posttoday
ภัทรมองหุ้นขึ้นยาก จ้องหั่นเป้ากำไรบจ.

ภัทรมองหุ้นขึ้นยาก จ้องหั่นเป้ากำไรบจ.

24 มีนาคม 2559

ภัทรจับตาแก้รัฐธรรมนูญ ส่วนทิสโก้ชี้ต่างชาติสนหุ้น 5 กลุ่ม จ่ายปันผลสูง บจ.มีเงินสดในมือ 9 แสนล้าน

ภัทรจับตาแก้รัฐธรรมนูญ ส่วนทิสโก้ชี้ต่างชาติสนหุ้น 5 กลุ่ม จ่ายปันผลสูง บจ.มีเงินสดในมือ 9 แสนล้าน

นายศุภวุฒิ สายเชื้อ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ภัทร กล่าวในงานสัมมนา “มองไทยรอบทิศ คิดลงทุน ปี 2559” ว่าหลังธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับลดประมาณการการเติบโตของเศรษฐกิจปี 2559  ลงเหลือ 3.1% จากเดิมที่ 3.5% ฝ่ายวิจัยรอสิ้นไตรมาสแรกหลังมีข้อมูลต่างๆ ชัดเจน เตรียมทบทวนปรับลดประมาณการเศรษฐกิจลงจากเดิมที่ทำไว้ 3.2% และกำไรของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ลงด้วย ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันให้ตลาดหุ้นขึ้นได้ยากจากระดับปัจจุบัน

ทั้งนี้ เศรษฐกิจเติบโตน้อยลงจากผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ฟื้นตัว มีผลต่อภาคการส่งออกรวมถึงราคาสินค้าโภคภัณฑ์และสินค้าเกษตรที่ยังตกต่ำ ปัญหาเศรษฐกิจจีนและปัญหาภัยแล้งด้วย ขณะที่การลงทุนของโครงสร้างพื้นฐานส่งผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะยาวไม่มาก เพราะเป็นโครงการที่มีผลตอบแทนการลงทุนที่ต่ำ

“ปัจจัยการเมืองเป็นความเสี่ยงหนึ่งที่จะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ เป็นปัจจัยสำคัญที่นักธุรกิจที่ลงทุนระยะยาวในไทยให้ความสำคัญ ส่วนเหตุระเบิดที่เบลเยียมคงกระทบการท่องเที่ยวไทยไม่มาก” นายศุภวุฒิ กล่าว

สำหรับกลุ่มธุรกิจที่มีความกังวล คือ กลุ่มธนาคารพาณิชย์ เพราะหนี้เสีย (แอลพีแอล) มีความเสี่ยงเพิ่มสูงขึ้นโดยเฉพาะจากลูกค้าเอสเอ็มอี ขณะที่ความสามารถในการสร้างกำไรยังมีน้อยจากความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ

สำหรับแนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายคาดว่าจะคงไว้ที่ระดับ 1.5% ไปถึงสิ้นปี 2559 เพราะเอื้อต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ แต่ดอกเบี้ยระยะยาวเช่นพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ในปี 2560 มีโอกาสเพิ่มขึ้นถึงระดับ 3% จากปัจจุบันที่ 1.9% จากความต้องการเงินลงทุนของรัฐบาลที่เพิ่มขึ้นมูลค่ารวมราว 3-4 แสนล้านบาท

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ทิสโก้  กล่าวว่า ฝ่ายวิจัยปรับลดการขยายตัวของเศรษฐกิจลงเหลือ 2.7% ส่วนกำไรของ บจ.จะโตประมาณ 7-9% ยังมีความเป็นไปได้ และคาดว่าเงินทุนระยะสั้นมีโอกาสเข้ามาได้อีกมาก แต่จะเข้ามาต่อเนื่องอีกหรือไม่ขึ้นกับการขยายตัวเศรษฐกิจและการผ่านร่างรัฐธรรมนูญ

อย่างไรก็ตาม เป้าหมายดัชนีหุ้นปีนี้ให้ไว้ไม่เกิน 1,500 จุด ส่วนความเสี่ยงที่จะลดลงไม่มากอยู่ที่ประมาณ 1,350 จุด  ต่างชาติจะให้ความสำคัญกับอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลมากขึ้น ปัจจุบัน บจ.มีเงินสดในมือประมาณ 9 แสนล้านบาท หากไม่มีการลงทุนเพิ่ม จะนำออกมาจ่ายให้กับผู้ถือหุ้นมากขึ้น โดยมี 5 กลุ่มที่มีโอกาสให้ผลตอบแทนสูงเฉลี่ยประมาณ 4% ได้แก่ ธนาคารพาณิชย์  วัสดุก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์ และปิโตรเคมี รวมถึงสื่อสารอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลถึง 6-7%

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน