
11ธุรกิจ/อุตสาหกรรม ที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจ (1)
โดย...ชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน
โดย...ชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน
ปี 2558 ที่ผ่านมา เศรษฐกิจในภาพรวมอยู่ในภาวะตกต่ำซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยภายนอกและภายในประเทศ มาปีนี้ก็มีรายงานจากไอเอ็มเอฟ ว่า ตัวเลขจีดีพีที่คาดว่าจะเติบโตที่ 3.5% มีแนวโน้มที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ อาจจะอยู่ที่ 3% ซึ่งหมายถึงเศรษฐกิจของประเทศจะชะลอตัวต่อไปอีกระยะหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม นั่นเป็นเพียงการคาดคะเนจากปัจจัยแวดล้อมที่นักวิเคราะห์ให้น้ำหนักกับตัวแปรหลักในสมการเศรษฐกิจโลก ซึ่งถ้าลงรายละเอียดเป็นรายปัจจัย และพิจารณาจากบริบทภายในประเทศแล้ว ผมเห็นว่าเศรษฐกิจไทยยังเดินหน้าได้ แต่ต้องมีการบูรณาการความร่วมมือซึ่งกันและกัน โดยการพัฒนาเศรษฐกิจระยะต่อไปต้องเน้นที่การวิจัยเพื่อสร้างความยั่งยืนครับ เพราะงานวิจัยจะช่วยให้มองเห็นแพลตฟอร์มของการพัฒนาประเทศซึ่งมีการเชื่อมโยงเศรษฐกิจต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำได้อย่างชัดเจน
มีรายงานวิจัยเศรษฐกิจที่น่าสนใจจากฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจ ธุรกิจ และเศรษฐกิจฐานรากธนาคารออมสินซึ่งทำงานวิจัยเชิงลึกวิเคราะห์ถึงปัจจัยเชิงบวกและปัจจัยที่ต้องติดตามอันส่งผลต่อการบริหารจัดการของผู้ประกอบการในกลุ่มธุรกิจและอุตสาหกรรม 11 ประเภทของไทย ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์ทั้งต่อตัวผู้ประกอบธุรกิจเองและบุคคลทั่วไป ที่จะได้มองเห็นโอกาสและความเป็นไปได้ทางธุรกิจ รวมทั้งปัญหาอุปสรรคที่อาจจะส่งผลกระทบกับธุรกิจ
โดย 11 ประเภทธุรกิจ/อุตสาหกรรมที่ว่านี้ คือ 1.อุตสาหกรรมพลาสติก 2.อุตสาหกรรมกระดาษ 3.ธุรกิจการจัดการน้ำ 4.ธุรกิจสิ่งทอ 5.ธุรกิจทางการแพทย์ 6.ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ 7.ธุรกิจการท่องเที่ยว 8.ธุรกิจโรงแรม 9.ธุรกิจก่อสร้าง 10.ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 11.ธุรกิจโทรคมนาคม
อุตสาหกรรมพลาสติก ถือเป็นอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มดีในปีนี้ โดยปีที่ผ่านมาอุตสาหกรรมพลาสติกมีการขยายตัวร้อยละ 3.94 จากอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับอาหารและเครื่องดื่มและมีการขยายตัวของมูลค่าการนำเข้าร้อยละ 5.76 จากการเติบโตของอุตสาหกรรมก่อสร้างอันเป็นผลมาจากมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของภาครัฐ ซึ่งในปีนี้อุตสาหกรรมพลาสติกเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มขยายตัวจากอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมและแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของความต้องการผลิตภัณฑ์พลาสติกไทยในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม)
อุตสาหกรรมกระดาษ ในปีนี้ยังเป็นปีที่มีการปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมาโดยเฉพาะการผลิตกระดาษแข็งและบรรจุภัณฑ์กระดาษเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมต่อเนื่องภายในประเทศและการขยายตัวของภาคการส่งออกสินค้า รวมทั้งยังเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะมีการขยายตัวด้านการส่งออกสู่กลุ่มประเทศอาเซียน
ธุรกิจการจัดการน้ำ ประเทศเรามีปริมาณความต้องการใช้น้ำขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี เป็นการเติบโตที่เสี่ยงต่อปัญหาการบริหารจัดการน้ำ เพราะความต้องการใช้น้ำมีสูงแต่ปัญหาภัยแล้งทำให้ปริมาณน้ำต้นทุนของประเทศมีจำกัด อย่างไรก็ตามเนื่องจากธุรกิจการบริหารจัดการน้ำเป็นธุรกิจที่ผูกพันกับสัมปทานรัฐ ดังนั้นผู้ประกอบการรายเก่าๆ ที่มีแผนรับมือความเสี่ยงจากการขาดแคลนน้ำต้นทุนที่ดีพอก็ยังมีโอกาสทางธุรกิจอีกมาก
ธุรกิจสิ่งทอ ปีที่ผ่านมามีการหดตัวในทุกหมวดผลิตภัณฑ์เนื่องจากความต้องการภายในประเทศลดลงและผู้ผลิตมีสต๊อกสินค้าจำนวนมาก รวมทั้งตลาดส่งออกก็ลดปริมาณความต้องการสิ่งทอจากไทยโดยเฉพาะเวียดนามที่มีการพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอในประเทศเอง อย่างไรก็ตามจากปัจจัยบวกของภาครัฐที่มีการให้สิทธิพิเศษสำหรับสิ่งทอที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพิ่มขึ้น รวมทั้งมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ เช่น การฝึกอบรม การสร้างมูลค่าเพิ่มในห่วงโซ่อุปทานตามการกำหนดยุทธศาสตร์กลุ่ม Cluster ฯลฯ ก็ล้วนช่วยให้การส่งออกสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของไทยจะสามารถพลิกฟื้นกลับมาขยายตัวต่อไปได้
ธุรกิจทางการแพทย์ ถือเป็นอีกหนึ่งกลุ่มธุรกิจที่มีอนาคต เพราะสังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและคนในปัจจุบันให้ความใส่ใจดูแลสุขภาพมากขึ้น ผู้ประกอบการโรงพยาบาลหลายแห่งจึงมีการลงทุนเพิ่มเติมทั้งเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมถึงการลงทุนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการรักษาพยาบาล จากข้อมูลการนำเข้าเครื่องมือแพทย์พบว่าไทยมีการนำเข้าเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 12.7 ในปีที่ผ่านมา
(ติดตามตอนที่ 2 อีก 6 ธุรกิจ ในสัปดาห์หน้า)







