posttoday
THAI ดีเดย์แผนแก้ขาดทุน เม.ย.

THAI ดีเดย์แผนแก้ขาดทุน เม.ย.

21 มีนาคม 2559

บริษัท การบินไทย (THAI) ขาดทุนมาตลอดตามการขึ้นลงของค่าเงิน

โดย...ประลองยุทธ ผงงอย

บริษัท การบินไทย (THAI) ขาดทุนมาตลอดตามการขึ้นลงของค่าเงิน จนกระทั่งล่าสุดได้ผู้นำด้านการเงินคนใหม่เข้ามาจัดโครงสร้างงบดุลเพื่อแก้โจทย์ผลประกอบการนี้ให้อยู่หมัด ณรงค์ชัย ว่องธนะวิโมกษ์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายการเงินและบัญชี THAI ให้สัมภาษณ์ว่า เตรียมเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) พิจารณาแผนปรับประสิทธิภาพการจัดการทางด้านการเงินและบัญชี ในเดือน เม.ย. 2559 นี้ และจะดำเนินการตามแผนเสร็จภายในสิ้นปีนี้

งบดุลของบริษัทฝั่งซ้ายจะเป็นสินทรัพย์หลักคือเครื่องบินลงรายการบัญชีเป็นเงินบาท แต่การซื้อเครื่องบินลงรายการเป็นเงินเหรียญสหรัฐ ดังนั้นหากค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นในวันที่ขายหรือตีมูลค่าบริษัทจะขาดทุน

ฝั่งขวาของงบดุลคือบัญชีเงินกู้สถาบันการเงินที่มีอยู่ 2 แสนล้านบาท 70% เป็นหนี้สกุลต่างประเทศ สกุลหลักคือสกุลยูโร ซึ่งทุกการเปลี่ยนแปลง 1 บาท จะมีผลต่อกำไรหรือขาดทุนค่าเงินของบริษัท 2,500 ล้านบาท ในปี 2557 บริษัทมีกำไรจากค่าเงิน 1.2 หมื่นล้านบาท ปี 2558 กำไรค่าเงิน 3,000 ล้านบาท

แนวทางในการแก้ปัญหาให้เกิดการป้องกันความเสี่ยงโดยธรรมชาติ ทำให้มีผลขาดทุนค่าเงินลดลง ทำได้ 2 แบบ คือ แบบแรก ตีมูลค่าสินทรัพย์ลงบัญชีเครื่องบินเป็นสกุลเหรียญสหรัฐ ซึ่งตามมาตรฐานบัญชีทำได้ยาก แบบที่สอง การทำสวอปค่าเงินของฝั่งรายการหนี้หรือทรัพย์ซึ่งมีโอกาสทำได้ง่ายกว่า

นอกจากนั้นจะบริหารเงินด้วยการทำประกันความเสี่ยงกำไรและขาดทุนจากค่าเงินโดยการซื้อสัญญาฟอร์เวิร์ดล่วงหน้ากับธนาคารพาณิชย์ การบินไทยมีรายได้เข้ามาที่บริษัทถึง 60 สกุล ขณะที่ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่เป็นสกุลเหรียญสหรัฐเป็นหลักในครึ่งแรกปี 2558 ถึง 55% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด และเกือบทั้งหมดเป็นค่าใช้จ่ายน้ำมัน ทำให้รายได้และรายจ่ายจับคู่กันไม่ลงตัว ส่วนค่าใช้จ่ายยูโรประมาณ 4% ซึ่งไม่จับคู่พอดีกับค่าใช้จ่ายที่เป็นยูโรคิดเป็นส่วนต่าง 1 หมื่นล้านบาท เมื่อเงินบาทอ่อนค่า บริษัทจะมีค่าใช้จ่ายสูง

บริษัทจะประกันความเสี่ยงของกระแสเงินสด เพื่อให้มีเงินสกุลต่างประเทศในมือสามารถนำไปชำระหนี้โดยลดผลกระทบจากการแปลงค่าเงิน ทั้งนี้มาตรฐานการบัญชีใหม่ IFRS9 ที่ไทยจะเริ่มใช้ในปี 2562 จะช่วยลดผลกระทบจากค่าเงินเพราะบริษัทจะประยุกต์ใช้ได้บริหารจัดการได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยจะเริ่มทยอยใช้ก่อนในปี 2560

บริษัทจะรวมบัญชีเงินฝากให้เหลือประมาณ 40-50 บัญชี เพราะบริษัทมีธุรกิจอยู่ประมาณ 60 ประเทศ จากบัญชีเงินฝาก 325 บัญชีทั่วโลก โดยมีแผนจะตั้งศูนย์บริหารเงินที่ประเทศสิงคโปร์ เพื่อรวมเงินสดและบริหารจัดการเงินสดทั้งหมดที่มีกระจายอยู่ในหลายๆ บัญชีทั่วโลกจะมารวมเป็นเงินก้อนใหญ่ที่ศูนย์กลางเดียวเพื่อเพิ่มอำนาจการต่อรองกับธนาคารเจรจาต่อรองได้อัตราเงินเบี้ยเงินฝากที่ดีขึ้น รวมถึงใช้เพื่อบริหารจัดการธุรกรรมรายได้และค่าใช้จ่ายของของธุรกิจที่มีทั่วโลก

“นวัตกรรมทางด้านการเงินของโลกเปลี่ยนแปลงไปรวดเร็วมาก แต่บริษัทปรับตัวตามได้ช้ากว่า”

ในปีนี้หากมีกำไรได้ตามแผนที่วางไว้จะนำเสนอต่อบอร์ดให้จ่ายเงินปันผล จากที่หยุดจ่ายเงินปันผลไปเพราะขาดทุน

แม้ปัจจุบันบริษัทยังมีผลการขาดทุนสะสมที่บริษัทมีอยู่ประมาณ 1.9 หมื่นล้านบาท แต่บริษัทยังไม่มีแนวคิดเข้าไปจัดการในเรื่องนี้ โดยการขาดทุนสะสมมีข้อดีคือหากสามารถทำกำไรก็จะได้รับการยกเว้นภาษี

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ