posttoday
ไทยฮาแตกไลน์นอกกลุ่มข้าว

ไทยฮาแตกไลน์นอกกลุ่มข้าว

04 สิงหาคม 2553

ภายใต้แนวอาหารเพื่อสุขภาพ ชี้กำไรดีกว่าลงทุนผลิต100ล.

โพสต์ทูเดย์ — ไทยฮา ปรับภาพพ่อค้าข้าว ก้าวสู่ธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพ ลงทุนกว่า 100 ล้าน ขยาย 2 โรงงานใหม่สร้างมูลค่าจากข้าว ดันสิ้นปีโต2,100 ล้านบาท

นายสมฤกษ์ ตั้งพิรุฬห์ธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยฮา ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคตราเกษตร เปิดเผยว่า ทิศทางการดำเนินธุรกิจนับจากนี้จะมุ่งให้ความสำคัญในการทำตลาดผลิตภัณฑ์แปรรูปจากวัตถุดิบทางการเกษตรประเภทต่างๆ มากขึ้น หรือกลุ่ม “นันไรซ์” อาทิ ผลิตภัณฑ์วุ้นเส้นกึ่งสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์โจ๊ก ผลิตภัณฑ์ ข้าวต้ม ภายใต้ตราสินค้าเกษตรมากขึ้น จากก่อนหน้านี้ธุรกิจหลักของบริษัทคือผลิตภัณฑ์ข้าวสารบรรจุถุงตราเกษตร ซึ่งการเข้าสู่ธุรกิจนันไรซ์จะทำให้บริษัทมีกำไรมากกว่า

ปัจจุบัน บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาพัฒนาสินค้าใหม่ๆ จากการแปรรูปวัตถุดิบกลุ่มข้าว อาทิ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากข้าว เป็นต้น คาดเปิดตัวพร้อมทำตลาดในปีหน้า ภายใต้ตราสินค้าเกษตร และอยู่ระหว่างพัฒนาสินค้านวัตกรรมอื่นๆ อีกหลายรายการ จากนโยบายดังกล่าวบริษัทได้เตรียมงบลงทุนเบื้องต้นกว่า 100 ล้านบาท แบ่งเป็น 4050 ล้านบาท สำหรับขยายกำลังการผลิตด้านเครื่องจักร และโรงงานใหม่ 2 แห่ง ที่ จ.นครปฐม และนครสวรรค์ และงบอีก 30 ล้านบาท ลงทุนทางด้านไอทีเพื่อรองรับระบบอีอาร์พี ที่จะเข้ามาช่วยบริหารจัดการธุรกิจได้ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

สำหรับงบอีกกว่า 4050 ล้านบาท สำหรับทำตลาดผลิตภัณฑ์ตราเกษตรต่อปี ล่าสุดบริษัทใช้งบกว่า 20.5 ล้านบาท สำหรับจัดกิจกรรมการตลาดและส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์วุ้นเส้นกึ่งสำเร็จรูปตราเกษตร พร้อมเปิดตัวรูปแบบใหม่บรรจุซอง 3 รสชาติ คือ รสต้มยำกุ้ง ยำวุ้นเส้นทะเล และสุกี้ โดยในช่วงแนะนำจำหน่ายสินค้าราคาซองละ 8 บาท เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคในตลาดผลิตภัณฑ์อาหารกึ่งสำเร็จรูปมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งรวมเส้นหมี่กึ่งสำเร็จรูป วุ้นเส้นกึ่งสำเร็จรูป และบะหมี่เหลืองกึ่งสำเร็จรูป

ตลาดวุ้นเส้นในปัจจุบันโดยรวมทั้งกลุ่มวุ้นเส้นประกอบอาหาร และวุ้นเส้นกึ่งสำเร็จรูป มีมูลค่ารวมประมาณ 3,000 ล้านบาท โดยวุ้นเส้นตราเกษตรมีอัตราเติบโตต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 4050% ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จากการที่สินค้าเข้าถึงผู้บริโภคและมีการจดจำแบรนด์ได้มากขึ้น โดยบริษัทวางเป้าหมายยอดขายสินค้าวุ้นเส้นตราเกษตรในปีนี้อยู่ที่ 20 ล้านถ้วย

จากนโยบายธุรกิจดังกล่าว บริษัทวางเป้าหมายในปี 2554 จะมีสัดส่วน ยอดขายจากกลุ่มสินค้าข้าวอยู่ที่ 60% และกลุ่มอาหารแปรรูป (นันไรซ์) สัดส่วน 40% จากในปีนี้คาดอยู่ที่ 65% และ 35% ตามลำดับ จากปัจจุบันบริษัทมียอดขายหลักจาก ข้าว 70% และกลุ่มอาหาร 30% เพื่อรองรับกระแสผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาสุขภาพมากขึ้น โดยสิ้นปีจะมียอดขายราว 2,100 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดขายในต่างประเทศสัดส่วน 60% และในประเทศ 40% จากปีที่ผ่านมาบริษัทมีรายได้ 1,830 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69