
เงินสั้นเข้าหุ้นจับตาค่าเงิน
ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย มองเงินนอกเข้าหุ้นไทยสั้นๆ แนะผู้ประกอบการให้ความสำคัญอัตราแลกผันผวน
ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย มองเงินนอกเข้าหุ้นไทยสั้นๆ แนะผู้ประกอบการให้ความสำคัญอัตราแลกผันผวน
นางวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยว่า ปัจจัยที่สนับสนุนดัชนีหุ้นไทยมากที่สุด คือ เงินทุนไหลเข้ามา โดยยืนยันว่าเป็นการเข้ามาระยะสั้นจึงมีความจำเป็นต้องดูแล รวมถึงผู้ประกอบการธุรกิจต้องให้ความสำคัญเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน เพราะมีความผันผวนได้
ทั้งสองทาง
สำหรับเศรษฐกิจไทยที่ยังฟื้นตัวไม่ชัดเจน ขณะนี้มีแนวโน้มทยอยปรับดีขึ้น แต่ยังมีความน่ากังวลในส่วนของรากหญ้า จะต้องมีนโยบายในการประคับประคองคนกลุ่มนี้ ในระหว่างรอการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลที่จะเริ่มมีผลต่อเศรษฐกิจในเดือน ส.ค. 2559
นายคเณศ วังส์ไพจิตร ผู้อำนวยการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนซึ่งสำรวจความเห็นจากกลุ่มนักลงทุนบุคคล สถาบันในประเทศ และสถาบันต่างประเทศ ที่มีต่อดัชนีใน 3 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ 96.14 อยู่ในกรอบทรงตัว โดยเพิ่มขึ้น 1.95% จากเดือนก่อนถือเป็นแนวโน้มที่ดี เพราะดัชนีเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 4 เดือนติดต่อกัน แต่สถาบันต่างประเทศเป็นกลุ่มเดียวที่มีความเชื่อมั่นลดลงอยู่ที่ 87.50 หรือลดลง 12.5% จากเดือนก่อน
ทั้งนี้ นักลงทุนต่างประเทศขายหุ้นทำกำไรในระยะสั้นออกมา หลังดัชนีความเชื่อมั่นของต่างประเทศในเดือน ก.พ. ดีดขึ้นสู่ระดับ 100 จากในเดือน ม.ค. ลงไปทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 10 สอดคล้องกับกระแสเงินทุนไหลเข้าในเดือน ก.พ. นักลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิราว 500 ล้านบาท และในเดือน มี.ค. ซื้อสุทธิต่อเนื่องอีกประมาณ 2.6 หมื่นล้านบาท โดยเป็นสถิติเดียวกับในอดีตที่กระแสเงินทุนต่างประเทศส่วนใหญ่จะไหลเข้ามาในเดือน ก.พ. โดยยังต้องรอติดตามกระแสเงินทุนไหลเข้าในเดือน เม.ย. จะเริ่มมีภาพที่ชัดเจนขึ้น
ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นของนักลงทุนบุคคลอยู่ที่ 98.20 เพิ่มขึ้น 3.96% และดัชนีความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันในประเทศอยู่ที่ 96.53 เพิ่ม 12.62%
นายคเณศ กล่าวว่า ปัจจัยบวกที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นมากที่สุด คือ การไหลเข้าของเงินทุนต่างประเทศ ส่วนปัจจัยลบที่มีอิทธิพลและฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุด คือ เศรษฐกิจในประเทศที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่และไม่ชัดเจน ส่วนกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความน่าสนใจมากที่สุด อันดับ 1 รับเหมาก่อสร้าง เพราะมีปัจจัยบวกจากโครงการลงทุนที่รัฐบาลสนับสนุน อันดับ 2 ธนาคารพาณิชย์และอันดับ 3 ท่องเที่ยว สำหรับกลุ่มที่ไม่น่าสนใจมากที่สุด อันดับ 1 กลุ่มเหล็ก อันดับ 2 แฟชั่น และอันดับ 3 เทคโนโลยีสารสนเทศ
อย่างไรก็ดี ปัจจัยพื้นฐานโดยรวมโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศไทยยังคงแข็งแกร่ง จึงได้รับผลกระทบจากความผันผวนของตลาดเงินไม่รุนแรงหากเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค นอกจากนี้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลมีส่วนสำคัญที่ช่วยพยุงความเชื่อมั่นของนักลงทุนในขณะนี้
ด้านตลาดหุ้นไทย วันที่ 4 เม.ย. ดัชนีแกว่งตัวช่วงแคบๆ ก่อนปิดที่ระดับ 1,400.27 ติดลบ 0.45 จุด มูลค่าการซื้อขายปานกลาง 36,057 ล้านบาท ด้านนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 927 ล้านบาท ส่วนนักลงทุนในประเทศทุกกลุ่มมียอดซื้อสุทธิ สำหรับหุ้นเข้าใหม่ในปีนี้ ยังคงได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง เช่น บริษัท เจตาแบค (GTB) ราคาปิดที่ 1.77 บาท เพิ่มขึ้น 0.09 บาท หรือ 5.36% ท่ามกลางมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น 263 ล้านบาท และล่าสุดทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์โกลเด้นเวนเจอร์ (GVREIT) เข้าซื้อขายวันแรก ปิดที่จุดสูงสุดของวัน 14.50 บาท แจกกำไรคนจองซื้อที่ 10 บาท ถึง 45%







