
ซีซีเอส แอดวานซ์เทค ผู้ผลิตชิ้นส่วนเครื่องบิน
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
จากเอกชนที่ผลิตโรงกลึงได้ก้าวสู่การผลิตชิ้นส่วนอากาศยานและเป็นบริษัทเดียวในไทย ที่สามารถผลิตได้สำเร็จ ภายใต้ทีมงานคนไทย การคิดค้นโดยคนไทย และเทคโนโลยีโดยประเทศ กับบริษัท ซี.ซี.เอส.แอดวานซ์เทค ซึ่งบริษัทประเมินว่าอุตสาหกรรมจะขยายตัวได้อีกมหาศาล ตามทิศทางการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินในโลก บุญเจริญ มโนบูรชัยเลิศ ประธานกรรมการ บริษัท ซี.ซี.เอส.แอดวานซ์ เทค เปิดเผยว่า บริษัทได้ทำธุรกิจการผลิตชิ้นส่วนอากาศยานมาประมาณ 13 ปีแล้ว โดยมีโรงงานอยู่ใน จ.นนทบุรี เริ่มจากการสนใจและอยากสร้างอุตสาหกรรมขั้นสูงที่มีเทคโนโลยีโดยบริษัทคนไทย จึงใช้ทีมงานวิศวกรคนไทยมาร่วมศึกษาและสามารถสร้างอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนอากาศยานที่มีศักยภาพได้สำเร็จจากทีมงานคนไทย และในปัจจุบันผลิตชิ้นส่วนอากาศยานได้มากกว่า 2 หมื่นชิ้น/เดือนแล้ว
จากที่ผ่านมาบริษัทเริ่มต้นทำธุรกิจ จากการเป็นโรงกลึงที่ทำต่อเนื่องมา 20 ปี ต่อมาจึงขยายสู่อุตสาหกรรมอากาศยานเป็นเวลา 13 ปีแล้ว ซึ่งการลงทุนเริ่มจากระดับน้อย 1-2 ล้านบาท ต่อเนื่องมาจนถึงการลงทุนสะสมหลายร้อยล้านบาท มีทีมงานในกลุ่มชิ้นส่วนอากาศยานกว่า 200 คน ส่วนพนักงานในองค์กรมีประมาณ 1,300 คน และการลงทุนต่อเนื่อง เพื่อต่อยอดและสร้างเทคโนโลยีใหม่ให้ดีที่สุด ที่สำคัญการผลิตจะต้องให้อยู่ภายใต้มาตรฐานของหน่วยงานสากลในต่างประเทศที่ให้การรับรองการผลิต ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะได้การรับรองการผลิต
“ทีมงานในองค์กรมีความสำคัญมาก กลุ่มที่ผลิตชิ้นส่วนอากาศยานจำเป็นต้องมีความเชี่ยวชาญภาษาอังกฤษในระดับสูง เพราะทุกอย่างใช้ภาษาอังกฤษทั้งหมด บุคลากรต้องมีความพร้อมและมีความรู้ในอุตสาหกรรมอากาศยานอย่างดี” บุญเจริญ กล่าว
กลุ่มลูกค้าหลักที่ผลิตมีทั้งให้กับบริษัทผลิตเครื่องบินแอร์บัสและโบอิ้ง เฮลิคอปเตอร์ รวมทั้งยังผลิตให้แก่ โรลส์-รอยซ์ และจีอี ด้วย โดยปัจจุบันบริษัทถือเป็น Tier2 ในอุตสาหกรรมอากาศยาน และในเดือนหน้า พ.ค.นี้ แอร์บัสจะเข้ามาตรวจสอบที่บริษัทอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ซึ่งมีแนวโน้มที่บริษัทจะได้รับการรับรอง ทำให้มีโอกาส ที่บริษัทจะก้าวสู่ Tier 1 ของอุตสาหกรรมอากาศยานได้ในเร็วๆ นี้ และเป็นบริษัทเดียวในประเทศไทยที่ทำได้สำเร็จ
“ผมทำธุรกิจโรงกลึงในช่วง 20 ปีก่อนหน้านี้ เพราะผมอยากทำในธุรกิจที่ไม่มีใครทำ อยากสร้างความแตกต่าง และทำไม่เหมือนใคร เพราะหากทำเหมือนกันหมด สุดท้ายทุกคนต้องแพ้อย่างแน่นอน จึงอยากทำธุรกิจโรงกลึง เป็นธุรกิจที่ทำยาก ต่อมาก็ขยายมาสู่อุตสาหกรรมอากาศยานที่ไม่มีใครทำในไทย เพราะอยากทำให้ทุกคนในโลกรู้ว่า คนไทยสามารถผลิตอุตสาหกรรมในระดับสูงได้” บุญเจริญ กล่าว
การผลิตที่ผ่านมามีการผลิตด้วยมาตรฐานในระดับสูง มีขั้นตอนการผลิตระดับโลก มีวินัยการผลิตที่ดี สามารถส่งสินค้าได้ตามที่ลูกค้ากำหนด ทำให้ลูกค้ามีความมั่นใจและเลือกสั่งซื้อสินค้า โดยในอุตสาหกรรมอากาศยานถือเป็นอุตสาหกรรมปิด เพราะผู้ประกอบการไม่สามารถที่จะเข้ามาในอุตสาหกรรมนี้ได้ง่ายๆ และบริษัทที่ผลิตเครื่องบินก็ไม่ได้ต้องการผู้ผลิตชิ้นส่วนจำนวนมาก ซึ่งบริษัทที่ผลิตเครื่องบินต้องการบริษัทที่ผลิตชิ้นส่วนได้มาตรฐาน และมีความปลอดภัย เพราะอุตสาหกรรมการบินความปลอดภัยเป็นสิ่งที่สำคัญสูงสุด เพื่อทำให้ลูกค้า ผู้โดยสารทุกคนมีความปลอดภัย
“การผลิตที่ผ่านมาลูกค้าจะไม่ได้เข้ามาบริษัทจนกว่าการผลิตจะได้คุณภาพ มีมาตรฐาน และต้องผลิตให้ได้รับใบรับรองของอุตสาหกรรม ที่ต้องไปขอจากสถาบันต่างประเทศที่ออกใบรับรองได้ และมีขั้นตอนการตรวจสอบหลายด้านมาก กว่าจะได้ใบรับรอง หลังจากนั้นเมื่อผลิตได้ลูกค้าจึงเริ่มรู้จัก บอกต่อกันจากการผลิตที่มีคุณภาพ” บุญเจริญ กล่าว
บุญเจริญ กล่าวต่อว่า บริษัทยังลงทุนต่อเนื่องเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมให้ดีที่สุด รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินที่จะขยายตัวสูงมากในอนาคต เพราะมีการประเมินว่าในอีก 20 ปีข้างหน้า ความต้องการเครื่องบินจะเพิ่มขึ้นอีก 3-4 หมื่นลำในทั่วโลก จากปัจจุบันมีเครื่องบิน 2 หมื่นลำในโลก ถือว่าเฉลี่ยในอนาคต ความต้องการเครื่องบินจะเพิ่มขึ้นปีละ 2,000 ลำ เดือนละ 165 ลำ หรือเฉลี่ยวันละ 5.5 ลำ ดังนั้น ตลาดจึงจะเติบโตอีกมหาศาล บริษัทจึงจะลงทุนเพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการบิน
ขณะเดียวกันตลอด 13 ปีที่ผ่านมา การลงทุนผลิตชิ้นส่วนในอุตสาหกรรมอากาศยานยังขาดทุนต่อเนื่องอยู่ เพราะต้องมีการลงทุนใหม่ทุกปี แต่บริษัทในเครือที่ทำโรงกลึงยังสามารถรองรับธุรกิจทั้งหมดได้อยู่ โดยสัดส่วนรายได้จากธุรกิจอากาศยานคิดเป็น 20-30% ของยอดขายรวมของบริษัท โดยในปีที่ผ่านมากลุ่มบริษัทมีรายได้รวมประมาณ 1,700 ล้านบาท และมีการขยายตัวที่ดีทุกปี อีกทั้งบริษัทได้รับการส่งเสริมจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) และกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.)
บุญเจริญ มั่นใจว่าในอนาคตบริษัทมีโอกาสขยายธุรกิจได้อีกมากกว่า 10 เท่า ในอีก 10 ปีข้างหน้า ตามการเติบโตของอุตสาหกรรมการบิน และนโยบายของบริษัทต้องการสร้างเทคโนโลยีที่ดีสุด สร้างสินค้าได้มาตรฐาน และมีทีมงานที่แข็งแกร่ง







