
ไทยพาณิชย์-ไอเอ็นจี ยิ้มรับสองเด้ง
ไทยพาณิชย์-ไอเอ็นจี ยิ้มรับสองเด้ง ได้ต่อสัญญาบริหารกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กสจ. 1.3 หมื่นล้านบาท แถมมีโอกาสได้เม็ดเงินเพิ่มอีก 4,000 ล้านบาท
ไทยพาณิชย์-ไอเอ็นจี ยิ้มรับสองเด้ง ได้ต่อสัญญาบริหารกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กสจ. 1.3 หมื่นล้านบาท แถมมีโอกาสได้เม็ดเงินเพิ่มอีก 4,000 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 4 ส.ค. บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) และ บลจ.ไทยพาณิชย์ ร่วมลงนามในสัญญาการบริหารกองทุนสำรองเลี้ยงชีพสำหรับลูกจ้างประจำของส่วนราชการที่จดทะเบียนแล้ว (กสจ.) วงเงินกองทุนในการบริหารรวม 1.39 หมื่นล้านบาท โดย บลจ.ไอเอ็นจี บริหาร 7,057 ล้านบาท และ บลจ.ไทยพาณิชย์ วงเงิน 6,790 ล้านบาท
พร้อมกันนี้ นายสมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ ประธานกรรมการ กสจ. กล่าวว่า คณะกรรมการ กสจ. มีแนวทางที่จะเพิ่มจำนวนสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โดยเปลี่ยนจากการส่งเงินสมทบตามความสมัครใจมาเป็นการบังคับ เนื่องจากในปัจจุบันมีลูกจ้างประจำอีกจำนวนมากที่ยังไม่ได้เข้ามาเป็นสมาชิกกองทุนฯ
ในปัจจุบันกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กสจ. มีสมาชิก อยู่ 1.6 แสนคน จาก ลูกจ้างทั่วประเทศประมาณ 1.9 แสนคน ซึ่งหากเปลี่ยนเป็นภาคบังคับจะทำให้กองทุนฯ มีเม็ดเงินลงทุนเพิ่มอีกประมาณ 3,000-4,000 ล้านบาท
คณะกรรมการ กสจ. ยังอยู่ระหว่างการหารือกับกรมการปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกจ้างขององค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) และองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สามารถส่งเงินสมทบเข้ากองทุนฯ เพื่อเป็นเงินออมสำหรับชีวิตหลังเกษียณอีกด้วย
“จากการหารือกันในเบื้องต้น ผู้บริหารกรมการปกครองส่วนท้องถิ่นก็เห็นว่าเป็นสมาชิกกองทุนฯ นั้นเป็นประโยชน์ต่อลูกจ้าง แต่ต้องพิจารณาเรื่องการบริหารงบประมาณด้วย เพราะจะเป็นการเพิ่มภาระงบประมาณของภาครัฐ ที่ต้องใส่เงินสมทบในอัตราส่วนเท่ากัน” นายสมเกียรติ กล่าว
นอกจากนี้ คณะกรรมการ กสจ. ยังมีนโยบายที่จะให้สมาชิกสามารถส่งเงินสมทบได้มากกว่าอัตรา 3% ที่กำหนดไว้ เช่นเดียวกับกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) แต่ภาครัฐยังคงสมทบในอัตรา 3% ตามเดิม และในอนาคตจะจัดให้มีรูปแบบ Employee’s Choice เพื่อให้สมาชิกเลือกนโยบายการลงทุนที่เหมาะสมกับตัวเอง
นายสมเกียรติ ยังกล่าวอีกว่า หากผู้จัดการกองทุนสามารถบริหารให้ได้ผลตอบแทนได้สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 0.25% ขึ้นไป บลจ.จะได้ผลตอบแทนเพิ่มจากค่าธรรมเนียมบริหารกองทุน







