posttoday
4 แสนล้านรอเบิกจ่าย ประคองเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง

4 แสนล้านรอเบิกจ่าย ประคองเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง

18 เมษายน 2559

โดย...อนัญญา มูลเพ็ญ

โดย...อนัญญา มูลเพ็ญ

ผ่านไตรมาสแรกของปี 2559 มาแล้ว แต่เรียกได้ว่าเศรษฐกิจไทยเผชิญกับปัจจัยลบมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2558 และจากการประเมินล่าสุดของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) สะท้อนว่าในช่วงที่เหลือของปีนี้เศรษฐกิจไทยก็ยังคงอยู่ในความเสี่ยงตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ยังมีความผันผวนสูงมาก

ปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการ สศช. ระบุว่า สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในช่วงต้นปีที่ผ่านมาดูเหมือนจะไม่แตกต่างจากปีที่แล้วมากนัก กล่าวคือ เศรษฐกิจไทยที่พอไปได้ในขณะนี้ เป็นเพราะได้แรงส่งจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ได้ออกตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว 7-8 มาตรการ และได้ส่วนเสริมจากภาคท่องเที่ยวที่ในช่วงไตรมาสแรกขยายตัว 15% ทำให้เกิดการหมุนเวียนของรายได้ที่เข้ามาทดแทนการส่งออกที่ติดลบมาก

“ข้อมูลตอนนี้ยังขึ้นๆ ลงๆ ต้องดูเดือนต่อเดือนอย่างใกล้ชิด ซึ่งเดือน มี.ค. เริ่มมีข้อมูลบางอันก็ดีขึ้น เช่น สหรัฐเศรษฐกิจจริงก็มีข้อมูลที่ชี้ว่าเริ่มดีขึ้น ภาคการเงินจีนก็เริ่มเห็นเสถียรภาพมากขึ้น แต่การส่งออกจีนยังติดลบค่อนข้างสูง ดังนั้นก็เลยยังต้องดู เพราะครึ่งปีแรกยังดูยาก ยังมีความเสี่ยง แต่ข้อมูลที่เริ่มดีขึ้นครึ่งปีหลังก็เป็นไปได้ว่าจะเริ่มเห็นสัญญาณดีขึ้นกว่าช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา” ปรเมธี กล่าว

แม้จะเริ่มเห็นสัญญาณที่ดีขึ้นบ้าง แต่เลขาธิการ สศช. ก็มองว่าช่วงที่เหลือของปีนี้เศรษฐกิจโลกยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ยังต้องวิเคราะห์ติดตาม โดยเฉพาะการที่ทำให้หลายประเทศใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และการผ่อนคลายนโยบายการเงินมากขึ้น ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เองก็ชะลอการขึ้นดอกเบี้ย ทำให้มีเงินไหลกลับเข้าไทย ส่งผลให้เงินบาทแข็งกว่าที่คาดไว้ได้ ส่วนราคาน้ำมันยังปรับขึ้นไม่มาก จะยังทำให้ราคาสินค้าเกษตรไม่ได้ดีขึ้นชัดเจน และอาจทำให้เงินเฟ้อไทยต่ำกว่าเป้าหมายมากกว่าที่คาด

ปรเมธี กล่าวว่า แม้ว่าเศรษฐกิจโลกจะยังไม่แน่นอน แต่การดำเนินการตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลจะช่วยดูแลและประคองเศรษฐกิจไทยได้

ทั้งนี้ ตั้งแต่ในช่วงเดือน ก.ย. 2558-ม.ค. 2559 รัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม 7 มาตรการ (ไม่รวมมาตรการภาษี) วงเงินรวม 468,854 ล้านบาท และในช่วงสิ้นเดือน ธ.ค. 2558 ได้มีการเบิกจ่ายเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจแล้ว 198,081 ล้านบาท แบ่งเป็นมาตรการใช้จ่าย 25,840 ล้านบาท และมาตรการสินเชื่ออีก 172,226 ล้านบาท โดยเหลือวงเงินที่เบิกจ่ายในปีนี้อีกประมาณ 270,773 ล้านบาท

ขณะที่ในช่วงเดือน ก.พ. 2559-ปัจจุบัน รัฐบาลยังได้ออกมาตรการเพิ่มเติมอีก 2 มาตรการ วงเงินรวม 1.23 แสนล้านบาท คือ มาตรการบ้านประชารัฐ และมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง และมาตรการเพิ่มขีดความสามารถภาคเกษตร ดังนั้นเมื่อรวมกับ 7 มาตรการก่อนหน้า จะทำให้รัฐบาลมีวงเงินสำหรับการใช้จ่ายกระตุ้นเศรษฐกิจปีนี้อีก 393,773 ล้านบาท ซึ่งหากเร่งใช้ก้อนนี้ก็จะช่วยเศรษฐกิจได้พอควร ถ้ารัฐบาลจะมีมาตรการออกมาอีกก็คงไม่ได้ก้อนใหญ่มาก

“การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาสแรกของปี 2559 และประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจรอบใหม่ที่จะรายงานวันที่ 16 พ.ค.นี้ สศช.ต้องทบทวนกรณีที่เศรษฐกิจโลกกระทบส่งออกให้อาจจะต่ำกว่าเป้าหมาย ขณะที่ท่องเที่ยวเดิมให้ 7% แต่ตอนนี้ 15% ก็ดีกว่าที่คาดไว้ และจะได้มีการเพิ่มมาตรการภาครัฐบางรายการที่ออกมาใหม่ เช่นส่วนที่มาจากงบกลางปี 32,661 ล้านบาท ถ้าการดำเนินการชัดเจนขึ้นก็จะบวกเข้าไปในการประเมินครั้งใหม่” ปรเมธี กล่าว   

ปรเมธี กล่าวว่า ในขณะที่ประเทศไทยมีนโยบายสร้างความเข้มแข็งจากภายในโดยการกระตุ้นและการลงทุนจากภาครัฐ แต่ด้วยภาระหนี้สาธารณะของไทยที่ยังไม่สูงมากนัก ทำให้ไทยเหลือพื้นที่ทางการคลังที่จะดูแลเศรษฐกิจได้อีกมากเมื่อเทียบกับหลายประเทศ ส่วนการลงทุนของเอกชนยังคงต้องพึ่งการลงทุนของอุตสาหกรรมใหม่ที่รัฐบาลส่งเสริม รวมถึงเขตเศรษฐกิจพิเศษ เพราะการที่ส่งออกยังชะลอตัว ทำให้กลุ่มอุตสาหกรรมเก่าๆ ยังไม่เพิ่มกำลังการผลิต

เลขาธิการ สศช. ระบุว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมามีหลายปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจไทย จากเดิมที่ขยายตัวได้ที่ 5% และจากการประเมินล่าสุด สศช. ซึ่งได้ใช้ฐานจีดีพีใหม่เพิ่มใส่ปัจจัยข้อจำกัดต่างๆ เช่น การเข้าสู่สังคมสูงอายุ จำนวนแรงงานที่ลดลง พบว่าศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในระยะปานกลางอยู่ที่ 3.3-4.3% ค่ากลาง 3.8% แต่หากสามารถเพิ่มประสิทธิภาพได้ เศรษฐกิจไทยก็จะสามารถเติบโตได้สูงกว่าศักยภาพ

“ถ้าเศรษฐกิจไทยขยายตัว 3-4% ต่อเนื่อง จะสามารถหลุดจากประเทศที่มีรายได้ปานกลางไปสู่ประเทศรายได้สูงได้ในอีก 20 ปีข้างหน้า แต่ถ้าสามารถปลดล็อกเพิ่มศักยภาพประเทศ คือ เศรษฐกิจโตได้ 4-5% ไทยก็จะเข้าสู่ประเทศรายได้สูงได้ก่อน 20 ปี” ปรเมธี ประเมิน

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ