
ดึงตำรวจจับน้ำมันเถื่อน
พ่วงสกัดขนก๊าซขายชายแดน
‘พลังงาน’อ้างเจ้าหน้าที่ไม่พอโพสต์ทูเดย์
— โยนตำรวจจับน้ำมันเถื่อน ช่วยสกัดลอบขนแอลพีจีชายแดน หลังพบตัวเลขการทำผิดยังไม่ลดลงนายพีระพล สาครินทร์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มอบอำนาจตรวจสอบและจับกุมผู้กระทำผิดลักลอบปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิง และการลักลอบขนถ่ายก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากเดิมเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่พลังงานจังหวัดอย่างเดียว เนื่องจากต้องการให้การจับกุมมีความคล่องตัว และลงโทษกับผู้กระทำผิดให้เร็วขึ้น
ที่ผ่านมา การลงพื้นที่จับกุมการปลอมปนน้ำมันจะใช้เจ้าหน้าที่ของกรมธุรกิจพลังงานผ่านพลังงานจังหวัดซึ่งมีอยู่เพียง 300 คนทั่วประเทศ ทำให้การปฏิบัติหน้าที่ไม่ทั่วถึงและล่าช้า ส่งผลต่อสถิติการปลอมปนน้ำมันที่ยังมีต่อเนื่อง ไม่ได้ลดลง
ขณะที่ปัญหาการลักลอบขนแอลพีจีขายตามชายแดนนั้น ได้ประสานไปยังผู้ค้าก๊าซให้ช่วยตรวจสอบโรงบรรจุก๊าซที่อยู่ในบริเวณจังหวัดชายแดนว่ามีปริมาณการใช้ก๊าซที่สูงผิดปกติหรือไม่ โดยให้เทียบกับจำนวนประชากรในพื้นที่ หากเห็นว่ามีปริมาณที่สูงผิดปกติให้แจ้งมายังพลังงานจังหวัดเพื่อเข้าตรวจสอบทันที
นายพีระพล กล่าวว่า จากการประเมินในภาพรวมพบว่าการปลอมปนน้ำมันในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพิ่มสูงขึ้น ส่วนใหญ่เป็นการนำเบนซินปนแก๊สโซฮอล์และเมทานอลมาจำหน่าย เนื่องจากเมทานอลมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 12 บาทต่อลิตร ทำให้ลดต้นทุนราคาน้ำมันลงได้ โดยจะนำมาจำหน่ายเป็นน้ำมันเบนซินปกติ
ขณะเดียวกันก็นำน้ำมัน บี5 มาจำหน่ายเป็นดีเซลปกติที่มีราคาสูงกว่า แม้ที่ผ่านมาจะมีการปรับโครงสร้างสีชนิดของน้ำมันเพื่อให้เกิดความแตกต่างกันชัดเจนแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีความพยายามในการกระทำผิดอยู่
สรุปสถิติการกระทำผิดในเดือน ก.ค. 2553 ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมตัวเลข เบื้องต้นมีการทำผิดเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนเท่าตัวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
สำหรับสถิติการกระทำผิดในเดือน มิ.ย. 2553 จากการตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงจำนวน 775 ราย 1,326 ตัวอย่าง ในภาคใต้ ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก พบสถานีบริการที่จำหน่ายน้ำมันที่มีลักษณะและคุณภาพไม่เป็นไปตามที่กรมธุรกิจพลังงานประกาศกำหนดจำนวนทั้งสิ้น 8 ราย 8 ตัวอย่าง
ด้านบทลงโทษสำหรับผู้กระทำความผิดตามกฎหมาย กรณีจำหน่ายหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายน้ำมันคุณภาพต่ำ หรือไม่ได้รับความเห็นชอบจากกรมธุรกิจพลังงาน ระวัง โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และกรณีปลอมปนน้ำมัน มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 3 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 48 และ 49 ของ พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543







