
กรุงเทพเพิ่ม สำรองหนี้เสีย เอ็นพีแอลขยับ
แบงก์กรุงเทพเพิ่มสำรองหนี้สูญไตรมาสแรก หลังเอ็นพีแอลขยับ จากลูกค้าเอสเอ็มอีและรายย่อย
แบงก์กรุงเทพเพิ่มสำรองหนี้สูญไตรมาสแรก หลังเอ็นพีแอลขยับ จากลูกค้าเอสเอ็มอีและรายย่อย
นายสุวรรณ แทนสถิตย์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ของธนาคารในไตรมาสแรกยังขยับสูงขึ้นแตะ 2.9% ของสินเชื่อทั้งหมด จากระดับประมาณ 2.8% เมื่อสิ้นปีที่แล้ว สาเหตุมาจากความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้าธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมรายเล็ก (เอสเอสเอ็มอี) และลูกค้ารายย่อยลดลง เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจไทยที่ยังฟื้นตัวช้า
ทั้งนี้ ธนาคารจะมีการตั้งสำรองหนี้เอ็นพีแอลสูงขึ้นตามสัดส่วนเอ็นพีแอลที่ขยายตัว เพราะมองว่าเมื่อธนาคารมีกำไรที่มากพอก็ควรจะเสริมอัตราสำรองให้เพียงพอ เป็นการรองรับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจในปีนี้ ที่มีปัจจัยลบกระทบรายได้ประชาชน ทำให้การบริโภคภายในประเทศชะลอตัว และส่งผลต่อยอดขายของเอสเอ็มอี โดยลูกค้าที่ได้รับผลกระทบกระจายในทุกกลุ่ม ไม่เฉพาะเจาะจงอย่างใดอย่างหนึ่ง
อย่างไรก็ดี แนวโน้มเอ็นพีแอลของธนาคารกรุงเทพในปีนี้ยังคงเป็นขาขึ้น สอดคล้องกับระบบธนาคารพาณิชย์ แต่อยู่ในวิสัยที่บริหารจัดการได้ โดยธนาคารได้เร่งเข้าไปช่วยเหลือลูกค้าอย่างใกล้ชิด ทั้งการยืดระยะเวลาชำระหนี้ ปรับโครงสร้างหนี้ และการให้สินเชื่อเพิ่มสภาพคล่องหมุนเวียน รวมทั้งล่าสุดได้ลดดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี (เอ็มแอลอาร์) ลง 0.25% ช่วยบรรเทาภาระให้ลูกค้าได้ในระดับหนึ่ง
นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ธนาคารยังคงประมาณการอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจไทยปี 2559 ไว้ที่ 3% และคงเป้าหมายสินเชื่อรวมปีนี้เติบโต 3-5% สอดคล้องกับ 2 ปีที่ผ่านมา ที่สินเชื่อเติบโตได้ 4.7% และ 4.5% ตามลำดับ แม้เศรษฐกิจจะขยายตัวไม่มาก แต่ยังมีโอกาสขยายสินเชื่อในลูกค้าบางส่วนโดยเฉพาะลูกค้าธุรกิจ ขณะที่กลุ่มมีปัญหาธนาคารได้เข้าช่วยเหลือ เป็นการบริหาร 2 ข้างควบคู่กันไป
นักวิเคราะห์ บล.บัวหลวง ระบุว่า ในไตรมาสแรกปีนี้คาดการณ์ธนาคารกรุงเทพจะตั้งสำรอง 3,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ขณะที่กำไรจะลดลง 5% และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยคาดว่าอยู่ที่ 2.2% ยอดสินเชื่อคาดทรงตัวเมื่อเทียบกับสิ้นปีที่แล้ว สำหรับทั้งปีคาดการณ์ตั้งสำรองหนี้ของธนาคารกรุงเทพจะอยู่ที่ 1.2 หมื่นล้านบาท ลดลงจาก 1.46 หมื่นล้านบาทปีที่แล้ว และเอ็นพีแอลสิ้นปี 2559 จะอยู่ที่ 3.2-3.3%







