
ความท้าทายธุรกิจครอบครัว
บริษัทที่เป็นธุรกิจครอบครัวในเอเชียกำลังเผชิญความท้าทายในการส่งผ่านธุรกิจไปยังผู้บริหารรุ่นใหม่
โดย...กลุ่มธนาคารยูโอบี
บริษัทที่เป็นธุรกิจครอบครัวในเอเชียกำลังเผชิญความท้าทายในการส่งผ่านธุรกิจไปยังผู้บริหารรุ่นใหม่ อุปสรรคจากการเริ่มต้นธุรกิจและการทำธุรกิจในตลาดเดียว ซึ่งธุรกิจเหล่านี้ต้องปรับตัวให้มีความพร้อมเพื่อแสวงหาประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ในภูมิภาค
กลุ่มธนาคารยูโอบีได้ร่วมมือกับ Singapore Management University’s Business Families Institute สัมภาษณ์ผู้บริหารระดับสูงของธุรกิจครอบครัวจำนวน 192 รายจากประเทศจีน อินโดนีเซีย มาเลเซีย เมียนมา ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย ระหว่างเดือน พ.ย. 2557 และ ก.ค. 2558 เพื่อวิเคราะห์ความท้าทายของธุรกิจในการรองรับความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น
รายงานพบว่า การสรรหาบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถเพื่อมารับช่วงการบริหารต่อยังคงเป็นความท้าทายหลักต่อธุรกิจครอบครัวในเอเชีย
ธุรกิจครอบครัวในเอเชียส่วนใหญ่รับมือกับปัญหานี้โดยการว่าจ้างมืออาชีพเพื่อการบริหารงาน ตลอดจนใช้เทคโนโลยีและจัดโครงสร้างขององค์กรให้เอื้อต่อการพัฒนาบุคลากร โดยธุรกิจในประเทศจีนจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบบริหารจัดการ ลงทุนในไอที และการสรรหาที่ปรึกษาอิสระ การสรรหาบุคลากรมากกว่าประเทศอื่นๆ
ขณะที่ 4 ใน 5 ธุรกิจครอบครัวในเอเชียให้ความสำคัญสูงสุดต่อความซื่อสัตย์ และความน่าเชื่อถือ นอกเหนือไปจากความรู้ความสามารถของผู้บริหาร และมองว่าการมอบหมายงานด้วยความไว้ใจ การให้ความเคารพ และความยุติธรรมจะเป็นปัจจัยหลักในการดึงดูดมือดีให้มาร่วมงาน
ในประเทศไทย ธุรกิจครอบครัว 2 ใน 5 ระบุว่า การสรรหาบุคลากรเป็นความท้าทายอันดับหนึ่ง รองลงมาคือการพัฒนาระบบการบริหารจัดการ (ร้อยละ 31) แผนการบริหารสินทรัพย์ และแผนการพัฒนาธุรกิจในอนาคต (ร้อยละ 25) ความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในครอบครัวและผู้บริหารมืออาชีพ (ร้อยละ 13) ในขณะที่ไม่มีความกังวลในด้านของการสร้างแบรนด์และชื่อเสียงของธุรกิจ โดยให้ความสำคัญกับความไว้ใจเป็นหลักในการดึงมืออาชีพให้มาร่วมงาน รองลงมาคือความยุติธรรมและค่าตอบแทน
ธุรกิจครอบครัวในเอเชียส่วนใหญ่ถึง 3 ใน 4 รวมทั้งธุรกิจในประเทศไทยให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและความต่อเนื่องของธุรกิจเป็นหลัก ตามด้วยการพึ่งพาเงินทุนจากภายใน การริเริ่มธุรกิจใหม่ และการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่
อย่างไรก็ตาม ความรู้ที่ธุรกิจครอบครัวในเอเชียยังขาดอีกประการหนึ่งคือการบริหารความมั่งคั่งของธุรกิจให้ยั่งยืนด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การกระจายสินทรัพย์ การวางแผนลงทุน การบริหารภาษี และการวางแผนสืบทอดกิจการ โดยธุรกิจครอบครัวในประเทศไทยเพียงร้อยละ 6 เท่านั้นที่เชื่อว่ามีความรู้ในการบริหารความมั่งคั่งเพื่อส่งผ่านไปยังรุ่นต่อไป เทียบกับร้อยละ 8 ของบริษัทที่สำรวจทั้งหมด
สำหรับกลยุทธ์ในการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ ธุรกิจครอบครัวในเอเชียยังคงเน้นที่การส่งออกเป็นหลัก ตามด้วยการสร้างธุรกิจร่วมทุนในต่างประเทศและการตั้งบริษัทลูก ทั้งนี้ การให้สิทธิบัตรและการว่าจ้างให้ผลิตสินค้าเป็นทางเลือกที่ธุรกิจครอบครัวในเอเชียสนใจน้อย ส่วนการควบรวมกับธุรกิจในต่างประเทศไม่มีผู้สนใจเลย
การสำรวจนี้แสดงให้เห็นถึงความคิดที่ฝังรากลึกในธุรกิจครอบครัวในเอเชียในด้านการสรรหาพันธมิตรที่น่าไว้ใจ
ในการสร้างแผนการสืบทอดทางธุรกิจ ธุรกิจครอบครัวในเอเชียส่วนใหญ่จำนวนถึง 3 ใน 4 รายยังคงต้องการให้สมาชิกในครอบครัวรับช่วงการบริหารแทนที่จะเป็นนักบริหารมืออาชีพจากภายนอก และต้องการที่จะคงความเป็นเจ้าของในธุรกิจแม้จะส่งผ่านไปยังรุ่นต่อไป
ทั้งนี้ ธุรกิจครอบครัวในเอเชียตระหนักดีว่าจำเป็นต้องมีกลยุทธ์ในการส่งผ่านธุรกิจแต่เนิ่นๆ ครึ่งหนึ่งของผู้ที่ถูกสำรวจระบุว่าได้เตรียมแผนการสืบทอดธุรกิจ หรือกำลังเริ่มทำแผนสืบทอดทางธุรกิจ เนื่องจากการสืบทอดกิจการเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญของธุรกิจ และอาจต้องเตรียมตัวเป็น 10 ปีก่อนที่จะมีการส่งมอบธุรกิจได้อย่างจริงจัง
ครึ่งหนึ่งของผู้ถูกสัมภาษณ์เห็นว่าควรจะมีแผนการสืบทอดทางธุรกิจและการฝึกทักษะที่ชัดเจน และเป็นระบบ เพื่อจะได้สื่อสารระหว่างผู้บริหารในรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ ให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้สร้างทีมและสร้างความเคารพนับถือให้กับพนักงานในองค์กร หุ้นส่วนและคู่ค้าต่อไป







