
พรบ.ฮั้วฟันแจสฯไม่ได้
เลขาฯ กสทช.ชี้ พ.ร.บ.ฮั้วประมูลฟันแจสฯ ไม่ได้ เพราะกรณีคลื่น 900 MHz รัฐเป็นฝ่ายขายของ ไม่ได้ซื้อของ
เลขาฯ กสทช.ชี้ พ.ร.บ.ฮั้วประมูลฟันแจสฯ ไม่ได้ เพราะกรณีคลื่น 900 MHz รัฐเป็นฝ่ายขายของ ไม่ได้ซื้อของ
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า คณะทำงานพิจารณาความรับผิดกรณีบริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการดำเนินการก่อนรับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ 900 MHz มีกำหนดประชุมนัดแรกในวันศุกร์ที่ 1 เม.ย.นี้
อย่างไรก็ตาม โดยส่วนตัวเห็นว่าคงไม่สามารถนำ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 (พ.ร.บ.ฮั้วประมูล) มาใช้เอาผิดในกรณีประมูลคลื่น 900 MHz ได้ เนื่องจาก พ.ร.บ.ฮั้วประมูล เป็นกรณีที่รัฐเป็นผู้ซื้อทรัพย์สินจากเอกชน แต่ในกรณีการประมูลคลื่น 900 MHz เป็นเสมือนรัฐขายทรัพย์สิน (สิทธิในการใช้คลื่นความถี่) ให้กับเอกชนดังนั้นจึงคนละความหมายกันและไม่น่าจะนำมาบังคับใช้ในกรณีนี้ได้
อย่างไรก็ตาม กสทช.ยังสามารถใช้ข้อ 5.1 ของหนังสือยินยอมที่บริษัท แจสฯ เซ็นตกลงก่อนเข้าร่วมประมูล โดยข้อ 5.1 ระบุว่า ในกรณีที่มีการกระทำหรือละเว้นการกระทำที่เป็นการฝ่าฝืนข้อกำหนดตามหนังสือยินยอมฉบับนี้ คณะกรรมการสงวนสิทธิในการพิจารณาตัดสิทธิการเข้าร่วมประมูล ริบหลักประกันในการประมูล หรือให้รับผิดชดใช้ค่าเสียหายหรือค่าใช้จ่ายในการดำเนินการให้ใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ 900 MHz โดยการประมูลดังกล่าว ตลอดจนค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นหากต้องมีการจัดประมูลคลื่นความถี่ใหม่เต็มจำนวน
“ตรงนี้ตีความได้ว่า ตลอดจนค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น ที่จะมีความเสียหายเกิดขึ้น เราตีความตรงนี้ก็พอ ไม่ต้องไปยุ่งกับ พ.ร.บ.ฮั้วประมูล” นายฐากร กล่าว
ทั้งนี้ ตามมาตรา 8 วรรคแรก พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 ระบุว่า ผู้ใดโดยทุจริตทำการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐโดยรู้ว่าราคาที่เสนอนั้นต่ำมากเกินกว่าปกติจนเห็นได้ชัดว่าไม่เป็นไปตามลักษณะสินค้าหรือบริการ หรือเสนอผลประโยชน์ตอบแทนให้แก่หน่วยงานของรัฐสูงกว่าความเป็นจริงตามสิทธิที่จะได้รับ โดยมีวัตถุประสงค์เป็นการกีดกันการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมและการกระทำเช่นว่านั้น เป็นเหตุให้ไม่สามารถปฏิบัติให้ถูกต้องตามสัญญาได้ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 3 ปี และปรับร้อยละ 50 ของจำนวนเงินที่มีการเสนอราคา หรือของจำนวนเงินที่มีการทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า
สำหรับคณะทำงานพิจารณาความรับผิดกรณีบริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการดำเนินการก่อนรับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ 900 MHz มีทั้งสิ้น 12 คน โดยมี นายฐากร เลขาธิการ กสทช. เป็นที่ปรึกษา นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต สำนักงานอัยการสูงสุด เป็นหัวหน้าคณะทำงาน
นอกจากนี้ ยังมีผู้แทนกระทรวงการคลัง สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รองเลขาฯ กสทช.สายงานกิจการโทรคมนาคม รองเลขาฯ กสทช.สายงานกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ เป็นคณะทำงาน ตลอดจนผู้อำนวยการสำนักกฎหมายโทรคมนาคมเป็นเลขานุการ น.ส.พรพักตร์ สถิตเวโรจน์ น.ส.ณัฐสุดา อัคราวัฒนา และ น.ส.บัณฑิตา สัตตะพันธ์คีรี เป็นผู้ช่วยเลขานุการ







