้สูง เพราะมีความเสี่ยงที่จะไม่ได้รับดอกเบี้ยตรงเวลาหรือยกยอดออกไปรวมกับงวดถัดๆ ไป นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงในเรื่องอัตราดอกเบี้ยที่จะได้รับด้วย เนื่องจากหุ้นกู้ประเภทนี้มักกำหนดการจ่ายอัตราดอกเบี้ยลอยตัว โดยอ้างอิงกับอัตราดอกเบี้ยในท้องตลาด (เช่น อ้างอิงอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาล) และบวกอัตราเพิ่มอีกตามความเสี่ยงของผู้ออก ทั้งนี้ บริษัทจะจ่ายดอกเบี้ยในอัตราที่กำหนดนั้นไปเป็นระยะเวลาหนึ่ง หลังจากนั้นทุกจำนวนปีที่กำหนด (เช่น ทุกๆ 5 ปี) ก็จะปรับอัตราดอกเบี้ยกันอีกครั้ง โดยสรุปแล้วดอกเบี้ยที่จะได้รับในแต่ละช่วงปีที่จะมีการปรับอัตราดอกเบี้ยนั้นก็อาจจะสูงหรือต่ำก็ได้ ขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงและอัตราเพิ่มที่กำหนดไว้ครับ

เรื่องสำคัญอีกเรื่องที่ห้ามพลาดเด็ดขาดก่อนการลงทุนคือ ควรศึกษาข้อมูล “อันดับเครดิต” (Credit Rating) ของหุ้นกู้ และบริษัทผู้ออกหุ้นกู้ เพื่อใช้ในการประเมินโอกาสในการได้รับดอกเบี้ยประกอบกับประเมินความเสี่ยงที่ท่านสามารถรับได้ลองมาดูความหมายของอันดับเครดิตตามตารางนะครับ

ตัวอักษรข้างต้นอาจจะมีเครื่องหมาย + หรือ – เช่น AA- A+ เพื่อแสดงความแตกต่างของอันดับเครดิตให้ละเอียดขึ้นได้ ซึ่งตามมาตรฐานแล้ว ถ้าเป็น BBB ขึ้นไปจนถึง AAA จะถือว่าหุ้นกู้ดังกล่าวอยู่ในระดับน่าลงทุน (Investment Grade) แต่ถ้าต่ำกว่า BBB ลงไป มักเป็นหุ้นกู้ในระดับที่ลงทุนเพื่อเก็งกำไร (Speculative) คือความเสี่ยงสูงนั่นเองครับ

ก็ขอฝากเอาไว้นะครับ ไม่ว่าจะลงทุนในตราสารอะไร ผู้ลงทุนศึกษาข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ให้ดี และประเมินทั้งผลตอบแทนและความเสี่ยง ตลอดจนเงื่อนไขต่างๆ ให้ครบถ้วนก่อนการลงทุนเสมอนะครับ

ก.ล.ต. ดูแลตลาดทุน เพื่อให้คุณมั่นใจ

ขอเรียนเชิญ SMEs Startup และผู้สนใจร่วมงาน “Startup Thailand 2016” ในวันที่ 28 เม.ย.-1 พ.ค. 2559 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และ Startup ได้ร่วมกันจัดขึ้น
ท่านจะได้พบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับ Startup, Incubator, Venture Capital ที่ประสบความสำเร็จ จากทั่วประเทศครับ และหากสนใจการระดมทุนแบบ Equity Crowdfunding หรือการเป็นผู้ให้บริการเว็บไซต์ตัวกลางในการระดมทุน (Funding Portal) ก็ขอ เชิญสนทนากับทีมงานของ ก.ล.ต. ได้ในบูธ ก.ล.ต. โซน FinTech หรือติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1207 กด 4 นะครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค