
ลดผูกขาดแบงก์รัฐ
เมียนมายกเลิกผูกขาดธนาคาร อนุญาตรัฐวิสาหกิจเปิดบัญชีสกุลเงินต่างชาติกับธนาคารพาณิชย์ได้
เมียนมายกเลิกผูกขาดธนาคาร อนุญาตรัฐวิสาหกิจเปิดบัญชีสกุลเงินต่างชาติกับธนาคารพาณิชย์ได้
ฝ่ายกำกับนโยบายการเงิน ธนาคารกลางเมียนมา ออกมาตรการอนุญาตให้รัฐวิสาหกิจสามารถเปิดบัญชีสกุลเงินต่างประเทศกับธนาคารพาณิชย์อื่นๆได้
ธนาคารกลางเมียนมาออกแถลงเมื่อวันที่ 22 มี.ค.ที่ผ่านมา ว่าทางการได้ให้ใบอนุญาตธนาคารพาณิชย์ในเมียนมาอย่างน้อย 15 แห่ง ให้เปิดบัญชีสกุลเงินต่างชาติให้กับรัฐวิสาหกิจได้ จากเดิมที่รัฐวิสาหกิจเปิดบัญชีสกุลเงินต่างชาติกับธนาคารของรัฐได้เพียง 4 แห่งเท่านั้น
นายวิน ทอ ผู้อำนวยการทั่วไปและหัวหน้าฝ่ายบริหารอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกลางเมียนมา เปิดเผยว่า นอกจากนี้มาตรการดังกล่าว ยังอนุญาตให้รัฐวิสาหกิจที่ทำธุรกิจร่วมทุนกับต่างชาติ สามารถเปิดบัญชีสกุลเงินตราต่างประเทศกับธนาคารสัญชาติอื่นๆ ที่มีสาขาในเมียนมาได้ จากเดิมที่การทำธุรกรรมของธุรกิจร่วมทุนจะถูกจำกัดอยู่กับธนาคารของรัฐเท่านั้น
ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวเป็นไปเพื่อกระตุ้นการแข่งขันในอุตสาหกรรมธนาคาร โดยเปิดโอกาสให้รัฐวิสาหกิจและบริษัทร่วมทุนมีทางเลือกมากขึ้น รวมทั้งทำให้การตรวจสอบบัญชีของรัฐวิสาหกิจมีความโปร่งใสมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมธนาคาร ให้ธนาคารของรัฐและธนาคารเอกชนมีความเท่าเทียมทางการแข่งขันกันในระยะยาว
ก่อนหน้านี้ มีธนาคารของรัฐเพียง 2 แห่ง คือ ธนาคารเพื่อการค้าต่างประเทศเมียนมา (เอ็มเอฟทีบี) และธนาคารเพื่อการค้าและการลงทุนเมียนมา (เอ็มไอซีบี) ที่มีใบอนุญาตจัดการสกุลเงินต่างประเทศได้และทำธุรกรรมทางการเงินกับบริษัทต่างชาติใหญ่ๆ ได้ ทำให้มีทางเลือกจำกัดในการเปิดบัญชีสกุลเงินต่างประเทศ ต่อมาทางการได้ออกใบอนุญาตให้ธนาคารเอกชนสามารถจัดการสกุลเงินต่างประเทศได้ครั้งแรกเมื่อปี 2555 แต่บรรดาธนาคารเหล่านี้ยังไม่สามารถครอบครองส่วนแบ่งทางการตลาดได้ เนื่องจากเสียเปรียบจากกฎระเบียบที่เอื้อประโยชน์ให้กับสถาบันการเงินของรัฐบาลมากกว่า
เจ้าหน้าที่ธนาคารกลาง ระบุว่า ได้วางแผนระยะยาวเพื่อให้ธนาคารในเมียนมาสามารถให้บริการในรูปแบบเดียวกันได้ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน ซึ่งจะทำให้บริษัทต่างๆ สามารถเปลี่ยนไปใช้บริการผู้ให้สินเชื่อภาคเอกชนได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ธนาคารกลางยังคงกำกับดูแลการเคลื่อนย้ายเงินทุนระหว่างรัฐวิสาหกิจและธนาคารเอกชนอย่างระมัดระวัง







