
ซาโลร่าบุกทั่วอาเซียน
ซาโลร่า ผุดคลังสินค้ามาเลเซียรับแผนเปิดตลาดใหม่ ชูแพลตฟอร์มดิจิทัล ดันรายได้ 5,600 ล้านบาท
ซาโลร่า ผุดคลังสินค้ามาเลเซียรับแผนเปิดตลาดใหม่ ชูแพลตฟอร์มดิจิทัล ดันรายได้ 5,600 ล้านบาท
นายอลิ เอ. แฟนซี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซาโลร่า (ประเทศไทย) ผู้ดำเนินธุรกิจช็อปปิ้งออนไลน์ซาโลร่า เปิดเผยว่า ได้วางแผนธุรกิจเดินหน้าลงทุนด้านการจัดการ ขนส่งสินค้า ขยายตลาดสู่หัวเมืองและต่างจังหวัดในเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ พร้อมลงทุนสร้างคลังสินค้าที่มาเลเซีย เพื่อรองรับกับการเติบโตตลาดในเอเชีย พร้อมทั้งเปิดตลาดใหม่ 6 ประเทศ จากเดิมทำธุรกิจ 8 ประเทศ อาทิ อินโดนีเซีย และไทย
ทั้งนี้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นตลาดที่มีศักยภาพเติบโตอีกมาก โดยในปีที่ผ่านมาลูกค้าสั่งซื้อสินค้ามากขึ้น 7 เท่าจากวันธรรมดา อีกทั้งยังมีผู้ใช้สมาร์ทโฟนมากกว่า 1,000 ล้านคน และคาดการณ์ว่าจะเพิ่มอีก 50% ในปี 2562 ทำให้บริษัทมุ่งเน้นแพลตฟอร์มดิจิทัล สำหรับในไทยเดินหน้าเชื่อมต่อออฟไลน์และออนไลน์ จับมือร่วมกับนิตยสารแฟชั่นมาดาม ฟิกาโร และเฮอร์ แนะนำสินค้าแฟชั่นนิสต้าให้ทันกับแฟชั่นระดับโลก
นอกจากนี้ ยังเพิ่มความหลากหลายของแบรนด์ จากที่มีอยู่ 6,000 แบรนด์ ราว 8 หมื่นรายการ โดยดึงแบรนด์ดังจากเอเชียของกลุ่มไมเนอร์ กรุ๊ป มาจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ อาทิ เอสปรี แก๊ป พร้อมเสริมขาธุรกิจสินค้าเพื่อความงามและกีฬา เพราะช่วง 2 ปีที่ผ่านมาตลาดเติบโตมากกว่า 2 เท่าตัว โดยยูนิลีเวอร์ได้นำผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมโทนี่ แอนด์ กาย เข้ามาจำหน่าย ส่วนเทรซาเม่กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการ
สำหรับแนวโน้มธุรกิจอี-คอมเมิร์ซไทยในปี 2561 มูลค่าเพิ่มมากกว่า 1.7 แสนล้านบาท โต 26% จากปี 2556 มีมูลค่า 4.4 หมื่นล้านบาท สำหรับรายได้รวมของบริษัททั้งหมด 8 ประเทศ ในช่วง 9 เดือน ราว 5,600 ล้านบาท โต 94% โดยอินโดนีเซียสร้างรายได้อันดับ 1 ส่วนไทยสร้างรายได้อันดับ 5 ใกล้เคียงกับเวียดนาม







