
ดัชนีความเชื่อมั่นเอสเอ็มอีเดือนมิ.ย.เพิ่ม 49.3 จาก 42.0
ดัชนีความเชื่อมั่นเอสเอ็มอีเดือนมิ.ย.เพิ่ม 49.3 จาก 42.0 โดยธุรกิจค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภค ร้านค้าปลีกสมัยใหม่ และบริการท่องเที่ยว มีค่าดัชนีเพิ่มขึ้นสูงที่สุด
ดัชนีความเชื่อมั่นเอสเอ็มอีเดือนมิ.ย.เพิ่ม 49.3 จาก 42.0 โดยธุรกิจค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภค ร้านค้าปลีกสมัยใหม่ และบริการท่องเที่ยว มีค่าดัชนีเพิ่มขึ้นสูงที่สุด
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการภาคการค้าและบริการของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ประจำเดือนมิ.ย. 2553 พบว่า ดัชนีรวมภาคการค้าและบริการเพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 49.3 จากระดับ 42.0 ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นในทุกภาคธุรกิจ โดยภาคการค้าส่งค่าดัชนีอยู่ที่ 47.9 จาก 41.6 ภาคการค้าปลีกดัชนีอยู่ที่ระดับ 49.8 จาก 44.1 และภาคบริการ 49.1 จาก 39.7 เช่นเดียวกับความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจประเทศและธุรกิจตนเองที่ค่าดัชนีเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 49.3 และ 47.1 จากระดับ 16.8 และ 30.5
สำหรับปัจจัยสำคัญที่ทำให้ดัชนีเดือนมิ.ย. มีค่าดัชนีเพิ่มขึ้นสูง เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองเริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดี ส่งผลให้รัฐบาลประกาศยกเลิกเคอร์ฟิวในหลายพื้นที่ ขณะที่ภาวะเศรษฐกิจในประเทศมีสัญญาณฟื้นตัวค่อนข้างชัดเจน ทั้งจากการส่งออกที่ขยายตัว 46.3% โครงการลงทุนตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งมีเม็ดเงินเข้ามาหมุนเวียนในระบบมากขึ้น รวมทั้งราคาสินค้าเกษตรปรับตัวดีขึ้นโดยเฉพาะข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน เป็นต้น
ทั้งนี้ หากแยกเป็นประเภทกิจการ พบว่า ภาคการค้าส่ง กิจการค้าส่งสินค้าอุปโภค/บริโภค ค่าดัชนีเพิ่มขึ้นมากที่สุดอยู่ที่ 48.8 จากระดับ 41.6 เพิ่มขึ้น 7.2 ภาคการค้าปลีก กิจการร้านค้าปลีกสมัยใหม่ ค่าดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นมากที่สุดอยู่ที่ 49.8 จากระดับ 42.9 เพิ่มขึ้น 6.9
ภาคบริการ กิจการในกลุ่มบริการท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง มีค่าดัชนีเพิ่มขึ้นสูงสุด โดยบริการท่องเที่ยว ค่าดัชนีเพิ่มขึ้นมากที่สุดเมื่อเทียบกับทุกประเภทธุรกิจที่ทำการสำรวจ ซึ่งอยู่ที่ 49.5 จากระดับ 30.1 เพิ่มขึ้น 19.4 รองลงมาคือร้านอาหาร/ภัตตาคาร ค่าดัชนีเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 47.9 จากระดับ 35.8 เพิ่มขึ้น 12.1 และโรงแรม/เกสต์เฮ้าส์/บังกะโล ค่าดัชนีเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 47.0 จากระดับ 36.8 เพิ่มขึ้น 10.2
ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า รวมภาคการค้าและบริการ ค่าดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 50.2 จากระดับ 51.6 เพิ่มขึ้น 1.4 และเป็นการเพิ่มขึ้นทุกภาคธุรกิจโดยภาคการค้าส่ง ภาคการค้าปลีก และภาคบริการ ค่าดัชนีเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 50.0 51.8 และ 51.8 จากระดับ 49.6 50.9 และ 49.6 ตามลำดับ เช่นเดียวกับความเชื่อมั่นต่อธุรกิจตนเองที่ค่าดัชนีเพิ่มขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ 51.6 จากระดับ 51.3 เพิ่มขึ้น 0.3 ส่วนความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจประเทศ ค่าดัชนีลดลงอยู่ที่ 56.3 จากระดับ 57.5 ลดลง 1.2
“ปัจจัยที่ผู้ประกอบการเชื่อว่าจะมีผลกระทบต่อการประกอบธุรกิจ ยังคงเป็นเรื่องของสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง ความกังวลต่อสถานการณ์ด้านต้นทุน อันเนื่องมาจากระดับราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งสถานการณ์ภัยแล้งที่ส่งผลกระทบผ่านทางผลผลิตทางการเกษตรที่ออกสู่ตลาดลดลงมาก ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ประกอบการมีรายได้ลดลง”นายยุทธศักดิ์ กล่าว







