posttoday
สมคิดเข็นไอซีทีปั้นสตาร์ทอัพ

สมคิดเข็นไอซีทีปั้นสตาร์ทอัพ

05 เมษายน 2559

“สมคิด”เร่งกระทรวงไอซีทีปั้นผลงานให้ทันงาน “ไทยแลนด์ สตาร์ทอัพ” เดือน พ.ค.นี้

“สมคิด”เร่งกระทรวงไอซีทีปั้นผลงานให้ทันงาน “ไทยแลนด์ สตาร์ทอัพ” เดือน พ.ค.นี้

เมื่อวันที่ 4 เม.ย.ที่ผ่านมา นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เข้าตรวจเยี่ยมกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) พร้อมประชุมร่วมกับนายอุตตม สาวนายน รมว.ไอซีที ตลอดจนผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง โดยนายสมคิดสั่งการให้กระทรวงไอซีทีเร่งรัดการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาอี-คอมเมิร์ซให้เกษตรกรเข้าถึงทุกหมู่บ้าน รวมทั้งโครงการสร้างเครือข่ายบ่มเพาะสตาร์ทอัพ

นายสมคิด เปิดเผยว่า ต้องการให้ไอซีทีปรับบทบาทของตัวเองใหม่ โดยต้องเป็นตัวหลักในการผสานกับหน่วยงานต่างๆ และสถาบันการศึกษา เพื่อสร้างกลุ่มผู้ประกอบการใหม่ (สตาร์ทอัพ) และให้ไปศึกษารูปแบบการส่งเสริมให้ 7.6 หมื่นหมู่บ้านทั่วประเทศรับรู้ เข้าใจและมีโอกาสเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้เร็วที่สุด หรือภายใน 1-2 ปีจากนี้ ผ่านเครือข่ายศูนย์บ่มเพาะสร้างอุตสาหกรรมดิจิทัล ขณะที่โครงการดังกล่าวจะเชื่อมโยงกับการพัฒนาเกษตรกรให้ค้าขายผ่านระบบอี-คอมเมิร์ซได้

“เป็นครั้งแรกที่รัฐบาลเทงบประมาณให้ไอซีทีมากถึง 2.3 หมื่นล้านบาท เมื่อเทงบให้มากขนาดนี้ก็อยากให้คิดและเอาจริงเอาจังและเห็นผลเร็ว ถ้าเริ่มเห็นผลทันมาแสดงในงานไทยแลนด์ สตาร์ทอัพ ที่จะมีขึ้นในเดือน พ.ค.นี้ ทัน ก็จะเป็นการดีมาก” นายสมคิด กล่าว

นายสมคิด ย้ำว่า เรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเรื่องสำคัญและมีผลต่อการพัฒนาระบบการศึกษาในอนาคตสูงมาก ถ้าเข้าใจจะรู้ว่าบทบาทของกระทรวงไอซีทีจากนี้ไปคืออะไร จะต้องทำอะไรต่อไป ถ้าทำได้ ระบบการศึกษาก็จะขยายไปได้ไกลขึ้น เพราะในอนาคตไอซีทีจะเป็นส่วนสำคัญในการเปลี่ยนบทบาทเศรษฐกิจของประเทศได้เลย

นายสมคิด กล่าวอีกว่า ตัวอย่างประเทศที่มีการให้ความสำคัญเกี่ยวกับการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศแล้วประสบความสำเร็จคือเกาหลีใต้ ที่เปลี่ยนโมเดลการพัฒนาประเทศใหม่ โดยการหันมาใช้นโยบายทำตัวใหญ่ให้เป็นตัวเล็ก ด้วยการให้บริษัทขนาดใหญ่ในประเทศสร้างผู้ประกอบการหน้าใหม่จากไอเดียคนรุ่นใหม่ที่มีอยู่ภายในองค์กร ส่งผลให้การพัฒนาระบบเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ไปได้ไกลและเร็วขึ้น คาดว่าอีกไม่เกิน 5 จะแซงญี่ปุ่นได้ หากไทยไม่เร่งเครื่องสุดท้ายก็จะตามไม่ทัน

อย่างไรก็ดี โมเดลการพัฒนาของเกาหลีใต้สอดคล้องและเหมาะสมที่จะนำมาประยุกต์ใช้กับไทย เพราะรัฐบาลชุดนี้มีการส่งเสริมอุตสาหกรรมใหม่ใน 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มอาหารและไบโอชีวภาพ กลุ่มการแพทย์และสุขภาพ กลุ่มเครื่องมือการสื่อสารและหุ่นยนต์ และกลุ่มดิจิทัลอีโคโนมี ซึ่งล้วนแต่เป็นธุรกิจที่ต้องใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการขับเคลื่อน

นายอุตตม กล่าวว่า การบ้านทั้งสองเรื่องที่นายสมคิดมอบให้นั้นสามารถทำได้ทันที ทั้งเรื่องการขยายโอกาสการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตให้เข้าถึงทุกหมู่บ้านเชื่อมกับโครงการพัฒนาเกษตรกรอัจฉริยะ (สมาร์ท ฟาร์มเมอร์) เพื่อส่งเสริมอาชีพและการสร้างรายได้ให้เกษตรกร และการส่งเสริมการลงทุนในกลุ่มสตาร์ทอัพมากขึ้น

ทั้งนี้ กระทรวงได้รับจัดสรรงบสำหรับการวางโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเข้าสู่หมู่บ้าน 2 หมื่นล้านบาท และได้รับการจัดสรรงบอีก 3,700 ล้านบาท ใช้ฝึกอบรมเกษตรกรในการค้าขายออนไลน์ ซึ่งจะมีการหารือกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) อีกครั้ง

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ