posttoday
มิตซูฯชูคุ้มค่า-ราคาเดียว สร้างการแข่งขันเท่าเทียม

มิตซูฯชูคุ้มค่า-ราคาเดียว สร้างการแข่งขันเท่าเทียม

15 มีนาคม 2559

การแข่งขันในตลาดรถยนต์ปี 2559 นี้ ดูเหมือนจะยากเย็นเสียเหลือเกิน

โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์

การแข่งขันในตลาดรถยนต์ปี 2559 นี้ ดูเหมือนจะยากเย็นเสียเหลือเกิน จนต้องหาจุดเด่นในการชูกลยุทธ์ทางการตลาดด้านใดด้านหนึ่งเพื่อเป็นธงสำคัญที่จะนำพาบริษัทให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัว

โมะริคาซุ ชกคิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) กล่าวว่า กลยุทธ์หนึ่งในปีนี้ คือ การให้ความคุ้มค่าแก่ผู้บริโภคที่มากที่สุด ด้วยการนำเสนอออปชั่นที่มากที่สุด เมื่อเทียบกับคู่แข่งระดับเดียวกันในตลาด พร้อมกันนี้ยังรวมถึงความคุ้มค่าด้านการใช้งาน อาทิ ความประหยัด ความสะดวกสบาย เป็นต้น

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการป้องกันการสับสนของลูกค้าที่เปรียบเทียบความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ อย่างเช่น ในรุ่น มิตซูบิชิ ไทรทัน ที่ลดจำนวนรุ่นย่อยลงเหลือ 16 รุ่น จากเดิมที่มีจำนวน 24 รุ่น พร้อมปรับโฉมผลิตภัณฑ์ในแต่ละรุ่นย่อยให้มีความแตกต่างอย่างชัดเจน ช่วยให้ลูกค้าเลือกตัดสินใจและเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น

ทั้งนี้ ยังปรับโครงสร้างราคาขายให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทุกผู้แทนจำหน่าย (ดีลเลอร์) ทั่วประเทศ ซึ่งจะเกิดประโยชน์ในการที่สถาบันการเงิน (ไฟแนนซ์) ไม่สับสนในการอนุมัติสินเชื่อจากราคาขายที่แตกต่างของแต่ละดีลเลอร์ ส่งผลให้อัตราการผ่านสินเชื่อมีเยอะขึ้น

อย่างไรก็ตาม การปรับโครงสร้างดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังการเปิดตัว มิตซูบิชิ ปาเจโร่ สปอร์ต ในช่วงปลายปี 2558 และได้ทำการศึกษาตลาดมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งได้ข้อสรุปในเรื่องดังกล่าว ที่ไม่ว่าลูกค้าจะซื้อรถยนต์กับดีลเลอร์รายไหนในประเทศไทยก็จะได้ส่วนลดที่ไม่แตกต่างกัน ส่งผลให้ลูกค้าจะได้ข้อเสนอที่ดีที่สุดเท่ากัน

“เราได้ปรับราคาขายส่งกับราคาขายปลีกให้ไม่แตกต่างกันมากนัก ช่วยหยุดเรื่องสงครามการตัดราคาของแต่ละดีลเลอร์ไม่ว่าจะเป็นรายเล็กหรือรายใหญ่ก็สามารถแข่งขันทางธุรกิจได้อย่างเท่าเทียม สำหรับอีกเรื่องหนึ่งที่จะได้ประโยชน์จากการปรับโครงสร้างราคาเดียวคือ ราคาขายในแต่ละรุ่นเมื่อเป็นรถยนต์มือสองที่จะไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก”

ชกคิ กล่าวว่า การปรับโครงสร้างราคาจะนำมาใช้ในทุกรุ่นของบริษัทที่เปิดตัวในปี 2559 เป็นต้นไป ซึ่งการกำหนดราคาในลักษณะนี้เป็นสิ่งสำคัญกับความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์ที่มีต่อไฟแนนซ์ เนื่องจากที่ผ่านมาดีลเลอร์มีการแข่งขันด้วยการนำส่วนลดมาแปลงเป็นเงินดาวน์ ซึ่งอาจก่อให้เกิดหนี้เสียต่อมาภายหลัง จึงเห็นว่าการปรับโครงสร้างราคาเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย

สำหรับกลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ในปีนี้ บริษัทได้โฟกัสใน 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ รถอีโคคาร์ รถกระบะ และรถกระบะดัดแปลง (พีพีวี) ซึ่งตลาดรถกระบะถือเป็นตลาดใหญ่ที่มีสัดส่วนราวครึ่งหนึ่งของตลาดรถยนต์ในประเทศไทย ในขณะที่อีกตลาดรถพีพีวี เป็นตลาดที่ได้รับความนิยมตอบรับจากผู้บริโภคและมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ในปีนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายมีส่วนแบ่งทางการตลาดเติบโตขึ้นเป็น 9% จากปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 8% หรือจำนวน 59,820 คัน ซึ่งปัจจัยในปีนี้อยู่ที่นโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล อาทิ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน การสนับสนุนผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) รวมถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก

จากแผนที่เตรียมไว้ บริษัทเชื่อว่าจะส่งผลให้บรรลุเป้าหมายส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มขึ้นจากปีก่อนได้แน่นอน

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ