posttoday
สุเทพตอบโจทย์ "หาน้ำเพื่ออนาคต"

สุเทพตอบโจทย์ "หาน้ำเพื่ออนาคต"

28 มีนาคม 2559

"เขื่อนแม่วงก์ ยังไงกรมก็ไม่ทิ้ง เราคาดหวังมาก เพราะจะช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ จ.อุทัยธานี และนครสวรรค์ได้"

โดย...สิทธิณี ห่วงนาค

แม้ว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะสั่งล้มโครงการลงทุนน้ำ 3.5 แสนล้านบาทของรัฐบาลชุดก่อนไปแล้ว แต่การลงทุนระบบบริหารจัดการน้ำยังคงเป็นนโยบายสำคัญที่ คสช.และรัฐบาลเดินหน้าต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 3 ก.ค. 2557 หัวหน้า คสช.ลงนามคำสั่งตั้งคณะกรรมการกำหนดนโยบายและการบริหารจัดการน้ำที่มี พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ซึ่งปัจจุบันเป็น รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน

ต่อมาคณะกรรมการชุดดังกล่าวส่งแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการน้ำ ระยะเวลา 12 ปี (2558-2569) และแผนลงทุนน้ำระยะเร่งด่วนปี 2558-2559 ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบเมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2558 ก่อนจะส่งไม้ต่อให้คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เป็นผู้ขับเคลื่อนโครงการ

“คสช.ให้การบ้านกรมชลประทานไปตรวจสอบว่า ก่อนที่ คสช.จะเข้ามา 22 พ.ค. 2557 มีแหล่งน้ำและปริมาณน้ำเท่าไหร่ และหลังจาก คสช.เข้ามาจนถึงปัจจุบันมีแหล่งน้ำเพิ่มขึ้นเท่าไร ซึ่งพบว่าในช่วงที่ คสช.เข้ามาเกือบ 2 ปี สามารถเพิ่มพื้นที่ชลประทานได้ 6.8 แสนไร่ เพิ่มน้ำกว่า 347 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) และหากทำตามแผน 12 ปี หรือภายในปี 2569 จะเพิ่มพื้นที่ชลประทานได้อีก 8.7 ล้านไร่ เพิ่มน้ำได้เป็น 9,500 ล้าน ลบ.ม. หรือเท่าเขื่อนสิริกิติ์ 1 เขื่อน” สุเทพ น้อยไพโรจน์ อธิบดีกรมชลประทาน ให้สัมภาษณ์ “โพสต์ทูเดย์”

สุเทพ ยอมรับว่า สาเหตุที่ทำให้การเพิ่มพื้นที่ชลประทานตามแผนระยะสั้นในช่วงปี 2558-2559 ต่ำกว่าเป้าหมาย 2 ล้านไร่ และเพิ่มปริมาณน้ำ 1,100 ล้าน ลบ.ม.นั้น เนื่องจากมีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณ ขณะที่การก่อสร้างบางโครงการเดินหน้าไม่ได้ เช่น เขื่อนแม่วงก์ เพราะประชาชนบางส่วนไม่เห็นด้วย และบางโครงการยังก่อสร้างไม่ได้ เช่น อ่างเก็บน้ำแม่แตง ที่จะผันน้ำมาเติมเขื่อนแม่กวงอุดมธาราและเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล เนื่องจากกรมป่าไม้และกรมอุทยานยังไม่ได้อนุญาตให้ใช้พื้นที่

“เขื่อนแม่วงก์ ยังไงกรมก็ไม่ทิ้ง เราคาดหวังมาก เพราะจะช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ จ.อุทัยธานี และนครสวรรค์ได้ และที่ผ่านมาเราได้ศึกษาทางเลือกไว้หมดแล้ว ซึ่งพบว่าถ้าไม่มีเขื่อน แล้วขุดบ่อ สร้างสระ สร้างฝาย ก็แทนกันไม่ได้ เพราะอ่างที่เล็กและตื้นน้ำจะแห้งไปหมด ไม่เหมือนเขื่อนที่กักน้ำได้ จึงขอให้เทียบกันว่าอันไหนคุ้มกว่ากัน”

สำหรับแผนลงทุนระบบน้ำระยะกลาง (พ.ศ.2560-2564) สุเทพ บอกว่า แผนระยะนี้ตั้งเป้าเพิ่มพื้นที่ชลประทานให้ได้อีก 4.5 ล้านไร่ เพิ่มปริมาณน้ำ 2,700 ล้าน ลบ.ม. ส่วนแผนลงทุนระยะที่เหลือ (พ.ศ. 2565-2569) ตั้งเป้าจะเพิ่มพื้นที่ชลประทานอีก 2.1 ล้านไร่ เพิ่มปริมาณน้ำ 5,600 ล้าน ลบ.ม. แต่ทั้งนี้ ต้องขึ้นอยู่กับรัฐบาลด้วยว่าจะจัดสรรงบให้มากน้อยเพียงใด และประชาชนคัดค้านหรือไม่

สุเทพ กล่าวว่า ขณะนี้กรมได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้ศึกษาแนวทางการผันน้ำจากแม่น้ำนานาชาติมาเติมน้ำต้นทุนในประเทศ เช่น โครงการผันน้ำสาละวินมาเติมเขื่อนภูมิพล ซึ่งกรมได้ศึกษาไว้ 2 แนวทาง ทั้งการดึงน้ำจากแม่น้ำยวมฝั่งไทยเติมน้ำในเขื่อนภูมิพล และการดึงน้ำโดยสร้างเส้นทางน้ำเชื่อมจากแม่น้ำสาละวินมาเติมในเขื่อน แต่กรณีนี้ต้องไปหารือกับประเทศเมียนมาก่อน

“เป้าหมายของเราคือเพิ่มน้ำ 2,000-3,000 ล้าน ลบ.ม./ปี หากทำได้ แม่น้ำปิง แม่น้ำเจ้าพระยาจะมีความมั่งคงด้านน้ำมากขึ้น ซึ่งขณะนี้เรากำลังเสนอของบจาก ครม. 90 ล้านบาท เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการเพิ่มเติมจากผลศึกษาเดิมที่กระทรวงพลังงานทำไว้ คาดว่าจะใช้เวลาศึกษา 1 ปี”

ขณะที่โครงการผันน้ำโขง-เลย-ชี-มูล สุเทพ ระบุว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่มีความสำคัญ หากทำสำเร็จจะช่วยเติมน้ำให้พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและพื้นที่พื้นชลประทานได้ 20 ล้านไร่ แต่ต้องให้รัฐบาลตัดสินใจว่าจะทำหรือไม่ และกรมเตรียมเสนอเรื่องให้ คสช.และ ครม.พิจารณาจัดสรรงบเพื่อศึกษาโครงการนี้เช่นกัน

“อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีอยู่ตอนนี้ส่วนใหญ่พัฒนามาตั้งแต่ 30 ปีที่แล้ว มีเพียงเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เพียงเขื่อนเดียวที่พัฒนาเมื่อ 10 ปีแล้ว หลังจากนั้นไม่มีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่เลย ขณะที่ในอนาคตความต้องการใช้น้ำเพิ่มขึ้นจากทุกกิจกรรมที่เพิ่มขึ้น เกษตร อุตสาหกรรม และบริการ เช่น การท่องเที่ยว โจทย์สำคัญที่ต้องคิดคือจะทำอย่างไรที่จะเพิ่มพื้นที่ชลประทานให้ได้เป็น 60 ล้านไร่ จากปัจจุบันที่มีพื้นที่ชลประทานเพียง 30 ล้านไร่ จากพื้นที่เกษตรกรรมทั้งหมด 130 ล้านไร่”สุเทพ ทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ