
กรุยทางถกเอฟทีเอไทย-อียู
อียูเสนอไทยฟื้นหารือเอฟทีเอระดับเจ้าหน้าที่ ก่อนเจรจาอย่างเป็นทางการภายหลังไทยในการเลือกตั้งปี 2560
อียูเสนอไทยฟื้นหารือเอฟทีเอระดับเจ้าหน้าที่ ก่อนเจรจาอย่างเป็นทางการภายหลังไทยในการเลือกตั้งปี 2560
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้หารือกับนายเดวิด มาร์ติน สมาชิกสภาสหภาพยุโรป (อียู) ในฐานะสมาชิกคณะกรรมการด้านการค้าระหว่างประเทศ คณะกรรมการย่อยด้านสิทธิ
มนุษยชน และคณะผู้แทนด้านความสัมพันธ์กับประเทศอาเซียนภายใต้รัฐสภายุโรป ซึ่งได้มีการหยิบยกประเด็นการเจรจาข้อตกลงเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ไทย-อียู เนื่องจากทางอียูเห็นว่าโรดแมปการเลือกตั้งของไทยมีความชัดเจนมากขึ้น และร่างรัฐธรรมนูญก็ออกมาให้เห็นแล้ว อีกทั้งไทยจะเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งได้ภายในปี 2560
“ทั้งสองฝ่ายเห็นว่าควรจะมีการเจรจาเอฟทีเอในระดับเจ้าหน้าที่ระหว่างทั้งสองฝ่าย เพื่อการเตรียมความพร้อมในการเจรจาอย่างเป็นทางการในอนาคต เพราะเขาเห็นว่าโรดแมปไทยมีความชัดเจนมากขึ้น ขณะที่ท่าทีของภาคเอกชนอียูก็พร้อมสนับสนุนให้มีการจัดทำเอฟทีเอระหว่างกัน ตอนนี้จึงอยู่ที่ฝ่ายการเมืองว่าจะพิจารณาหรือไม่เท่านั้น แต่ก็ควรมีการเตรียมความพร้อมไว้ก่อน โดยทางตัวแทนรัฐสภาอียูจะนำเรื่องดังกล่าวกลับไปหารือ เพื่อเตรียมกระบวนการในการเจรจาระดับเจ้าหน้าที่ต่อไป” นางอภิรดี กล่าว
นางอภิรดี กล่าวว่า การเจรจาเอฟทีเอไทย-อียู น่าจะเริ่มต้นกระบวนการได้ก่อนเปิดการประชุมเอฟทีเอระหว่างอาเซียน-อียู เนื่องจากทางอียูมีนโยบายที่จะเจรจาเอฟทีเอเป็นรายประเทศในกลุ่มอาเซียนก่อน และเมื่อได้จำนวนประเทศที่เข้ากระบวนการเจรจาเอฟทีเอกับอียูมากพอ จึงจะเริ่มเจรจาเอฟทีเออาเซียน-อียู
“ขณะนี้มีประเทศสมาชิกอาเซียนที่ทำเอฟทีเอกับอียูแล้ว คือ สิงคโปร์และเวียดนาม ส่วนอินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทย เป็นประเทศที่อียูสนใจทำเอฟทีเอด้วย และก่อนหน้านี้ไทยได้เริ่มต้นกระบวนการเจรจาแล้ว แต่ต้องหยุดชะงักไว้ก่อน เพราะคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารประเทศ” นางอภิรดี กล่าว
นอกจากนี้ นางอภิรดียังได้หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาประมงผิดกฎหมาย (ไอยูยู) โดยไทยยืนยันว่าได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาด้านสังคมที่มีความเชื่อมโยงกับการใช้แรงงานผิดกฎหมายและการค้ามนุษย์ โดยถือเป็นวาระแห่งชาติ โดยมีความก้าวหน้าการดำเนินการในเรื่องต่างๆ อย่างมาก
“การหารือครั้งนี้เป็นโอกาสอันดีที่ได้ชี้แจงสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองไทย ที่ผ่านมาสหภาพยุโรปได้รับข่าวสารส่วนใหญ่ในเชิงลบจากสื่อยุโรป หลังจากที่นายเดวิดได้รับทราบและเข้าใจถึงสถานการณ์ทางการเมืองไทยอย่างถูกต้องมากขึ้น ก็สามารถเป็นกระบอกเสียงให้กับไทยในรัฐสภายุโรปได้ และจะส่งผลดีต่อความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจของทั้งสองฝ่ายในอนาคต” นางอภิรดี กล่าว







