
รถยนต์ไร้สัญญาณบวก ครึ่งปีแรกยังไม่ฟื้นตัว
สถานการณ์ตลาดรถยนต์ที่กำลังข้ามผ่านจากไตรมาสแรกสู่ไตรมาส 2 ของปี 2559 ซึ่งในช่วง 2 เดือนแรก (ม.ค.-ก.พ.) ยอดขายประจำเดือนของตลาดรถยนต์ในประเทศไทยอยู่ในระดับ 5-5.7 หมื่นคัน ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนราว 10% โดยปัจจัยหลักมาจากการปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่กระตุ้นการตัดสินใจซื้อก่อนการปรับภาษี จึงดึงกำลังซื้อไปไว้ในช่วงปลายปีก่อนล่วงหน้า
สถานการณ์ตลาดรถยนต์ที่กำลังข้ามผ่านจากไตรมาสแรกสู่ไตรมาส 2 ของปี 2559 ซึ่งในช่วง 2 เดือนแรก (ม.ค.-ก.พ.) ยอดขายประจำเดือนของตลาดรถยนต์ในประเทศไทยอยู่ในระดับ 5-5.7 หมื่นคัน ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนราว 10% โดยปัจจัยหลักมาจากการปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่กระตุ้นการตัดสินใจซื้อก่อนการปรับภาษี จึงดึงกำลังซื้อไปไว้ในช่วงปลายปีก่อนล่วงหน้า
“โพสต์ทูเดย์” จึงได้รวบรวมความคิดเห็นต่อการประเมินสถานการณ์และทิศทางตลาดในช่วงไตรมาส 2/2559 ของเหล่าบริษัทผู้ผลิตในอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย โดยเฉพาะการคาดการณ์แนวโน้มตลาดหลังจากนี้
ธนวัฒน์ คุ้มสิน นายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย กล่าวว่า สถานการณ์ตลาดเริ่มเห็นสัญญาณบวกของการเข้าสู่ไตรมาส 2 ของปี แต่อย่างไรก็ตามต้องรอให้สถานการณ์ทางการเมืองนิ่งก่อน ซึ่งปัจจัยบวกทางด้านอื่นๆ ของเศรษฐกิจยังไม่ชัดเจน
“ตลาดรถยนต์ในประเทศกำลังรอสัญญาณของภาครัฐให้ชัดเจนก่อน ซึ่งมองว่าภาครัฐอาจต้องมีการดำเนินการร่วมกับภาคเอกชนเพื่อให้ขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้าได้” ธนวัฒน์ กล่าว
ฮิโรชิ นาคางาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ กล่าวว่า ตลาดรถยนต์ 2 เดือนแรกเป็นไปตามคาดการณ์ โดยมีอัตราหดตัวลงราว 10% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากรถยนต์นั่งและรถยนต์อเนกประสงค์ที่ถูกดึงกำลังซื้อไปไว้ล่วงหน้าในช่วงปลายปีที่ผ่านมา
ทั้งนี้ มองว่าทั้งปีภาพรวมตลาดรถยนต์ในประเทศจะอยู่ที่ระดับ 7.2-7.3 แสนคัน หรือลดลง 10% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่อยู่ที่ 7.99 แสนคัน โดยคาดการณ์ว่าไตรมาส 2 ที่จะถึงนี้จะชะลอตัวลงกว่าไตรมาสแรก เนื่องจากเริ่มเข้าสู่ช่วงโลว์ซีซั่นของการขายรถยนต์จากช่วงวันหยุดยาวและการใช้เงินเพื่อเปิดเทอม
“ปีนี้เป็นปีที่คาดหวังลำบากของอุตสาหกรรมยานยนต์ หวังว่าในปีหน้าจะดีขึ้น” นาคางาวะ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ตลาดที่มีความอิ่มตัวสูงของปีที่ผ่านมาคือตลาดรถอีโคคาร์ และจะแย่ลงอีกในปีนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากสถานการณ์เศรษฐกิจ และกำลังซื้อของตลาดกระทบกับทุกตลาด เช่นเดียวกับตลาดรถกระบะที่ได้รับผลกระทบแต่น้อยกว่าตลาดอื่นๆ
ด้าน วัลลภ ตรีฤกษ์งาม ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า 2 เดือนแรก ตลาดรวมชะลอตัวตามคาดการณ์ ซึ่งมียอดขายรวมของตลาดอยู่ในระดับ 5 หมื่นคัน/เดือน และมองว่าตั้งแต่เดือน มี.ค.เป็นต้นไป จะเห็นตัวเลขยอดขายรวมของตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 6-7 หมื่นคัน อย่างไรก็ตามยังคงไม่กลับไปแตะระดับ 1 แสนคันได้เหมือนในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากปัจจัยภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวส่งผลระยะยาว
นอกจากนี้ การแข่งขันของตลาดและโปรโมชั่นจะยังคงมีความรุนแรงต่อเนื่อง เพราะต้องการดึงกำลังซื้อของตลาดให้กลับมาได้ รวมถึงมองว่ารัฐบาลควรสร้างบรรยากาศการใช้จ่ายด้วยการกระตุ้นเศรษฐกิจ อาทิ การสนับสนุนการใช้จ่ายในช่วงสงกรานต์จะเป็นปัจจัยที่สนับสนุนให้เงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเหมือนเช่นในช่วงปลายปีที่ผ่านมา
สำหรับปัจจัยลบที่มีต่อตลาดรถยนต์ปีนี้คือ ความเข้มงวดของสถาบันการเงินยังไม่ผ่อนผันความเข้มงวด แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีการปรับคุณภาพหนี้เสียให้อยู่ในระดับดีขึ้นแล้วก็ตาม โดยหากต้องการให้ตลาดเติบโตขึ้นนั้น ทุกภาคส่วนต้องขับเคลื่อนไปพร้อมกัน
“เชื่อว่าสถานการณ์ตลาดปัจจุบันนี้การใช้โปรโมชั่นอาจไม่ได้เป็นตัวขับเคลื่อนยอดขายได้เพียงอย่างเดียว การช่วยเหลือให้ผู้บริโภคสามารถเป็นเจ้าของได้จึงจะเป็นการปิดยอดขายได้” วัลลภ กล่าว
ขณะที่ภาพรวมตลาดในปีนี้จะอยู่ที่ 7.7-7.8 แสนคัน จากปีก่อนอยู่ที่ 7.99 แสนคัน ซึ่งเชื่อว่าจะลดลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เนื่องจากปีที่ผ่านมาผู้บริโภคชะลอการตัดสินใจเป็นเจ้าของ และจะเริ่มเห็นผลในช่วงเดือน ก.ค.เป็นต้นไป
มาที่ค่ายนิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) โดย ประพัฒน์ เชยชม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโสการตลาดและการขาย กล่าวว่า ไตรมาส 1/2559 ยังคงชะลอตัวและคาดการณ์ยากอยู่ ส่วนหนึ่งมาจากภัยแล้งที่ไม่เคยเกิดขึ้นรุนแรงเช่นในปีนี้ ส่วนผลของนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมาจะยังไม่เห็นผลภายในไตรมาส 2 และอาจจะเห็นผลของการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงไตรมาส 3-4/2559 โดยคาดว่าภาพรวมตลาดปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 7.3 แสนคัน
ยุคนธร วิเศษโกสิน กรรมการผู้จัดการฟอร์ด ประเทศไทย กล่าวว่า ไตรมาส 2 ยังไม่เห็นสัญญาณการฟื้นตัว เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจและกำลังซื้อยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ ขณะที่ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของประเทศไทยต้องขับเคลื่อนไปพร้อมกัน 4 ด้านด้วยกัน ได้แก่ 1.ด้านการส่งออก 2.ด้านการท่องเที่ยว 3.ด้านการใช้จ่ายผู้บริโภค และ 4.ด้านการใช้จ่ายของภาครัฐ
ขณะเดียวกันพบว่าภาคการส่งออกในปัจจุบันยังไม่มีทิศทางการฟื้นตัวที่ชัดเจน ภาคการท่องเที่ยวยังไม่โดดเด่นเช่นเดียวกับภาคการใช้จ่ายของผู้บริโภค ส่วนภาคการส่งออกยังมองเห็นทิศทางการลงทุนของภาครัฐ แต่ยังไม่เห็นผลในระยะสั้นนี้
ธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย กล่าวว่า เดือน ม.ค.-ก.พ. ภาพรวมตลาดลดลงราว 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมองว่าเดือน มี.ค. มีแนวโน้มดีขึ้นจากงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ช่วยกระตุ้นให้เดือน เม.ย.-พ.ค. ดีขึ้น โดยครึ่งปีแรกคาดว่าจะปิดตัวเลขแบบติดลบแต่น้อยลง และในช่วงครึ่งปีหลังจะฟื้นตัวกลับสู่สภาวะปกติ โดยคาดว่าตลาดรถยนต์ปีนี้จะเท่ากับปีก่อนที่ 7.9 แสนคัน
ปิดท้ายกันที่ พงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองประธานกรรมการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ไตรมาส 1/2559 และ 2 เดือนแรก ลดลงราว 13% เพราะถูกดึงกำลังซื้อไปล่วงหน้า คาดว่าจะสิ้นสุดผลกระทบของการดึงกำลังซื้อไปล่วงหน้าในช่วงไตรมาสแรกนี้ ขณะที่ไตรมาส 2 คาดว่าจะชะลอตัวใกล้เคียงกับปีก่อน และหลังจากนี้จะเริ่มกระเตื้องขึ้นบ้าง
“อยากให้รัฐบาลช่วยสนับสนุนให้เกิดการใช้จ่ายในประเทศ ด้วยการใช้มาตรการสนับสนุนการท่องเที่ยวทางรถยนต์ต้อนรับช่วงปิดเทอม ซึ่งจะช่วยให้เกิดการใช้จ่ายได้มากขึ้น ส่งผลให้เม็ดเงินไหลเวียนเข้าสู่ระบบทุกภาคส่วน และจะเป็นปัจจัยที่ส่งผลดีต่อเนื่องมายังอุตสาหกรรมรถยนต์” พงษ์ศักดิ์ กล่าว
เมื่อมองภาพรวมแล้ว สัญญาณบวกควรเริ่มเห็นชัดเจนตั้งแต่ปี 2558 แต่ถูกการปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ดึงกำลังซื้อไปไว้ล่วงหน้า ส่งผลให้ชะลอตัวลงไป ส่วนปีนี้ภาพรวมตลาดน่าจะอยู่ในระดับทรงตัวเทียบเท่ากับปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 7.99 แสนคัน เพราะการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่เข้าสู่ตลาดจะช่วยพยุงให้ยอดขายของตลาดไม่ลดลงไปจากปีก่อน
การที่สถาบันการเงิน (ไฟแนนซ์) ยังมีความเข้มงวดอยู่ ส่งผลต่อยอดขายของตลาด ขณะที่กลุ่มคนมีกำลังซื้อยังคงไม่มีผลกระทบดังกล่าว รวมถึงเชื่อว่าการแข่งขันด้านโปรโมชั่นจะยังคงรุนแรงอยู่แต่ไม่เท่ากับปีที่ผ่านมา โดยบริษัทวางแผนการผลิตช่วยให้สต๊อกสินค้าไม่ล้นตลาดเหมือนปีที่ผ่านมา







