posttoday
หุ้นอาเซียนแรงK-AECกำไรพุ่ง

หุ้นอาเซียนแรงK-AECกำไรพุ่ง

12 เมษายน 2559

กสิกรไทยเตือนระวังแรงขายทำกำไร

กสิกรไทยเตือนระวังแรงขายทำกำไร

บลจ.กสิกรไทย ชี้ตลาดหุ้นอาเซียนขึ้นแรง หนุนกอง K-AEC เดือนเดียวผลตอบแทน 4.76% แนะระยะสั้นลงทุนระวัง

น.ส.ธิดาศิริ ศรีสมิต รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย เปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 28 มี.ค. 2559 ตลาดหุ้นภูมิภาคอาเซียนปรับตัวขึ้นดีกว่าภูมิภาคอื่น โดยเฉพาะตลาดหุ้นกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว โดยหุ้นไทยให้ผลตอบแทนสูงสุดในอาเซียนประมาณ 10% รองลงมา คือ ฟิลิปปินส์ 9.4% อินโดนีเซีย 4.8% และมาเลเซีย 3.6%

สำหรับปัจจัยสนับสนุนตลาดหุ้นอาเซียนมาจากกระแสเงินทุนไหลกลับเข้ามาในตลาดประเทศเกิดใหม่ตั้งแต่ช่วงเดือน ก.พ. รวมถึงภาพรวมผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในอาเซียนปรับตัวดีขึ้น โดยอินโดนีเซียตลาดมีการปรับตัวเลขคาดการณ์การเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนขึ้นประมาณ 5% เมื่อเทียบกับต้นปี ส่วนตลาดมาเลเซียและฟิลิปปินส์ปรับขึ้นประมาณ 0-1% ขณะที่ตลาดไทยมีการปรับตัวเลขคาดการณ์ลดลง 6%

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงหลักที่ต้องติดตาม คือ การทยอยประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของประเทศพัฒนาแล้ว โดยเฉพาะสหรัฐ หากดีขึ้นกว่าคาดอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดไป อาจส่งผลให้เงินทุนไหลกลับไปตลาดพัฒนาแล้ว นักลงทุนจึงควรระมัดระวังหากเข้าลงทุนในระยะสั้น

“คาดว่าในปีนี้ตลาดยังผันผวนต่อเนื่อง อีกทั้งราคาหุ้นในภูมิภาคอาเซียนตั้งแต่ต้นปีปรับตัวขึ้นค่อนข้างมาก ปัจจุบันจึงไม่ได้ถูกมากนัก จึงอาจมีแรงขายทำกำไรในระยะสั้น” น.ส.ธิดาศิริ กล่าว

ปัจจุบันกองทุนเปิดเค อาเซียน อีโคโนมิค คอมมูนิตี้ หุ้นทุน (K-AEC) มีนโยบายลงทุนตรงในหุ้นอาเซียน ซึ่งตั้งแต่จัดตั้งกองทุนวันที่ 24 ก.พ. 2559 ให้ผลตอบแทนย้อนหลัง 4.74% ขณะที่ย้อนหลัง 1 เดือนอยู่ที่ 4.76% ข้อมูล ณ วันที่ 31 มี.ค. 2559

ทั้งนี้ เบื้องต้นกองทุนจะลงทุนหุ้นไม่เกิน 30 ตัวใน 4 ประเทศหลัก ได้แก่ ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลพินิจผู้จัดการกองทุน

“ที่ผ่านมาบริษัทส่งทีมผู้จัดการกองทุนและนักวิเคราะห์ 17 คน เข้าไปศึกษาและวิเคราะห์หุ้นในกลุ่มอาเซียนมากว่า 2 ปี โดยวิเคราะห์หุ้นเชิงลึกรายตัวกว่า 150 หุ้น หรือกว่า 60% ของมูลค่าตลาดแต่ละประเทศ” น.ส.ธิดาศิริ กล่าว

ด้าน นายวิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.วรรณ กล่าวว่า บริษัทคาดว่าตลาดอาจผันผวนชั่วคราวจากปัจจัยต่างประเทศเป็นหลัก โดยเฉพาะความผันผวนของราคาน้ำมันดิบ แต่สภาพคล่องในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้นและท่าทีที่อ่อนลงของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดยังเป็นปัจจัยสนับสนุนตลาดหุ้นไทย

นอกจากนี้ กองทุนวรรณ อีควิตี้ฟันด์ (ONE-EC14) จะจ่ายเงินปันผลจากกำไรสุทธิของผลดำเนินงานวันที่ 1 พ.ย. 2558-31 มี.ค. 2559 ในอัตรา 0.185 บาท ปิดสมุดทะเบียนเพื่อรับเงินปันผลวันที่ 18 เม.ย. 2559 และจ่ายเงินวันที่ 29 เม.ย. 2559 ส่วนกองทุนเปิดไทยเด็กซ์เซ็ท 50 อีทีเอฟ (TDEX) จ่ายเงินปันผลจากกำไรสุทธิช่วงไตรมาสแรกปี 2559 อัตรา 0.342 บาท ปิดสมุดทะเบียนวันที่ 25 เม.ย. 2559 และจ่ายเงินวันที่ 10 พ.ค. 2559

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน