
ธุรกิจตามหนี้งานล้นมือ
ธุรกิจตามหนี้ไตรมาสแรกงานยังชุก เจ้าหนี้เดินหน้าฟ้องเร่งบีบชำระหนี้
ธุรกิจตามหนี้ไตรมาสแรกงานยังชุก เจ้าหนี้เดินหน้าฟ้องเร่งบีบชำระหนี้
นายประชา ชัยสุวรรณ นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมผู้ประกอบการธุรกิจทวงถามหนี้สถาบันการเงิน เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2559 สถานการณ์การติดตามหนี้ยังคงทรงๆ ตัว ซึ่งลูกค้ายังมีความสามารถในการชำระหนี้ได้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งในช่วงนี้สถาบันการเงินยังไม่ขายหรือโอนหนี้ด้อยคุณภาพ (เอ็นพีแอล) ก้อนใหม่มาให้บริหารหรือติดตามหนี้ อย่างไรก็ตามคาดว่าประมาณกลางๆ ปีนี้ จะมีสถาบันการเงินจะขายเอ็นพีแอลหรือโอนหนี้ออกมา
“ที่ผ่านมาหลังจากกฎหมายทวงถามหนี้มีผลบังคับใช้ทำให้บริษัทติดตามทวงหนี้ได้มีการเร่งที่จะฟ้องดำเนินคดีกับลูกหนี้มากขึ้นเป็น 1-2 เท่าตัว จากเดิมที่ยังไม่มีกฎหมายทวงถามหนี้ อีกทั้งแต่ละเดือนก็มียอดการฟ้องดำเนินคดีเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 10-20% ทุกเดือน” นายประชา กล่าว
อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการฟ้องร้องลูกค้ามากขึ้น และดำเนินการฟ้องร้องมากขึ้น เป็นผลยอดการจัดเก็บการชำระหนี้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยส่วนใหญ่จะนัดชำระหนี้ในวันที่ศาลนัด
นายประชา กล่าวถึงผลการดำเนินงานของบริษัท รีโซลูชั่น เวย์ ซึ่งให้บริการสินเชื่อเพื่อการปรับโครงสร้างหนี้ (รีไฟแนนซ์) บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล สำหรับผู้ที่มีปัญหาที่มีประวัติการค้างชำระหนี้ (เครดิตบูโร) และไม่สามารถที่จะกู้เงินกับสถาบันการเงินได้ว่า ปัจจุบันมีลูกค้ามาขอสินเชื่อเพื่อรีไฟแนนซ์มากขึ้นแต่บริษัทมีข้อจำกัดด้านเงินทุนจึงสามารถให้กู้ได้เพียงเดือนละ 30-40 ล้านบาท โดยเฉลี่ยลูกค้าแต่ละรายจะกู้เงินประมาณ 2 แสนบาท โดยคิดอัตราดอกเบี้ยที่ 15% บวกค่าธรรมเนียม 3% รวมเป็น 18% ซึ่งดอกเบี้ยถูกกว่าอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลที่อยู่ที่ 28%
สำหรับธุรกิจติดตามหนี้ในปัจจุบันจะได้รับค่าบริการจากสถาบันการเงินที่จ้างให้ติดตามทวงถาม และมีค่าใช้จ่าย ซึ่งภาระดังกล่าวจะตกหนักอยู่กับลูกหนี้ที่ค้างชำระหนี้และถูกติดตามหนี้ ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมให้แก่ผู้ประกอบการด้วยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จึงได้นำข้อมูลอัตราค่าธรรมเนียมติดตามทวงถามหนี้สินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับของ ธปท. เผยแพร่ในเว็บไซต์ www.bot.or.th ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2559 เป็นต้นไป
ทั้งนี้ ธปท.ได้แบ่งกลุ่มข้อมูลค่าธรรมเนียมดังกล่าว เป็นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในไทยและบริษัทในเครือ 16 แห่ง สาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศและบริษัทในเครือ 12 แห่ง และบริษัทที่ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับที่ไม่ใช่สถาบันการเงินอีก 20 แห่ง
จากข้อมูลดังกล่าวพบว่าแบงก์และนันแบงก์ส่วนใหญ่จะไม่คิดค่าธรรมเนียมการติดตามทวงถามหนี้สินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล หรือหากคิดก็คิดไม่เกิน 100 บาท/รายการ แต่ยังมีผู้ประกอบการบางรายยังคิดค่าธรรมเนียมการติดตามหนี้เกินกำหนด 100 บาท เช่น ธนาคารซิตี้แบงก์และบริษัทลูกอย่างบริษัท ซิตี้ คอนซูเมอร์ โปรดักส์ (ประเทศไทย) บริษัท ซิตี้คอร์ป ลิสซิ่ง (ประเทศไทย) ที่คิดค่าบริการในอัตรา 120-200 บาท/รอบบัญชี บริษัท แคปปิตอล โอเค คิด 250 บาท/งวดการค้างชำระ
อย่างไรก็ดี แต่เดิม ธปท.ยังไม่มีมาตรการลงโทษผู้ที่คิดค่าธรรมเนียมทวงหนี้เกินกำหนด แต่จะใช้วิธีเปิดเผยข้อมูลเพื่อให้ประชาชนเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจใช้บริการ







