posttoday
บริจาคเงินตามดครงการ 'ให้ 1 ได้ 2 '

บริจาคเงินตามดครงการ 'ให้ 1 ได้ 2 '

05 สิงหาคม 2553

.....สาธิต บวรสัมฤทธิ์

ครั้งที่แล้วได้เขียนเรื่องการเป็นลูกกตัญญูที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ปรากฏว่าได้มีหลายคนสอบถามเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากการบริจาคเงินให้กับสถาบันการศึกษาที่สามารถใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ได้ถึง 2 เท่าของจำนวนเงินที่บริจาคว่าจริงหรือไม่ และมีเงื่อนไขอย่างไรบ้าง ในการใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้เป็นจำนวน 2 เท่าของรายจ่ายที่จ่ายไปเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนการศึกษา มีรายละเอียดข้อแนะนำดังนี้

1.ต้องเป็นการบริจาคให้กับสถานศึกษาตามรายชื่อสถานศึกษาที่กระทรวงศึกษาธิการประกาศกำหนด (คำว่าสถานศึกษา หมายถึง สถานศึกษาของทางราชการ สถานศึกษาขององค์การของรัฐบาล โรงเรียนเอกชนที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชนหรือสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน จะเห็นได้ว่าไม่ว่าจะเป็นสถานศึกษาของรัฐหรือเอกชน จะเป็นโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย ก็สามารถอยู่ในโครงการนี้ได้ แต่ไม่ใช่ว่าทุกสถานศึกษาจะอยู่ในโครงการนี้ทั้งหมด ดังนั้นก่อนที่เราจะบริจาค เราควรตรวจสอบรายชื่อว่าสถาบันการศึกษาที่เราจะบริจาคอยู่ในโครงการนี้หรือไม่ ที่เว็บไซต์กรมสรรพากร http://www.rd.go.th/publish/28654.0.html) และต้องไม่เป็นการบริจาคเพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ต่อผู้ใดโดยเฉพาะตัวอย่างเช่น การจ่ายค่าเทอมของผู้มีเงินได้หรือบุตร การซื้อวัสดุอุปกรณ์ ตำราเรียน ของผู้มีเงินได้หรือบุตร หรือค่าเล่าเรียนพิเศษบุตร เป็นต้น

2.เงินที่บริจาคนำไปยกเว้นภาษีเงินได้ เป็นจำนวน 2 เท่าของรายจ่าย แต่ต้องไม่เกินร้อยละสิบของเงินได้พึงประเมิน ตัวอย่างเช่น หากมีเงินได้พึงประเมินเท่ากับ 1 ล้านบาท เราก็สามารถบริจาคเพื่อการศึกษาตามโครงการ “ให้ 1 ได้ 2” ได้เป็นจำนวนเงิน 5 หมื่นบาท (เพราะเมื่อคูณ 2 แล้วจะเท่ากับ 1 แสนบาท เท่ากับ 10% ของเงินได้พึงประเมิน)

3.การบริจาคให้แก่สถานศึกษา ต้องเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับรายการ ดังต่อไปนี้

3.1 จัดหาหรือจัดสร้างอาคาร อาคารพร้อมที่ดิน หรือที่ดิน ให้แก่ สถานศึกษาเพื่อใช้ประโยชน์ทางการศึกษา

3.2 จัดหาวัสดุอุปกรณ์เพื่อการศึกษา แบบเรียน ตำรา หนังสือวิชาการ สื่อ และเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาตลอดจนวัสดุอุปกรณ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา

3.3 จัดหาครู อาจารย์ หรือผู้ทรงคุณวุฒิทางการศึกษา การประดิษฐ์ การพัฒนา การค้นคว้า หรือการวิจัย สำหรับนักเรียน นิสิต หรือนักศึกษาของสถานศึกษา

4.ต้องมีหลักฐานจากสถานศึกษา เป็นใบเสร็จรับเงินของสถานศึกษาเท่านั้น โดยสถานศึกษาต้องระบุ คำว่า “เงินบริจาคเพื่อ... 3.1, 3.2, 3.3 เพื่อสนับสนุนการศึกษา ตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 420) พ.ศ. 2547” ซึ่งให้เป็นส่วนกลางของสถานศึกษานั้น อันนี้สำคัญครับ อย่าลืมตรวจสอบดูใบเสร็จว่าเป็นตามที่ระบุหรือไม่ ไม่อย่างนั้นเงินที่เราบริจาคจะมีสิทธิหักลดหย่อนบริจาคได้เท่าจำนวนที่บริจาคเท่านั้น และได้ไม่เกินอัตราร้อยละ 10 ของเงินได้พึงประเมินที่เหลือจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่นๆ แล้ว เพราะถือเป็นการบริจาคเงินให้แก่สถานศึกษาของทางราชการ หรือสถานศึกษาที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน หรือสถานศึกษาที่เป็นสถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน

5.หากเป็นการบริจาคให้แก่สถานศึกษา โดยมีวัตถุประสงค์ ที่นอกเหนือจากข้อ 3.1, 3.2 และ 3.3 ให้นำไปหักลดหย่อนได้ ตามมาตรา 47(7)(ก) แห่งประมวลรัษฎากร คือจะมีสิทธิหักลดหย่อนบริจาคได้เท่าจำนวนที่บริจาคเท่านั้น และได้ไม่เกินอัตราร้อยละ 10 ของเงินได้พึงประเมินที่เหลือจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่นๆ แล้ว

หากท่านต้องการสอบถามหรือปรึกษาเกี่ยวกับการวางแผนการเงิน โปรดติดต่อกระผมได้ที่ [email protected] (ไม่มีค่าใช้จ่ายครับ)

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69